ยอดชายาหัตถาโลหิต
ข้อมูลเบื้องต้น
เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ :Beijing Kaixing culture media co.,Ltd
ประพันธ์โดย :艾小琳
ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทยถูกต้องโดย : Glory Forever Public Co.,LTD
แปลและเรียบเรียงโดย : อิสรีย์ เปี่ยมลาภโชติกุล
พิสูจน์อักษร :กมลพรรณ โฉมฉาย
บรรณาธิการ : วลีรัตน์ แทนคง
“หานโม่”นักฆ่าสาวผู้เก่งกาจและเด็ดเดี่ยว ถูกคนสนิททรยศหักหลังจนเสียชีวิต
จนกระทั่งวิญญาณเข้ามาอยู่ในร่างของคุณหนูเจ็ดตระกูลหาน
ผู้เกิดมาท่ามกลางนิมิตแห่งพรสวรรค์อันยิ่งใหญ่!!
ทว่ากลับถูกพรากตันเถียนไปอย่างไร้ปราณี
ถูกรังแกจากพี่น้องและคนรับใช้เนื่องจากไร้ซึ่งพลังและอ่อนแอ
ในเมื่อผู้คนยอมรับแต่คนที่มีพลังวรยุทธ์แข็งแกร่ง ครอบครัวของนางจึงเห็นนางเป็นเพียงคนไร้ประโยชน์ กลั่นแกล้งรังแกนางจวบจนสิ้นชีวิต
ดังนั้นในฐานะราชินีนักฆ่า นางจะไม่ยอมให้ผู้ใดมากลั่นแกล้งรังแกอีก
“สวรรค์อนุญาตให้ข้าได้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง ชีวิตของข้าจะต้องไม่ถูกคนอื่นพรากเอาไปได้เด็ดขาด!”
.
.
.
"หานโม่ ข้าจะฆ่าเจ้า!"
หานโม่ไม่แม้แต่ให้โอกาสนางได้พูด ยกเท้าขึ้นมาเตะเข้าที่ซี่โครงของนางซ้ำอีกครั้ง และเหยียบลงไปบนตัวนาง
กร๊อบ …
“ก่อนอื่นเลย ข้าเป็นเจ้านายและเจ้าเป็นบ่าว ในฐานะบ่าวเจ้าช่างกล้ามากที่เรียกข้าด้วยชื่อ จงตบปากซะ!”
.
ข้าจะเป็นเจ้าคนใหม่เอง “หานโม่”
ไม่ว่าใครก็ตามที่หาญกล้ามายุ่งกับข้า ‘ข้า’จะจัดการให้สิ้น!
----------------------------------
.
ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ
แนะนำนิยายที่คุณไม่ควรพลาด กดที่รูปเพื่ออ่านได้เลยนะคะ
การเกิดใหม่ในต่างโลก
ดวงตาสวยลืมขึ้นอย่างฉับพลัน หานโม่กวาดตามองทุกสิ่งรอบๆ ตัว กลิ่นคาวเลือดและกลิ่นเหม็นเน่าอย่างรุนแรงลอยคละคลุ้งผสมปนเปกันไปในอากาศ เมื่อเห็นว่ารอบตัวนางห้อมล้อมไปด้วยเหล่าเศษซากชิ้นส่วนแขนขาก็พาให้คิ้วเรียวขมวดมุ่นโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งสำหรับนางในฐานะราชินีนักฆ่ารับจ้างแล้วกลับไม่ใช่ความน่าหวาดหวั่น แต่กลับเป็นสัญชาตญาณของการระแวดระวัง
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้ หานโม่รีบนอนคว่ำหน้าลงทันที ถึงอย่างไรเสียภายในสุสานแห่งนี้ก็มีเพียงคนตายเท่านั้นที่ปลอดภัยที่สุด
“เจ้าบอกว่าคุณหนูเจ็ดหวาดกลัวที่ถูกพวกเราโยนทิ้งไว้ในสุสาน และจะยอมแต่งงานกับคุณชายลู่แต่โดยดีเมื่อกลับไปหรือ?”
