โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

การตายแบบใดในหนัง Final Destination ที่เกิดขึ้นจริงมากสุด อ้างอิงจากสถิติห้องฉุกเฉินโรงพยาบาล

BT Beartai

อัพเดต 26 ส.ค. 2566 เวลา 02.57 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2566 เวลา 12.44 น.
การตายแบบใดในหนัง Final Destination ที่เกิดขึ้นจริงมากสุด อ้างอิงจากสถิติห้องฉุกเฉินโรงพยาบาล

‘Final Destination’ เป็นหนึ่งในแฟรนไชส์ภาพยนตร์สยองขวัญของฮอลลีวูดที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก จนสานต่อมาได้ถึง 5 ภาค เป็นหนังสยองขวัญที่มาในธีมแปลกใหม่ ที่เลือกหยิบเรื่องราวความเชื่อ ‘การถึงฆาต’ ของแต่ละบุคคล แต่ให้ความแปลกใหม่ตรงที่หนังไม่มีตัวละครอมนุษย์มาเป็นตัวร้ายหลักของเรื่อง แต่หนังยังคงดำเนินเรื่องในรูปแบบ Slash Film ด้วยการสร้างตัวละครวัยรุ่นขึ้นมามากมาย แล้วให้ผู้ชมได้ลุ้นกันไปว่ารายไหนจะถึงฆาตก่อน แล้วจะเจอจุดจบในรูปแบบใด สยดสยองแค่ไหน

ตลอดทั้งห้าภาคของหนัง ผู้เขียนก็ขบคิดฉากตายด้วยอุบัติเหตุขึ้นมามากมาย แล้วแต่ละฉากก็ชวนสยดสยองตามสไตล์หนังสยองขวัญเลือดท่วม ได้ถึงขั้นติดตรึงในความทรงจำผู้ชมมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะฉากเปิดในหนัง ‘Final Destination 2’ ปี 2003 ที่ยังคงตามหลอกหลอนผู้ชมมาได้ทุกวันนี้แม้จะผ่านมา 20 ปี แล้วก็ตาม ถึงขนาดที่ว่ามีชาวเน็ตรายหนึ่งโพสต์คลิปวิดีโอขึ้นใน Tiktok แสดงให้เห็นถึงรถจำนวนมาก ที่ต่างพากันเปลี่ยนเลนหนีรถบรรทุกท่อนซุงอยู่บนถนน เป็นเหตุการณ์ที่ยืนยันได้ว่า พวกเขาเหล่านั้นต่างต้องเคยดู ‘Final Destination 2’ กันมาแล้วแน่ ๆ

สำนักงานกฎหมาย Downtown LA Law Group
สำนักงานกฎหมาย Downtown LA Law Group

จนเมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานกฎหมาย ‘Downtown LA Law’ เกิดนึกสนุกอะไรขึ้นไม่ทราบ ได้ทำการสำรวจหาคำตอบว่า ฉากตายแบบไหนในแฟรนไชส์ ‘Final Destination’ ที่มีโอกาสเกิดขึ้นในชีวิตจริงได้มากที่สุด ในการหาคำตอบนี้ ทีมงานจึงต้องรวบรวมข้อมูลจากกว่า 300,000 เคส ผู้ป่วยฉุกเฉินที่เข้ารับการรักษาในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลทั่วสหรัฐฯ แล้วก็ได้คำตอบดังนี้

อันดับ 1 มาจาก ‘Final Destination 2’ ฉากการตายของ อีวาน ลูอิส ผู้น่าสงสาร เขากำลังหนีเอาชีวิตรอดจากเหตุเพลิงไหม้อะพาร์ตเมนต์ แต่แล้วก็พลาดท่าโดนบันไดหนีไฟพุ่งเข้ามาเสียบเข้าที่เบ้าตา จากการสำรวจนั้นพบว่า ตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา มีชาวสหรัฐฯ จำนวน 4,162 ราย ได้รับบาดเจ็บอันเป็นเหตุที่เกี่ยวข้องกับบันได ทำให้การบาดเจ็บจากบันไดในหนังนั้น มีโอกาสเกิดขึ้นในชีวิตจริงได้สูงที่สุด

