โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ยอดชายาหัตถาโลหิต

นิยาย Dek-D

อัพเดต 10 พ.ย. 2566 เวลา 15.30 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2566 เวลา 15.30 น. • Kawebook
เมื่อราชินีนักฆ่าผู้เหี้ยมโหดแห่งยุค ต้องทะลุมิติสู่ยุคจีนโบราณที่คนเหาะข้ามหัวด้วยกำลังภายในและสัตว์วิเศษ!? ทว่าตัวนางซึ่งเป็นคุณหนูแห่งตระกูลจอมยุทธ์ผู้เกรียงไกร กลับไร้ซึ่งพลังยุทธ์!?

ข้อมูลเบื้องต้น

เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ :Beijing Kaixing culture media co.,Ltd

ประพันธ์โดย :艾小琳

ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทยถูกต้องโดย : Glory Forever Public Co.,LTD

แปลและเรียบเรียงโดย : อิสรีย์ เปี่ยมลาภโชติกุล

พิสูจน์อักษร :กมลพรรณ โฉมฉาย

บรรณาธิการ : วลีรัตน์ แทนคง

“หานโม่”นักฆ่าสาวผู้เก่งกาจและเด็ดเดี่ยว ถูกคนสนิททรยศหักหลังจนเสียชีวิต

จนกระทั่งวิญญาณเข้ามาอยู่ในร่างของคุณหนูเจ็ดตระกูลหาน
ผู้เกิดมาท่ามกลางนิมิตแห่งพรสวรรค์อันยิ่งใหญ่!!
ทว่ากลับถูกพรากตันเถียนไปอย่างไร้ปราณี
ถูกรังแกจากพี่น้องและคนรับใช้เนื่องจากไร้ซึ่งพลังและอ่อนแอ
ในเมื่อผู้คนยอมรับแต่คนที่มีพลังวรยุทธ์แข็งแกร่ง ครอบครัวของนางจึงเห็นนางเป็นเพียงคนไร้ประโยชน์ กลั่นแกล้งรังแกนางจวบจนสิ้นชีวิต

ดังนั้นในฐานะราชินีนักฆ่า นางจะไม่ยอมให้ผู้ใดมากลั่นแกล้งรังแกอีก
“สวรรค์อนุญาตให้ข้าได้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง ชีวิตของข้าจะต้องไม่ถูกคนอื่นพรากเอาไปได้เด็ดขาด!”
.
.
.

"หานโม่ ข้าจะฆ่าเจ้า!"
หานโม่ไม่แม้แต่ให้โอกาสนางได้พูด ยกเท้าขึ้นมาเตะเข้าที่ซี่โครงของนางซ้ำอีกครั้ง และเหยียบลงไปบนตัวนาง
กร๊อบ …
“ก่อนอื่นเลย ข้าเป็นเจ้านายและเจ้าเป็นบ่าว ในฐานะบ่าวเจ้าช่างกล้ามากที่เรียกข้าด้วยชื่อ จงตบปากซะ!”
.
ข้าจะเป็นเจ้าคนใหม่เอง “หานโม่”
ไม่ว่าใครก็ตามที่หาญกล้ามายุ่งกับข้า ‘ข้า’จะจัดการให้สิ้น!

----------------------------------

.

ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ

แนะนำนิยายที่คุณไม่ควรพลาด กดที่รูปเพื่ออ่านได้เลยนะคะ

การเกิดใหม่ในต่างโลก

ดวงตาสวยลืมขึ้นอย่างฉับพลัน หานโม่กวาดตามองทุกสิ่งรอบๆ ตัว กลิ่นคาวเลือดและกลิ่นเหม็นเน่าอย่างรุนแรงลอยคละคลุ้งผสมปนเปกันไปในอากาศ เมื่อเห็นว่ารอบตัวนางห้อมล้อมไปด้วยเหล่าเศษซากชิ้นส่วนแขนขาก็พาให้คิ้วเรียวขมวดมุ่นโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งสำหรับนางในฐานะราชินีนักฆ่ารับจ้างแล้วกลับไม่ใช่ความน่าหวาดหวั่น แต่กลับเป็นสัญชาตญาณของการระแวดระวัง

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้ หานโม่รีบนอนคว่ำหน้าลงทันที ถึงอย่างไรเสียภายในสุสานแห่งนี้ก็มีเพียงคนตายเท่านั้นที่ปลอดภัยที่สุด

“เจ้าบอกว่าคุณหนูเจ็ดหวาดกลัวที่ถูกพวกเราโยนทิ้งไว้ในสุสาน และจะยอมแต่งงานกับคุณชายลู่แต่โดยดีเมื่อกลับไปหรือ?”