“แน่นอน สุสานแห่งนี้เต็มไปด้วยซากศพอยู่ทุกหนทุกแห่ง ทั้งยังอึมครึมและน่ากลัวยิ่งนัก ขนาดนายท่านของข้ายังกลัวจนตัวสั่น คุณหนูเจ็ดเองก็อยู่ที่นั่นมาเกือบสองชั่วยามแล้ว กลับไปจะต้องว่านอนสอนง่ายแน่”
“หากเป็นเช่นนั้น พวกเรารีบพานางกลับกันเถิด ข้ายังต้องกลับไปรายงานคุณหนูห้าอีก ขอเพียงคุณหนูเจ็ดยอมแต่งงานกับคุณชายลู่ เงินสิบสองตำลึงก็จะเป็นของพวกเราแล้ว…”
บ่าวรับใช้เสื้อเขียวกำลังจะยื่นมือไปคว้าแผ่นหลังผอมแห้งที่นอนอยู่บนพื้นขึ้นมา แต่ในไม่กี่วินาทีต่อมากลับโดนมือทั้งสองข้างของหานโม่คว้าเอาไว้ สายตาเย่อหยิ่ง เย็นชาและกระหายเลือดจดจ้องมายังชายทั้งสองที่ลงมือกับนาง
กร๊อบ!
บ่าวรับใช้ยังไม่ทันได้ตอบโต้อะไรกลับไป กระดูกมือก็ถูกหักไปเสียแล้ว เสียงร้องโหยหวนราวหมูถูกเชือดดังก้องไปทั่วทั้งสุสาน
“นางโสเภณีตัวเหม็นนี่ เจ้ากล้าหักมือพี่น้องของข้ารึ ดูท่าเจ้าคงเบื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อแล้วสินะ!” แววตาของบ่าวรับใช้เสื้อดำฉายประกายเหี้ยมโหด เขายกเท้าขึ้นวาดเตะไปที่หานโม่ทันที
หานโม่หมุนตัวหลบอย่างคล่องแคล่วว่องไว กระแทกศอกข้างซ้ายไปที่หลังต้นคออีกฝ่ายด้วยความรวดเร็ว เท้าขวายกขึ้นเตะเข้าที่หว่างขาราวกับอสรพิษพุ่งฉก นางสำเร็จกระบวนท่าทั้งหมดเพียงหนึ่งลมหายใจ และลื่นไหลราวสายน้ำ บ่าวรับใช้เสื้อดำไม่ทันจะได้ตอบโต้ก็ถูกคนตรงหน้าบีบคอจนขยับตัวไม่ได้
“พวกนายเป็นใคร?” ศัตรูที่อยู่ในความทรงจำของหานโม่ ใบหน้าไม่คล้ายชายที่ใส่เสื้อผ้าโบราณสองคนนี้เลย
หานโม่เป็นราชินีนักฆ่ารับจ้างทั้งในจีนและในโลกของกลุ่มอิทธิพลมืด ที่คอยบัญชาการธุรกิจดำมืดทั่วโลก แต่ในท้ายที่สุดเธอก็ถูกคนสนิทที่ไว้เนื้อเชื่อใจหักหลัง และตกลงไปในกองระเบิดปรมาณูที่สำนักงานใหญ่ของศัตรู
น้ำเสียงเย็นยะเยือกเสียดแทงไปถึงกระดูกเสียยิ่งกว่าลมหนาวในสุสาน บ่าวรับใช้ทั้งสองหันมาสบตากัน แล้วหันไปมองหานโม่อีกครั้งอย่างพร้อมเพรียง และก็ต้องตกใจกับแววตาเย่อหยิ่ง เย็นชาและกระหายเลือดของหานโม่ที่มองมา
ผู้ใดจะคาดคิดว่าคนไร้ประโยชน์ที่แม้แต่บ่าวรับใช้ก็ยังรุมกลั่นแกล้งได้สบายๆ อย่างคุณหนูเจ็ดตระกูลหานนั้น เมื่อมาอยู่ในสุสานเป็นเวลาสองชั่วยาม จะสามารถเปลี่ยนไปจนน่ากลัวได้เช่นนี้
“คุณหนูเจ็ด คุณหนูเจ็ดให้อภัยพวกข้าด้วยเถิด พวกข้าเพียงแค่ทำตามคำสั่งของคุณหนูห้าเท่านั้น ขอร้องท่านได้โปรดปล่อยพวกข้าไปเถอะ!”