อันดับ 2 มาจากหนังภาคแรก ‘The Final Destination’ ฉากการตายของ แอนดี้ คิวเซอร์ ตัวละครนี้ถูกล่อหลอกให้คนดูเข้าใจว่าเขาจะโดนรถไหลมากระแทกกับรั้วเหล็กตาย แต่ที่ไหนได้ เขากลับโดนถังออกซิเจนพุ่งเข้าใส่จนบดร่างเขาเข้ากับรั้วเหล็กจนร่างแยกเป็นชิ้น ๆ สรุปสาเหตุการตายอันดับ 2 ได้ว่า เป็นสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับรั้วต่าง ๆ มีผู้เข้ารับการรักษาในห้องฉุกเฉินด้วยสาเหตุนี้มากถึง 2,121 ราย

อันดับ 3 มาจาก ‘Final Destination 5’ ตัวละคร ลูอิส โรเมโร ตัวละครชายผิวดำผู้รักการออกกำลังกายภายในยิม ต้องพลาดท่าให้กับมัจจุราชกับการถูกตุ้มน้ำหนักสองข้างร่วงมาบดขยี้หัวเขาซึ่งอยู่ตรงกลางพอดี ตรงกับสถิติจากห้องฉุกเฉินว่า มีผู้เข้ารับการรักษาจำนวน 930 ราย ด้วยสาเหตุบาดเจ็บขณะออกกำลังกาย

อันดับ 4 เป็นสาเหตุมาจาก “น้ำมัน” ที่ Downtown LA Law อ้างอิงจากฉากตายด้วยสาเหตุน้ำมันจากรถบรรทุกกระเซ็นในภาค ‘Final Destination 5’ (ผู้เขียนย้อนดูทุกฉากในภาคนี้แล้วก็ยังไม่เจอสาเหตุการตายจากน้ำมันนะครับ) บันทึกจากห้องฉุกเฉินระบุว่า มีผู้บาดเจ็บด้วยสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันถึง 335 ราย

อันดับที่ 5 มาจากภาคแรก ‘The Final Destination’ ตัวละคร ซาแมนธา เลน ถูกก้อนหินดีดมาจากเครื่องตัดหญ้าพุ่งด้วยความเร็วสูงทะลุจากด้านหลังพุ่งออกทางเบ้าตา ตรงกับบันทึกจากห้องฉุกเฉินว่า มีผู้บาดเจ็บเกี่ยวข้องกับเครื่องตัดหญ้าจำนวน 229 ราย

หลาย ๆ สาเหตุการบาดเจ็บหรืออาจจะถึงแก่ความตายนั้นก็เกี่ยวข้องกับรูปแบบการดำเนินชีวิตของชาวอเมริกันอยู่เหมือนกัน ซึ่งต่างจากรูปแบบการดำเนินชีวิตของคนไทยเรา ที่ไม่ค่อยใช้เครื่องตัดหญ้า หรือมีบันไดหนีไฟสไลด์ขึ้นลงตามตึก คิดเข้าข้างตัวเองแล้วกันว่า ชีวิตประจำวันวิถีไทย ๆ เราคงจะปลอดภัยกว่าเนอะ

ทิ้งท้ายด้วยข่าวดีสำหรับแฟน ๆ ของแฟรนไชส์ Final Destination เรากำลังจะได้ดู ‘Final Destination 6’ กันแล้ว หลังจากทิ้งช่วงห่างยาวนานมากจากภาคล่าสุด ‘Final Destination 5’ ที่ออกมาเมื่อปี 2011 นู่นเลย ผู้กำกับ จอน วัตต์ (Jon Watts) ออกมายืนยันว่าเมื่อเดือนมกราคมว่าเขาจะรับหน้าที่อำนวยการสร้างภาคใหม่นี้ ขณะนี้ได้ตัวผู้กำกับ เขียนบท และนักแสดงนำครบแล้ว ยังไม่ประกาศกำหนดฉายอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าน่าจะได้ดูกันภายในปี 2024 นี้แหละ

ที่มา : unilad

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...