อสังหาฯ เวียดนามระส่ำ Van Thinh Phat Holdings Group ฉ้อโกงและแอบใช้เงินจากนักลงทุนผิดวัตถุประสงค์ เสียหาย 4.44 หมื่นล้านบาท
Reporter Journey
อัพเดต 09 ต.ค. 2566 เวลา 04.45 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2566 เวลา 04.45 น. • Reporter Journeyภาคอสังหาฯ เวียดนามส่อแววระส่ำ Van Thinh Phat Holdings Group ผู้พัฒนาที่ดินทำเลทองในโฮจิมินห์ซิตี้ มีการฉ้อโกงและแอบใช้เงินจากนักลงทุนผิดวัตถุประสงค์ ความเสียหาย 4.44 หมื่นล้านบาท นักลงทุนราว 42,000 รายสูญเงิน ประธานและผู้บริหารโดนจับฐานฉ้อโกง-ยักยอกทรัพย์
.
กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของเวียดนามแถลงว่า บริษัทอสังหาริมทรัพย์ Van Thinh Phat Holdings Group ซึ่งเป็นผู้พัฒนาที่ดินรายใหญ่ และครอบครองที่ดินในทำเลทองใจกลางนครโฮจิมินห์ซิตี้หลายแห่ง ได้พบว่าบริษัทกระทำการฉ้อโกงและแอบใช้เงินจากนักลงทุนแบบผิดวัตถุประสงค์ มูลค่าความเสียหายราว 30 ล้านล้านดอง หรือสูงถึง 44,400 ล้านบาท โดยมีนักลงทุนประมาณ 42,000 รายสูญเงิน
.
พลตรี Nguyen Van Thanh รองผู้อํานวยการกรมตํารวจสืบสวนอาชญากรรมเกี่ยวกับการทุจริตเศรษฐกิจและการลักลอบนําเข้ากล่าวว่า ล่าสุดหน่วยงานสืบสวนได้ออกหนังสือแจ้งไปยังผู้เสียหายในคดีฉ้อโกงการยักยอกทรัพย์สินที่เกิดขึ้นของบริษัทนี้ โดยผลการสอบสวนพบว่าตั้งแต่ปี 2018 - 2020 ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องของบริษัทร่วมทุน Van Thinh Phat Group บริษัทย่อยของกลุ่ม และบางหน่วยงานกระทําการฉ้อฉล ฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมายในการออกพันธบัตร
.
เมื่อปีที่แล้ว หน่วยงานความมั่นคงเเห่งรัฐ ได้จับกุมนาง Truong My Lan ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานบริษัท ในข้อกล่าวหาว่ารับทรัพย์สินด้วยวิธีฉ้อโกง
.
โดยการจับกุมนางหลั่น รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของบริษัทอื่นๆ นำไปสู่การดำเนินคดีกับธนาคารไซ่ง่อนพาณิชย์ (SCB) เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานและเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับการทุจริตครั้งนี้ โดยนางหลั่นใช้ธนาคาร SCB ของตัวเองเพื่อออกหุ้นกู้เพื่อนำเงินไปใช้ใน Van Thinh Phat ของเธอด้วย
.
นอกจากนี้ อีกกรณีหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือน ก.ย. ตำรวจได้จับกุม หวู ถิ ถุย (Vu Thi Thuy) ประธานและผู้อำนวยการบริษัท Nhat Nam Real Estate Trading Investment JSC ในข้อหายักยอกทรัพย์สินในทางที่ผิด
.
โดยในครั้งนั้น ตำรวจที่ดูแลคดีระบุว่า บริษัทฯ ฉ้อฉลเงินเกือบ 9 ล้านล้านดองจากนักลงทุน 20,000 รายผ่านสัญญาความร่วมมือทางธุรกิจมากกว่า 45,000 ฉบับในช่วงปี 2563-2565
.
สิ่งที่เกิดขึ้นกำลังสะท้อนถึงความไม่โปร่งใสในการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเวียดนาม สำนักข่าว Bloomberg วิเคราะห์ว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ กับภาคธนาคารมีความเกี่ยวพันกันในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจ เจ้าหนี้กับลูกหนี้ และผู้ให้กู้เงินเพื่อการลงทุนพัฒนาโครงการ และการที่บริษัทอสังหาฯ และธนาคารมีส่วนรู้เห็นในการทุจริตซึ่งกันและกัน
.
ผลก็คือความเชื่อมั่นในการลงทุนในเวียดนามอาจะเผชิญกับความไม่แน่นอน และสะเทือนโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เพราะภาคอสังหาฯ ถือเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ขับเคลื่อนของศรษฐกิจเวียดนาม และที่ผ่านมาเวียดนามเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ภาคอสังหาที่มีหนี้สินสูงขึ้น โครงการพัฒนาต่างๆ ไม่สามารถสร้างได้เสร็จตามกำหนด หรือไม่ก็ไม่มีคนซื้อจนคืนทุนและสร้างกำไร ยิ่งสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เปราะบางของเวียดนาม และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตภาคอสังหาฯ ที่ลุกลามไปภาคการเงิน จนกลายเป็นผลกระทบใหญ่ทางเศรษฐกิจแบบที่จีนกำลังเผชิญ