หานโม่ครุ่นคิดทบทวนตามคำพูดของชายโบราณทั้งสองคน ทันใดนั้นความทรงจำที่ไม่ใช่ของตนเองพลันไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับกระแสน้ำเชี่ยวกราก จนหานโม่รู้สึกปวดหัวราวกับถูกเข็มนับพันเล่มกำลังทิ่มแทงอยู่ครู่หนึ่ง
ซึ่งความทรงจำเหล่านี้ได้บอกเรื่องราวบางอย่างให้แก่หานโม่
โลกแห่งนี้มีแผ่นดินหนึ่งที่เรียกว่าเสวียนเทียน และเจ้าของเดิมร่างนี้ก็มีนามว่าหานโม่
เดิมทีหานโม่เป็นคุณหนูเจ็ดแห่งตระกูลหาน ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลิงหยวน ทันทีที่นางคลอดมาก็เกิดปรากฏการณ์นิมิตแห่งสวรรค์ ในขณะที่ค่อยๆ เติบโต พรสวรรค์ของหานโม่ก็ยิ่งมีการพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ แต่นางกลับมีนิสัยที่อ่อนแอ ในคืนหนึ่งนางถูกลักพาตัวไปจากจวนตระกูลหานโดยบุคคลลึกลับ จนกระทั่งในยามที่ตระกูลหานตามหานางเจอ
ตันเถียน [1] ของนางก็ถูกพรากไปแล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกที่ผู้คนล้วนยกย่องนับถือผู้มีวรยุทธ์ ผู้ใดที่ไร้วรยุทธ์จึงเป็นเพียงหนูข้ามถนน [2] ที่สำคัญคือการที่ได้เกิดในตระกูลใดตระกูลหนึ่งจากสี่ตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลิงหยวน
เมื่อปราศจากวรยุทธ์ แน่นอนว่าตระกูลหานจึงไม่อาจเลี้ยงนางไว้ได้
ถึงแม้ว่านางจะมีสายเลือดของผู้นำตระกูลหานไหลเวียนอยู่ในร่างกาย แต่พวกเขาก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บคนไร้ประโยชน์เอาไว้
ในด้านของการฝึกฝนแม้ว่าหานโม่จะเสียวรยุทธ์ไปแล้ว แต่ด้วยความที่นางเกิดมาพร้อมกับความงาม จึงถูกเหล่าพี่น้องบางคนอิจฉา และเป็นเมื่อวานนี้นั่นเองที่นางถูกทำร้ายจนเสียโฉมจากเหล่าพี่น้องในตระกูล ทั้งยังถูกบังคับให้แต่งงานกับคุณชายลู่ผู้ร่ำรวย แต่หานโม่กลับยอมตายเสียดีกว่าต้องแต่งงาน นางจึงถูกบ่าวรับใช้ของคุณหนูห้าลากมาทิ้งไว้ที่สุสานแห่งนี้เพื่อ ‘ขัดเกลาจิตใจ’
พอได้เห็นสถานที่แห่งนี้แล้วนั้น ภายในใจของหานโม่ก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเจ้าของร่างเดิมคงไม่อาจทนต่อความเหน็บหนาวและความหวาดกลัวที่มีต่อสุสานแห่งนี้ได้อย่างแน่นอน
เมื่อจัดการกับความทรงจำทั้งหมดเสร็จเรียบร้อย ดวงตาของหานโมพลันทอแสงสว่างวาบ ในเมื่อเจ้าของร่างเดิมได้จากไปแล้ว ในฐานะราชินีนักฆ่ารับจ้าง หานโม่จะไม่ยอมให้ตนเองถูกทำร้ายอย่างทารุณแบบนี้อีก
สวรรค์อนุญาตให้ข้าได้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง ข้าจะไม่ยอมให้ชีวิตของตนถูกคนอื่นพรากเอาไปเด็ดขาด!
ข้าก็คือเจ้า ข้าคือหานโม่!
“พาข้ากลับจวน!” หานโม่ดึงสติกลับมา และมองบ่าวรับใช้ทั้งสองด้วยสายตาเย็นชาอีกครั้ง
……………………………………………
เชิงอรรถ
[1] ตันเถียน คือ จุดที่มีปริมาณลมปราณสะสมมากกว่าจุดอื่นๆ ในร่างกาย มีสามจุดคือ ตันเถียนบน - อยู่บริเวณหน้าผากเหนือหว่างคิ้ว ตันเถียนกลาง – อยู่บริเวณหัวใจ ตันเถียนล่าง – อยู่ที่ท้องน้อย
[2] หนูข้ามถนน หมายถึง คนน่าสมเพชเวทนา
----------------------------------
เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัปเดตก่อนใคร
กด'ติดตาม'ตรงนี้ไว้ได้เลยย~ _
.
