โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

"ผีพราย" ตามความเชื่อของชาวล้านนาคืออะไร? "ตัดพราย" ได้อย่างไร?

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 01 พ.ค. 2567 เวลา 08.11 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2566 เวลา 16.03 น.

อ่านเป็นภาษาล้านนาว่า “ฮมพาย”

“รม” คือ อบด้วยควัน ส่วน “พราย” หมายถึง ผีหรือวิญญาณประเภทหนึ่งที่ชอบแฝงเร้นสิงสู่ในร่างคน รมพราย เป็นพิธีกรรมขับไล่ผีพรายออกจากร่างคนที่ถูกสิงด้วยการรมควัน

ชาวล้านนาเชื่อว่า “พราย” เป็นผีที่มาสิงเพื่ออาศัยร่างของคนหากิน สำหรับคนที่ถูกสิง บางท้องถิ่นระบุว่าเป็นหญิงตั้งแต่วัยเริ่มมีประจำเดือนจนถึงวัยชรา แต่โดยทั่วไปแล้วไม่ได้ระบุเพศ ส่วนมากมักเป็นวัยกลางคนจนถึงวัยชรา

การเข้าสิงของผีพรายมีวัตถุประสงค์เพื่ออาศัยหากินของสดของคาว ขณะเดียวกันก็เกาะกินเลือดเนื้อและอวัยวะภายในของผู้ถูกสิง ทำให้ผู้ถูกสิงมีอาการอ่อนเพลีย ผอม สีผิวซีดเซียว วันๆ ได้แต่นอนซมอยู่เหมือนไร้เรี่ยวแรง แต่ถ้าปลอดคนจะมีแววตาแจ่มใสวาวโรจน์ มีเรี่ยวแรงกระฉับกระเฉง และลุกจากที่นอนไปหากินของสดของคาวตามในครัว ใต้ชานเรือน เป็นต้น

หากหาของสดของคาวไม่ได้ จะแอบกินกะปิ ปลาร้า เศษกระดูก ก้างปลา กระทั่งเลียครก เลียเขียง ถ้วยชาม ตามแต่จะทำได้ จากนั้นจึงรีบเข้าไปนอนที่เดิม ทำทีเหมือนไม่ได้ลุกไปไหน หากคราวใดที่บังเอิญมีคนพบเห็นขณะที่กำลังสาละวนกับการกิน การเลียอยู่ ผู้ถูกผีสิงจะมีอาการอ่อนแรงและทรุดอยู่ตรงนั้น

พฤติกรรมของผู้ถูกสิงไม่สามารถปิดบังอยู่ได้นาน เมื่อญาติรู้ทัน บางครอบครัวจัดเวรยามเฝ้า บางครอบครัวถึงขั้นล่ามโซ่กักกัน เมื่อไม่ได้ออกไปไหน

ผีพรายจะหันมาเกาะกินตับไตไส้พุง ดูดกินเลือด น้ำเมือก น้ำเหลืองไปทีละน้อย จนกระทั่งเจ้าของร่างเสียชีวิต บางรายผีพรายจะออกจากร่างไปเลย หรือบางรายยังอาศัยร่างคนไปอีกระยะหนึ่งจนร่างกายเริ่มมีกลิ่นเน่า ถึงจะออกไป

เมื่อมีคนในครอบครัวถูกผีพรายสิง ญาติจะพยายามหาหมอมารักษา ซึ่งหมอก็จะรักษาตามพิธี หากไม่ได้ผลจะปรับเปลี่ยนวิธีการไปเรื่อยๆ สำหรับพิธีของหมอจะเริ่มใช้วิธีที่อ่อนโยนด้วยการเจรจาชักชวนให้ผีออกมากินอาหารที่เรียกว่า “จอบพราย” โดยหมอจะพูดจาชักจูงเพื่อ “จอบ” คือล่อให้ผีออกมากินเนื้อสด ปลาสดที่เตรียมไว้แทนการแฝงในร่างของคน หากไม่สำเร็จก็เปลี่ยนเป็นวิธีอื่น ได้แก่ การเต็กพราย สูตรก๋วม ตัดพราย และรมพราย

