โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เลขาฯ รมว.อว.เร่ง 'ม.' สอบข้อเท็จจริงอาจารย์ซื้องานวิจัย จี้ 8 มหา'ลัยส่งข้อมูล ชี้ปล่อยนาน ยิ่งเสียชื่อ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 04 ส.ค. 2566 เวลา 08.48 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2566 เวลา 00.48 น.

เลขาฯ รมว.อว.เร่ง ‘ม.’ สอบข้อเท็จจริงอาจารย์ซื้องานวิจัย จี้ 8 มหา’ลัยส่งข้อมูล ชี้ปล่อยนาน ยิ่งเสียชื่อ

จากกรณีที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มีความคืบหน้าการสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อขายผลงานวิจัย หรือการตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการของอาจารย์ภายในสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ของอาจารย์ หรือนักวิจัยในสังกัด ว่าเข้าข่ายผิดจรรยาบรรณ เผยแพร่ผลงานจากการซื้อผลงานตีพิมพ์งานวิจัย โดยได้รับแจ้งจากมหาวิทยาลัยทั้งหมด 33 แห่ง ว่ามีนักวิชาการถูกตรวจสอบ 109 คน เข้าข่ายว่ามีพฤติกรรมในการซื้องานวิจัยจริง โดยมหาวิทยาลัยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยผู้ที่กระทำผิดแล้ว 9 คน และมีนักวิชาการที่ไม่มีความผิดตามข้อกล่าวหา 21 คน ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการตรวจสอบ หลังราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ลงโทษวินัยร้ายแรงบุคลากร และให้พ้นจากการเป็นบุคลากร 1 ราย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ได้สอบสวน และลงโทษไล่ออกบุคลากร 1 ราย และอยู่ระหว่างสอบสวนวินัย 2 ราย และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) อยู่ระหว่างสอบข้อเท็จจริงอาจารย์ 1 รายนั้น

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม นายดนุช ต้นเทิดทิตย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการ อว.เปิดเผยว่า ความคืบหน้ากรณีที่อาจารย์ และนักวิจัย ซื้อผลงานวิจัยมาใส่ชื่อของตัวเองนั้น ในส่วนผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัย ยังไม่มีรายงานว่ามีผู้บริหารคนใดเข้าข่ายซื้อผลงานวิจัย หรือกระทำผิดในเรื่องนี้ แต่มหาวิทยาลัยที่ถูกร้องเรียนในเรื่องนี้มี 30 กว่าแห่ง และมีผู้ที่เข้าข่ายกระทำความผิดมากกว่า 100 คน โดยทาง อว.ได้สืบค้นอย่างเข้มข้น และอย่างเร่งด่วนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการขออนุมัติตำแหน่งทางวิชาการ เช่น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (ผศ.) และรองศาสตราจารย์ (รศ.) อาจารย์มหาวิทยาลัยจะต้องทำผลงานวิจัยเพื่อยื่นขอตำแหน่งทางวิชาการเหล่านี้ ซึ่งงานวิจัยไม่ว่าจะซื้อ หรือทำเองก็ตาม อว.จะไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องผ่านสภามหาวิทยาลัย ยกเว้นตำแหน่งวิชาการระดับศาสตราจารย์ (ศ.) ที่ต้องผ่านการพิจารณาของ อว.โดยตรง เพราะต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ ให้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

“ดังนั้น เรื่องนี้ต้องใช้เวลา เพราะว่าเหตุเกิดในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศที่มีอยู่ 100 กว่าแห่ง อาจารย์มีอยู่ทั้งหมด 7 หมื่นคนทั่วประเทศ และอาจารย์ส่วนใหญ่ก็อยากขอตำแหน่งทางวิชาการอยู่แล้ว ฉะนั้น ขณะนี้การสืบหาความจริงยังไม่จบ อว.จะต้องติดตาม ตรวจสอบการทำงานของมหาวิทยาลัย และสภามหาวิทยาลัย ในการอนุมัติตำแหน่งวิชาการว่ารอบคอบแค่ไหน เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต ไม่เช่นนั้นแล้ว อว.ต้องมารับเรื่องร้องเรียนพวกนี้ต่อไป” นายดนุช กล่าว

นายดนุชกล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการลงโทษขั้นพื้นฐานที่มหาวิทยาลัย และสถาบันบางแห่งได้ทำแล้ว คือการให้พ้นจากตำแหน่ง และต้องหาถึงต้นสายปลายเหตุของการได้มาของผลงานทางวิชาการ เพราะน่าจะมีคนที่ยังซื้อขายงานวิจัยอยู่ และยังคงมีจำนวนที่เพิ่มเข้ามา โดย อว.อาจจะต้องตรวจงานวิจัยเหล่านั้น ว่าอาจจะไม่เข้าข่ายซื้องานวิจัย หรืออาจจะถูกสงสัยว่าซื้องานวิจัย แต่ อว.ไม่สามารถตัดสินว่าคนนั้นคนนี้ซื้อผลงานวิจัย ดังนั้น จึงต้องให้มหาวิทยาลัยต้นสังกัดรับผิดชอบในการสอบหาข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม อว.จะติดตามเรื่องนี้ต่อไป

“ส่วนที่มีมหาวิทยาลัย 8 แห่ง ยังไม่ได้ส่งข้อมูลความคืบหน้าให้ อว.นั้น อว.ติดตามตลอด ฉะนั้น มหาวิทยาลัยจะไม่ส่งข้อมูลให้ อว.ก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะกระบวนการต่างๆ ไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงแต่ติดขัดเรื่องอะไร ก็ว่ากันไป เพราะเรื่องนี้อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน” นายดนุช กล่าว

นายดนุชกล่าวว่า ส่วน อว.จะมีมาตรการป้องกัน หรือมาตรการลงโทษมหาวิทยาลัยต้นสังกัดอย่างไรนั้น พูดกันตามตรงว่าเรื่องที่เกิดขึ้น สร้างผลกระทบต่อชื่อเสียงมหาวิทยาลัยถ้าหากปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอีก ดังนั้น มหาวิทยาลัยยิ่งต้องให้ความสำคัญกับปัญหาที่เกิด และ อว.มีหน้าที่ย้ำเตือนให้เห็นถึงคำสั่งของ อว.ที่เคยให้ไว้

“ประเด็นที่มหาวิทยาลัยจะต้องทำผลงานวิชาการ เพื่อกระตุ้นให้ได้งบ ค่าตอบแทน การขยับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยให้สูงขึ้น ทำให้อาจารย์ต้องซื้อผลงานวิจัยนั้น ถือเป็นข้ออ้าง เพราะอาจารย์ต้องคิดได้ว่าไม่ควรซื้อผลงานวิจัย เพราะเป็นจรรยาบรรณของคนที่เป็นครูบาอาจารย์ ขนาดเด็กๆ ก็คิดได้ นักศึกษาปริญญาตรีก็คิดได้ สมมุติว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านชีววิทยาแล้วไปทำงานวิจัยด้านวิศวกรรม ก็ผิดแล้ว ฉะนั้น ไม่เกี่ยวกับระยะเวลาในการทำงานวิจัย เพราะเป็นหน้าที่ของคนที่เป็นอาจารย์ ขอแค่ให้งานวิจัยตรงกับมาตราฐานที่จะเผยแพร่ได้เท่านั้น ก็เพียงพอแล้ว” นายดนุช กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...