.
ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ
แนะนำนิยายที่คุณไม่ควรพลาด กดที่รูปเพื่ออ่านได้เลยนะคะ
ลิขิตสวรรค์
บ่าวรับใช้ไม่เคยเห็นสายตาที่เย็นชาและมีอำนาจเช่นนี้มาก่อน น่ากลัวว่าแม้แต่ผู้นำตระกูลหานเองก็ไม่อาจทรงอำนาจได้ถึงเพียงนี้ พวกเขาไม่กล้ากระทำสิ่งใดลับหลัง ทำได้เพียงปฏิบัติตามคำสั่งของหานโม่ในทันที พวกเขาลอบพานางเข้ามาทางประตูหลังสู่ลานเล็กๆ หน้าจวนที่คุณหนูเจ็ดพำนักอยู่
“จงกลับไปรายงานคุณหนูห้าซะ สิ่งใดที่ควรพูดและสิ่งใดที่ไม่ควรพูด พวกเจ้าเข้าใจหรือไม่?” เมื่อนึกถึงใบหน้าอัปลักษณ์ของตัวเองที่เต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลและคราบเลือด หานโม่จะปล่อยคนพวกนั้นไปง่ายๆ ได้อย่างไรกัน
ไม่มีสตรีคนใดที่ไม่ใส่ใจรูปร่างหน้าตาของตัวเอง บัดนี้ดวงหน้าของนางเสียโฉมยับเยินไปหมด ส่วนผู้ที่ทำนั้นได้ถูกหานโม่หมายหัวเอาไว้หมดแล้ว และจะไม่มีผู้ใดรอดไปได้เช่นกัน
โดยกฎของหานโม่คือ หากผู้ใดไม่ระรานข้า ข้าก็จะไม่ระรานผู้ใด แต่หากผู้ใดมาระรานข้า เสี่ยวเหยีย [1] จะตีเจ้าจนแม้แต่บิดาก็ไม่อาจจำได้!
หญิงสาวเผยรอยยิ้มบนใบหน้า แต่กลับดูเยือกเย็นเสียจนทำให้บ่าวรับใช้ทั้งสองรู้สึกราวกับ ตกลงไปในหลุมน้ำแข็ง หลังจากที่คุณหนูเจ็ดกลับมาจากสุสานสายตาก็เปลี่ยนไป จนพวกเขามองความหมายที่แท้จริงในแววตาของหานโม่ไม่ออกเลย
หานโม่ลืมตัวยกมือขึ้นมาแตะบาดแผลบนใบหน้า มุมปากข้างหนึ่งกระตุกด้วยความเจ็บ ทันใดนั้นสายตาพลันเย็นชาขึ้นมาทันที ในแววตาปรากฏประกายเย็นยะเยือก
"ไม่ต้องกังวลไป เจ้าก็คือข้า ข้าหานโม่ผู้นี้ ไม่เคยถูกผู้ใดเหยียบย่ำถึงเพียงนี้นับตั้งแต่เกิดมา คนพวกนั้นต้องชดใช้!”
ทว่าตอนนี้ หานโม่อยากจะลองทดสอบดูว่าร่างกายนี้มันไร้ประโยชน์จริงๆ หรือไม่ จึงนั่งลงทำสมาธิ ฉับพลันนั้นนางรับรู้ถึงความผันผวนของบรรยากาศโดยรอบได้เกือบจะทันที ภายในทรวงอกมีกระแสอุ่นร้อนสายหนึ่งก่อตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนอดที่จะบ่นภายในใจไม่ได้ "น้องสาว เหตุใดลมปราณของเจ้าถึงได้ติดขัดเร็วนัก นี่มันเรียกว่ามีพรสวรรค์ได้แน่หรือ?”