“แน่นอน สุสานแห่งนี้เต็มไปด้วยซากศพอยู่ทุกหนทุกแห่ง ทั้งยังอึมครึมและน่ากลัวยิ่งนัก ขนาดนายท่านของข้ายังกลัวจนตัวสั่น คุณหนูเจ็ดเองก็อยู่ที่นั่นมาเกือบสองชั่วยามแล้ว กลับไปจะต้องว่านอนสอนง่ายแน่”

“หากเป็นเช่นนั้น พวกเรารีบพานางกลับกันเถิด ข้ายังต้องกลับไปรายงานคุณหนูห้าอีก ขอเพียงคุณหนูเจ็ดยอมแต่งงานกับคุณชายลู่ เงินสิบสองตำลึงก็จะเป็นของพวกเราแล้ว…”

บ่าวรับใช้เสื้อเขียวกำลังจะยื่นมือไปคว้าแผ่นหลังผอมแห้งที่นอนอยู่บนพื้นขึ้นมา แต่ในไม่กี่วินาทีต่อมากลับโดนมือทั้งสองข้างของหานโม่คว้าเอาไว้ สายตาเย่อหยิ่ง เย็นชาและกระหายเลือดจดจ้องมายังชายทั้งสองที่ลงมือกับนาง

กร๊อบ!

บ่าวรับใช้ยังไม่ทันได้ตอบโต้อะไรกลับไป กระดูกมือก็ถูกหักไปเสียแล้ว เสียงร้องโหยหวนราวหมูถูกเชือดดังก้องไปทั่วทั้งสุสาน

“นางโสเภณีตัวเหม็นนี่ เจ้ากล้าหักมือพี่น้องของข้ารึ ดูท่าเจ้าคงเบื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อแล้วสินะ!” แววตาของบ่าวรับใช้เสื้อดำฉายประกายเหี้ยมโหด เขายกเท้าขึ้นวาดเตะไปที่หานโม่ทันที

หานโม่หมุนตัวหลบอย่างคล่องแคล่วว่องไว กระแทกศอกข้างซ้ายไปที่หลังต้นคออีกฝ่ายด้วยความรวดเร็ว เท้าขวายกขึ้นเตะเข้าที่หว่างขาราวกับอสรพิษพุ่งฉก นางสำเร็จกระบวนท่าทั้งหมดเพียงหนึ่งลมหายใจ และลื่นไหลราวสายน้ำ บ่าวรับใช้เสื้อดำไม่ทันจะได้ตอบโต้ก็ถูกคนตรงหน้าบีบคอจนขยับตัวไม่ได้

“พวกนายเป็นใคร?” ศัตรูที่อยู่ในความทรงจำของหานโม่ ใบหน้าไม่คล้ายชายที่ใส่เสื้อผ้าโบราณสองคนนี้เลย

หานโม่เป็นราชินีนักฆ่ารับจ้างทั้งในจีนและในโลกของกลุ่มอิทธิพลมืด ที่คอยบัญชาการธุรกิจดำมืดทั่วโลก แต่ในท้ายที่สุดเธอก็ถูกคนสนิทที่ไว้เนื้อเชื่อใจหักหลัง และตกลงไปในกองระเบิดปรมาณูที่สำนักงานใหญ่ของศัตรู

น้ำเสียงเย็นยะเยือกเสียดแทงไปถึงกระดูกเสียยิ่งกว่าลมหนาวในสุสาน บ่าวรับใช้ทั้งสองหันมาสบตากัน แล้วหันไปมองหานโม่อีกครั้งอย่างพร้อมเพรียง และก็ต้องตกใจกับแววตาเย่อหยิ่ง เย็นชาและกระหายเลือดของหานโม่ที่มองมา

ผู้ใดจะคาดคิดว่าคนไร้ประโยชน์ที่แม้แต่บ่าวรับใช้ก็ยังรุมกลั่นแกล้งได้สบายๆ อย่างคุณหนูเจ็ดตระกูลหานนั้น เมื่อมาอยู่ในสุสานเป็นเวลาสองชั่วยาม จะสามารถเปลี่ยนไปจนน่ากลัวได้เช่นนี้

“คุณหนูเจ็ด คุณหนูเจ็ดให้อภัยพวกข้าด้วยเถิด พวกข้าเพียงแค่ทำตามคำสั่งของคุณหนูห้าเท่านั้น ขอร้องท่านได้โปรดปล่อยพวกข้าไปเถอะ!”