เต็กพราย คำว่า “เต็ก” หมายถึง บังคับ ในที่นี้จะเป็นการบังคับแกมขอร้องด้วยอาคม โดยผู้ประกอบพิธีจะจัดเตรียมอาหารที่ปรุงด้วยเนื้อสด ปลาสด พร้อมเครื่องบัดพลี แล้วร่ายอาคมเพื่อเรียกผีออกมาสิงในไข่สด แล้วนำไข่ดังกล่าวไปใส่หม้อถ่วงน้ำหรือฝังดิน

สูตรก๋วม เป็นพิธีขับไล่ผีพรายอย่างหนึ่งที่ต้องพึ่งพาพระสงฆ์คือ พิธี “สูตรก๋วม” คำว่า “สูตร” เป็นคำเดียวกับคำว่า “สวด” ส่วนคำว่า “ก๋วม” หมายถึง “ครอบ” หรือ “คุ้มครอง” การใช้บทสวดมนต์คุ้มครองคนพร้อมๆ กับการบีบบังคับขับไล่ผีไปด้วยเรียกว่า “สูตรก๋วม”

ตัดพราย คือวิธีการแยกผีพรายออกจากร่างของคนโดยผ่านพิธีกรรมอีกวิธีหนึ่ง สถานที่ประกอบพิธีต้องเป็นบริเวณทางสามแพร่ง ทางสี่แพร่งหรือป่าช้าเท่านั้น

กล่าวถึงเฉพาะวิธี “รมพราย” มักเป็นวิธีสุดท้ายที่กระทำกัน เพราะวิธีนี้จะสร้างความทุกข์ทรมานให้กับคนไข้เป็นที่สุด และส่วนใหญ่คนไข้ต้องเสียชีวิตทุกรายไป ดังนั้น ญาติจะพิจารณาอย่างถ้วนถี่และแน่ใจว่าวิญญาณที่อยู่ในร่างมิใช่วิญญาณของเจ้าของร่างแน่นอน

ซึ่งอาจสังเกตจากพฤติกรรม เช่น บางครั้งถลึงตา บางครั้งแสยะยิ้ม หัวเราะเสียงแหลมระยะยาว หมดแรงกลางวัน มีพลังตอนกลางคืน เป็นต้น

สำหรับวิธีรมพราย ญาติจะจัดหาใบหนาด ใบธรณีสาร เมล็ดพริกไทย ดีปลี และพริก นำทุกอย่างไปตากแห้งสนิทแล้วไปขอพระสงฆ์หรือผู้มีกฤตยาคุณปลุกเสก จากนั้นจึงนำไปจัดตั้งไว้ในห้องที่คนไข้นอนอยู่แล้วปิดประตูหน้าต่างทั้งหมด แรกๆ ก็ลองเจรจาต่อรองก่อน ถ้าผียอมออกจากร่างจะไม่มีการรม แต่ถ้ายังดื้อดึงก็จุดไฟเผาสิ่งที่เตรียมไว้ให้ควันคละคลุ้งตลบไปทั่วห้อง คนไข้จะส่งเสียงร้องครวญครางอย่างไร จะไม่มีใครสงสารและให้ความช่วยเหลือ

กระทั่งผีพรายทนไม่ได้ก็จะออกจากร่างคนไข้ไปพร้อมๆ กับลมหายใจของเจ้าของร่างในที่สุด •

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024?fbclid=IwAR22RbstgOdFjK3Kl_MAt_MusBlq5oxijEcCbx_-0y6zmJhXvZl3Q_2G-cE

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ผีพราย” ตามความเชื่อของชาวล้านนาคืออะไร? “ตัดพราย” ได้อย่างไร?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...