แต่หานโม่เองก็รับรู้ว่าปัญหาที่แท้จริงของนางอยู่ที่ตันเถียน นางไม่สามารถแม้แต่จะควบคุมลมปราณให้เข้าสู่จุดตันเถียน และไปถึงระดับเสวียนเจ่อได้ [2]
หานโม่ควบคุมกระแสลมปราณให้ค่อยๆ จมลงไป และเพียงแค่พริบตาเดียวในขณะกำลังเข้าสู่ตันเถียนนั้น ความเจ็บปวดสายหนึ่งพลันทะลุทะลวงออกมาจากตันเถียน รุนแรงราวกับว่าร่างกายถูกฉีกกระชากออกจากกัน แม้ว่าหานโม่ที่มีจิตใจเข้มแข็ง ยังอยากจะเกลือกกลิ้งไปมาด้วยความเจ็บปวด
หานโม่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่ออดทนต่อความเจ็บปวดทรมานภายในร่างกายของตัวเอง นางกำมือแน่น
ความร้อนที่จุดตันเถียนเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งอาการคันที่ผิวหนังก็ยังเพิ่มมากขึ้น จนทำให้หานโม่อยากจะยกมือขึ้นมาเกาบริเวณผิวที่เริ่มเจ็บราวถูกเข็มทิ่มแทงยิ่งนัก
แต่ภายในจิตใจของนางบอกตัวเองว่าอย่ายกมือขึ้นมาเกาโดยเด็ดขาด มิฉะนั้นมันอาจจะล้มเหลวเอาได้
ในขณะที่นางกำลังนั่งทำสมาธิอยู่ ก็รู้สึกถึงความร้อนแผดเผาที่จุดตันเถียน เพียงไม่นานก็ปะทุจนระเบิดออกมา!
ราวกับเศษดาวตกที่ร่วงหล่นลงสู่พื้นจนเป็นหลุม
ความเจ็บปวดราวถูกเข็มทิ่มแทงตามร่างกายยังคงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อมองจากภายนอกจะเห็นเหมือนกับมีแสงสีขาวเรืองรองกำลังปกคลุมอยู่รอบๆตัวหานโม่ ในความเป็นจริงแล้ว แสงสีขาวเหล่านี้ประดุจมารดาที่กำลังคอยดูแลปกป้องทารกน้อยที่อยู่ข้างใน
เส้นลมปราณในร่างกายหานโม่นั้นถือว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงกว่าก่อนหน้านี้มาก
ของเหลวในเส้นลมปราณของบ่อโลหิต [3] แห่งนี้ ได้ถูกกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เส้นลมปราณที่ถูกกระตุ้นนั้นมีการเปลี่ยนแปลง
เส้นลมปราณที่ถูกชะล้างค่อยๆ ขยายกว้างขึ้น ทำให้ลมปราณไหลเวียนได้คล่องมากกว่าก่อนหน้านี้ เลือดลมเด่นชัด ไม่มีอะไรมาเจือปนและเล็กแคบเหมือนเมื่อครั้งก่อนหน้าอีก
ความรู้สึกร้อนที่กำลังแผดเผาตรงจุดตันเถียนค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนถึงขีดสุด หานโม่พยายามอดทนกลั้นเอาไว้ นางรู้สึกได้ว่าอีกเพียงแค่นิดเดียว!
ทันใดนั้นจุดตันเถียนก็ราวกับภูเขาไฟระเบิดปะทุ กระแสพลังอบอุ่นไหลพุ่งออกมา!
จนไหลอาบกระจายไปทั่วทั้งเส้นลมปราณอย่างช้าๆ ก่อนหน้านี้ที่แห่งนี้ราวกับถูกแสงอาทิตย์แผดเผาจนผืนดินแห้งแล้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่มายามนี้ราวกับได้รับหยาดน้ำฝนที่โปรยปรายลงมาจนผืนดินที่แตกระแหงชุ่มชื่น มันช่างเย็นสบายและช่วยให้นางให้รอดพ้นไปได้
“อ่า…” พักหนึ่งน้ำเสียงแห่งความสบายก็ดังขึ้น
แสงสว่างบางๆ ปกคลุมอยู่บนร่างหานโม่ นี่นับว่านางก้าวหน้าแล้วใช่หรือไม่?
ความเจ็บปวดทรมานค่อยๆ จางหายไป หานโม่ล้มตัวลงนอนบนเตียงพลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ บนหน้าผากเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ประกายเย็นยะเยือกในแววตากลับยิ่งทำให้รู้สึกหนาวสะท้านมากขึ้นกว่าเดิม นางเป็นปรมาจารย์ด้านวรยุทธ์ ดังนั้นจึงชัดเจนแล้วว่าสิ่งนี้ไม่ได้เป็นมาตั้งแต่เกิดแน่นอน หากแต่เป็นเพราะเส้นเอ็นรอบๆ จุดตันเถียนได้ถูกตัดขาดไป และไม่ได้เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต กระทั่งส่วนอื่นๆ ของร่างกายก็ไม่โดนทำลาย เห็นได้ชัดว่าผู้ที่ทำต้องมีความเชี่ยวชาญอย่างยิ่ง
เมื่อไม่มีทางฝึกฝนให้ก้าวหน้าได้ ทำให้ลึกๆ แล้วหานโม่คนเดิมรู้สึกอ่อนแอ
และในเวลานี้เอง จุดตันเถียนกลางอกจู่ๆ ก็มีพลังงานอ่อนนุ่มสายหนึ่งแผ่ออกมาและห่อหุ้มจุดตันเถียนทั้งหมดเอาไว้ พลันก็เกิดความรู้สึกเบาสบายจนทำให้หานโม่เกือบส่งเสียงออกมา แต่ในทันใดนั้นเองหานโม่ก็เข้าใจอย่างชัดแจ้ง แม้นางจะไม่รู้ว่าพลังงานเหล่านี้มาจากไหน แต่นางแน่ใจว่านี่คือโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ดังนั้นจึงนั่งลงทำสมาธิเพื่อเริ่มโคจรลมปราณทันที
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม หานโม่คิดไม่ถึงเลยว่าในระหว่างที่นางกำลังทะลุมิติมาเกิดใหม่นั้น มีใครบางคนให้นางดื่มชาถ้วยหนึ่ง ในชาถ้วยนั้นมีพลังงานบริสุทธิ์ที่สุดในโลกอยู่ ถึงแม้ว่าจะถูกทำให้เจือจางไปมากแล้ว แต่ก็ยังเข้มข้นมากพอที่จะทำให้นางได้ถอดรกเปลี่ยนกระดูก [4]
และในโลกวิญญาณ พลังงานบริสุทธิ์นับไม่ถ้วนเปรียบได้กับพู่กันด้ามหนึ่ง ที่ขีดเขียนอักษรตัวใหญ่ที่มีพลังอันน่าอัศจรรย์สามตัว นั่นก็คือคำว่า ลิขิตสวรรค์
……………………………………………
เชิงอรรถ
[1] เสี่ยวเหยีย คือ เจ้านาย/นายท่านที่อายุน้อย หากใช้เรียกผู้อื่นจะเป็นการเรียกด้วยความยกย่อง หากใช้เรียกตัวเองจะเป็นการเรียกในลักษณะข่มคู่สนทนา
[2] ระดับเสวียนเจ่อ คือ ลำดับขั้นของผู้ฝึกวรยุทธ์
[3] บ่อโลหิต เปรียบเสมือนน้ำพุแห่งชีวิต
[4] ถอดรกเปลี่ยนกระดูก คือ กลับเนื้อกลับตัว หรือเปลี่ยนแปลงตนเอง
----------------------------------
เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัปเดตก่อนใคร
กด'ติดตาม'ตรงนี้ไว้ได้เลยย~ _
.
.
ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ
แนะนำนิยายที่คุณไม่ควรพลาด กดที่รูปเพื่ออ่านได้เลยนะคะ
สู่ขอภรรยา
หลังจากผ่านไปราวสิบสองชั่วยาม หานโม่ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่เบาสบาย และพบว่าเส้นลมปราณรอบจุดตันเถียนทุกเส้นได้รับการฟื้นฟูจนหมดสิ้นแล้ว อีกทั้งนางยังบรรลุถึงจุดสูงสุดของระดับเสวียนถูแล้วด้วย หานโม่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ฉับพลันนั้นกลิ่นเหม็นเน่าก็ลอยฟุ้งเข้ามาในจมูก ก่อนจะพบว่าบนร่างกายนางเต็มไปด้วยคราบสิ่งสกปรก เมื่อนางรู้ว่ามันคือสิ่งสกปรกที่ขับออกมาจากร่างกายตัวเอง ก็รีบลุกขึ้นแล้วพุ่งตัวออกมาจากเรือนหลังเล็กกระโดดลงบ่อน้ำที่สวนด้านหลังทันที
“อ่า สบาย!” หลังจากที่หานโม่ชำระล้างคราบสกปรกแล้วผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย นางก็พบว่าใบหน้าของนางที่สะท้อนในกระจกได้กลับคืนสู่สภาพเดิมแล้ว ประกอบกับที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ก็ยิ่งทำให้มีกลิ่นอายความงามเย้ายวนมากกว่าเดิม
“ไม่เลว ใบหน้างดงามแบบนี้สิถึงจะเหมาะกับข้า” หานโม่ส่องกระจก แล้วยกฝ่ามือขึ้นตบบนใบหน้างดงามของตัวเองเบาๆ ช่างหลงตัวเองเป็นอย่างยิ่ง
ทันใดนั้นก็มีเสียงดังโหวกเหวกขึ้นที่ด้านนอกประตู “ไม่ได้นะเจ้าคะ พวกท่านเข้าไปไม่ได้ อาการบาดเจ็บของคุณหนูเจ็ดยังไม่หายดี พวกท่าน…”
เพียะ!
“นางบ่าวนี่ รีบไสหัวไปเสีย คุณชายลู่ของข้ามาเพื่อสู่ขอคุณหนูเจ็ดไปเป็นภรรยา เจ้าคนชั้นต่ำเช่นเจ้ายังจะกล้าขวางอีกรึ ไปพาคุณหนูเจ็ดออกมา”
หานโม่ฟังเสียงความเคลื่อนไหวที่ด้านนอกอยู่ครู่หนึ่ง ก็ส่ายหัวไปมาด้วยความเหนื่อยหน่าย
“มีพวกแมลงวันน่ารำคาญมาอีกแล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็คงต้องไปจัดการพวกนั้นก่อนเสียแล้ว”
ประตูไม้ถูกถีบให้เปิดออกอย่างหยาบคายโดยชายฉกรรจ์สองคน
"คุณหนูเจ็ดขอรับ คุณชายสี่จากตระกูลลู่มาสู่ขอคุณหนู…" ก่อนที่ชายคนนั้นจะพูดจบ ก็ต้องตกใจกับรูปร่างหน้าตาของสตรีที่ยืนอยู่เบื้องหน้า มิใช่ว่าคุณหนูเจ็ดแห่งตระกูลหานถูกคุณหนูห้าและคนอื่นๆ ทำให้เสียโฉมไปแล้วหรอกหรือ? นี่มันเรื่องอะไรกัน?
หานโม่ที่นั่งอยู่หน้ากระจก ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองบ่าวชายจากตระกูลลู่ “คุณชายสี่จากตระกูลลู่รึ?”
ชายทั้งสองลอบกลืนน้ำลายอย่างเงียบๆ "ขอรับ เชิญคุณหนู"
"ได้ เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ"
ที่ด้านนอกมีชายหญิงคู่หนึ่งแต่งกายด้วยชุดฮั่นฝูยืนอยู่ แต่ว่ารูปร่างหน้าตาของชายผู้นี้ไม่อาจทำให้ผู้คนเอ่ยปากชมได้ ด้วยโรคผิวหนังเรื้อรัง [1] ใบหูบิดเบี้ยวผิดรูป มีไฝดำขนาดใหญ่ที่มุมปาก และยิ่งไปกว่านั้นคือรูปร่างอ้วนฉุราวกับหมู ต่างทำให้ผู้ที่ได้พบเจออดที่จะขยะแขยงไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ชายอัปลักษณ์ผู้นี้ก็เป็นถึงคุณชายสี่แห่งตระกูลลู่ ที่ไม่เพียงแต่มีรูปร่างน่าเกลียดเท่านั้นแต่ยังมากไปด้วยตัณหา
ใบหน้าราวหมูอ้วนที่ยืนอยู่ด้านนอกเรือนหลังเล็กของหานโม่นั้นบูดบึ้ง เขารู้มาว่าคุณหนูเจ็ดตระกูลหานที่ตัวเขากำลังจะแต่งงานด้วยถูกเหล่าพี่น้องคนอื่นๆ ทำให้เสียโฉมไปแล้ว จากหญิงงามผู้หนึ่งกลายเป็นหญิงอัปลักษณ์ แล้วจะให้เขายินดีได้หรือ? ถ้าเช่นนั้น หากว่าไม่แต่งเล่า สายตาของคุณชายสี่ตระกูลลู่เหลือบมองหญิงสาวในชุดฮั่นฝูที่ยืนอยู่ข้างๆ ลืมไปซะ… อีกฝ่ายเป็นถึงตระกูลหาน เขาไม่อาจก่อเรื่องได้
“คุณชายลู่ ท่านจำสิ่งที่คุณหนูของข้าพูดได้ใช่หรือไม่?” หญิงสาวในชุดฮั่นฝูที่ยืนอยู่ข้างกันพูดขึ้นด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง นางไม่แม้แต่จะหันมามองคุณชายลู่สักครั้ง เพราะถึงแม้ว่านางจะเป็นเพียงสาวใช้ของตระกูลหาน แต่นางก็เป็นสาวใช้ส่วนตัวของคุณหนูห้าแห่งตระกูลหาน
“จำได้ๆ แม่นางเหม่ยโปรดวางใจ ความเชี่ยวชาญในการรับมือกับสตรีของข้านั้นถือว่า…” ฝ่ายคุณชายลู่เมื่อเห็นสีหน้าอันบูดบึ้งของแม่นางเหม่ยก็หุบปากเงียบไปในทันที
"น่าขยะแขยง!"
และในเวลาเดียวกันนั้นเองหานโม่ก็เดินออกมาจากเรือนหลังเล็ก คุณชายลู่ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว "ข้าลู่ฉวินเฉียนจากตระกูลลู่ มาเพื่อสู่ขอคุณหนู…"
คุณชายลู่ชะงักไปราวกับต้องมนต์เมื่อเห็นใบหน้าอันงดงามของหานโม่ แต่หานโม่กลับมิได้ใส่ใจ นางเดินตรงไปหาสาวใช้ของตนเองที่ล้มอยู่บนพื้น หญิงสาวก้มตัวลงยื่นมือไปช่วยประคองนางให้ลุกขึ้น “พี่เสี่ยวเยว่ พี่ไม่เป็นไรนะ”
“คุณหนู คุณ…คุณหนูหายดีแล้วหรือเจ้าคะ?” สาวใช้นามว่าเสี่ยวเยว่เองก็ตกตะลึงไปกับใบหน้าที่หายดีเป็นปกติแล้วของหานโม่เช่นกัน
“ใช่ ข้าหายแล้ว” หานโม่เอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
ทันใดนั้นเองเสี่ยวเยว่ก็พลันได้สติและรับรู้สถานการณ์ตรงหน้าได้ในทันที “คุณหนู คุณหนูรีบหนีไปเจ้าค่ะ คนพวกนั้น…”
“หานโม่ เจ้าช่างกล้านักนะ!” ก่อนที่เสี่ยวเยว่จะทันได้เอ่ยจบก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงตะโกนเล็กแหลมของสาวใช้ประจำตัวคุณหนูห้าเสียก่อน หานโม่ประคองเสี่ยวเยว่ขึ้นมา พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “พี่เสี่ยวเยว่ พี่โดนตบหรือ?”
“หากใช่แล้วจะทำไม!” เสี่ยวเหม่ยเชิ่ดใบหน้าขึ้นและพูดออกมาอย่างหยิ่งผยอง “คุณหนูห้าทำเจ้าเสียโฉมไปแล้ว ไม่คิดเลยว่าเจ้ายังจะรักษาได้อีก เจ้า…”
“เพียะ!”
พูดยังไม่ทันจบ เสี่ยวเหม่ยก็ถูกหานโม่ตบเข้าที่ใบหน้าจนเซถอยหลัง พร้อมทิ้งรอยฝ่ามือสีแดงสดเอาไว้บนใบหน้า ซึ่งการกระทำนี้ทำให้เสี่ยวเหม่ยโกรธจัด นางวิ่งกระโจนเข้าหาหานโม่ราวกับคนบ้า "หานโม่ ข้าจะฆ่าเจ้า!"
………………………………………………………………
เชิงอรรถ
[1] โรคผิวหนังเรื้อรังที่มักทำให้เกิดรอยแดง มีเลือดคั่งขนาดเล็ก และหลอดเลือดขยายออกอย่างเห็นได้ชัดบริเวณส่วนกลางของใบหน้า
----------------------------------
เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัปเดตก่อนใคร
กด'ติดตาม'ตรงนี้ไว้ได้เลยย~ _
.
.
ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ
แนะนำนิยายที่คุณไม่ควรพลาด กดที่รูปเพื่ออ่านได้เลยนะคะ