หานโม่ครุ่นคิดทบทวนตามคำพูดของชายโบราณทั้งสองคน ทันใดนั้นความทรงจำที่ไม่ใช่ของตนเองพลันไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับกระแสน้ำเชี่ยวกราก จนหานโม่รู้สึกปวดหัวราวกับถูกเข็มนับพันเล่มกำลังทิ่มแทงอยู่ครู่หนึ่ง

ซึ่งความทรงจำเหล่านี้ได้บอกเรื่องราวบางอย่างให้แก่หานโม่

โลกแห่งนี้มีแผ่นดินหนึ่งที่เรียกว่าเสวียนเทียน และเจ้าของเดิมร่างนี้ก็มีนามว่าหานโม่

เดิมทีหานโม่เป็นคุณหนูเจ็ดแห่งตระกูลหาน ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลิงหยวน ทันทีที่นางคลอดมาก็เกิดปรากฏการณ์นิมิตแห่งสวรรค์ ในขณะที่ค่อยๆ เติบโต พรสวรรค์ของหานโม่ก็ยิ่งมีการพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ แต่นางกลับมีนิสัยที่อ่อนแอ ในคืนหนึ่งนางถูกลักพาตัวไปจากจวนตระกูลหานโดยบุคคลลึกลับ จนกระทั่งในยามที่ตระกูลหานตามหานางเจอ

ตันเถียน [1] ของนางก็ถูกพรากไปแล้ว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกที่ผู้คนล้วนยกย่องนับถือผู้มีวรยุทธ์ ผู้ใดที่ไร้วรยุทธ์จึงเป็นเพียงหนูข้ามถนน [2] ที่สำคัญคือการที่ได้เกิดในตระกูลใดตระกูลหนึ่งจากสี่ตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลิงหยวน

เมื่อปราศจากวรยุทธ์ แน่นอนว่าตระกูลหานจึงไม่อาจเลี้ยงนางไว้ได้

ถึงแม้ว่านางจะมีสายเลือดของผู้นำตระกูลหานไหลเวียนอยู่ในร่างกาย แต่พวกเขาก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บคนไร้ประโยชน์เอาไว้

ในด้านของการฝึกฝนแม้ว่าหานโม่จะเสียวรยุทธ์ไปแล้ว แต่ด้วยความที่นางเกิดมาพร้อมกับความงาม จึงถูกเหล่าพี่น้องบางคนอิจฉา และเป็นเมื่อวานนี้นั่นเองที่นางถูกทำร้ายจนเสียโฉมจากเหล่าพี่น้องในตระกูล ทั้งยังถูกบังคับให้แต่งงานกับคุณชายลู่ผู้ร่ำรวย แต่หานโม่กลับยอมตายเสียดีกว่าต้องแต่งงาน นางจึงถูกบ่าวรับใช้ของคุณหนูห้าลากมาทิ้งไว้ที่สุสานแห่งนี้เพื่อ ‘ขัดเกลาจิตใจ’

พอได้เห็นสถานที่แห่งนี้แล้วนั้น ภายในใจของหานโม่ก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเจ้าของร่างเดิมคงไม่อาจทนต่อความเหน็บหนาวและความหวาดกลัวที่มีต่อสุสานแห่งนี้ได้อย่างแน่นอน

เมื่อจัดการกับความทรงจำทั้งหมดเสร็จเรียบร้อย ดวงตาของหานโมพลันทอแสงสว่างวาบ ในเมื่อเจ้าของร่างเดิมได้จากไปแล้ว ในฐานะราชินีนักฆ่ารับจ้าง หานโม่จะไม่ยอมให้ตนเองถูกทำร้ายอย่างทารุณแบบนี้อีก

สวรรค์อนุญาตให้ข้าได้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง ข้าจะไม่ยอมให้ชีวิตของตนถูกคนอื่นพรากเอาไปเด็ดขาด!

ข้าก็คือเจ้า ข้าคือหานโม่!

“พาข้ากลับจวน!” หานโม่ดึงสติกลับมา และมองบ่าวรับใช้ทั้งสองด้วยสายตาเย็นชาอีกครั้ง

……………………………………………

เชิงอรรถ

[1] ตันเถียน คือ จุดที่มีปริมาณลมปราณสะสมมากกว่าจุดอื่นๆ ในร่างกาย มีสามจุดคือ ตันเถียนบน - อยู่บริเวณหน้าผากเหนือหว่างคิ้ว ตันเถียนกลาง – อยู่บริเวณหัวใจ ตันเถียนล่าง – อยู่ที่ท้องน้อย

[2] หนูข้ามถนน หมายถึง คนน่าสมเพชเวทนา

----------------------------------

เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัปเดตก่อนใคร

กด'ติดตาม'ตรงนี้ไว้ได้เลยย~ _

.

.

ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ

แนะนำนิยายที่คุณไม่ควรพลาด กดที่รูปเพื่ออ่านได้เลยนะคะ

ลิขิตสวรรค์

บ่าวรับใช้ไม่เคยเห็นสายตาที่เย็นชาและมีอำนาจเช่นนี้มาก่อน น่ากลัวว่าแม้แต่ผู้นำตระกูลหานเองก็ไม่อาจทรงอำนาจได้ถึงเพียงนี้ พวกเขาไม่กล้ากระทำสิ่งใดลับหลัง ทำได้เพียงปฏิบัติตามคำสั่งของหานโม่ในทันที พวกเขาลอบพานางเข้ามาทางประตูหลังสู่ลานเล็กๆ หน้าจวนที่คุณหนูเจ็ดพำนักอยู่

“จงกลับไปรายงานคุณหนูห้าซะ สิ่งใดที่ควรพูดและสิ่งใดที่ไม่ควรพูด พวกเจ้าเข้าใจหรือไม่?” เมื่อนึกถึงใบหน้าอัปลักษณ์ของตัวเองที่เต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลและคราบเลือด หานโม่จะปล่อยคนพวกนั้นไปง่ายๆ ได้อย่างไรกัน

ไม่มีสตรีคนใดที่ไม่ใส่ใจรูปร่างหน้าตาของตัวเอง บัดนี้ดวงหน้าของนางเสียโฉมยับเยินไปหมด ส่วนผู้ที่ทำนั้นได้ถูกหานโม่หมายหัวเอาไว้หมดแล้ว และจะไม่มีผู้ใดรอดไปได้เช่นกัน

โดยกฎของหานโม่คือ หากผู้ใดไม่ระรานข้า ข้าก็จะไม่ระรานผู้ใด แต่หากผู้ใดมาระรานข้า เสี่ยวเหยีย [1] จะตีเจ้าจนแม้แต่บิดาก็ไม่อาจจำได้!

หญิงสาวเผยรอยยิ้มบนใบหน้า แต่กลับดูเยือกเย็นเสียจนทำให้บ่าวรับใช้ทั้งสองรู้สึกราวกับ ตกลงไปในหลุมน้ำแข็ง หลังจากที่คุณหนูเจ็ดกลับมาจากสุสานสายตาก็เปลี่ยนไป จนพวกเขามองความหมายที่แท้จริงในแววตาของหานโม่ไม่ออกเลย

หานโม่ลืมตัวยกมือขึ้นมาแตะบาดแผลบนใบหน้า มุมปากข้างหนึ่งกระตุกด้วยความเจ็บ ทันใดนั้นสายตาพลันเย็นชาขึ้นมาทันที ในแววตาปรากฏประกายเย็นยะเยือก

"ไม่ต้องกังวลไป เจ้าก็คือข้า ข้าหานโม่ผู้นี้ ไม่เคยถูกผู้ใดเหยียบย่ำถึงเพียงนี้นับตั้งแต่เกิดมา คนพวกนั้นต้องชดใช้!”

ทว่าตอนนี้ หานโม่อยากจะลองทดสอบดูว่าร่างกายนี้มันไร้ประโยชน์จริงๆ หรือไม่ จึงนั่งลงทำสมาธิ ฉับพลันนั้นนางรับรู้ถึงความผันผวนของบรรยากาศโดยรอบได้เกือบจะทันที ภายในทรวงอกมีกระแสอุ่นร้อนสายหนึ่งก่อตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนอดที่จะบ่นภายในใจไม่ได้ "น้องสาว เหตุใดลมปราณของเจ้าถึงได้ติดขัดเร็วนัก นี่มันเรียกว่ามีพรสวรรค์ได้แน่หรือ?”

แต่หานโม่เองก็รับรู้ว่าปัญหาที่แท้จริงของนางอยู่ที่ตันเถียน นางไม่สามารถแม้แต่จะควบคุมลมปราณให้เข้าสู่จุดตันเถียน และไปถึงระดับเสวียนเจ่อได้ [2]

หานโม่ควบคุมกระแสลมปราณให้ค่อยๆ จมลงไป และเพียงแค่พริบตาเดียวในขณะกำลังเข้าสู่ตันเถียนนั้น ความเจ็บปวดสายหนึ่งพลันทะลุทะลวงออกมาจากตันเถียน รุนแรงราวกับว่าร่างกายถูกฉีกกระชากออกจากกัน แม้ว่าหานโม่ที่มีจิตใจเข้มแข็ง ยังอยากจะเกลือกกลิ้งไปมาด้วยความเจ็บปวด

หานโม่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่ออดทนต่อความเจ็บปวดทรมานภายในร่างกายของตัวเอง นางกำมือแน่น

ความร้อนที่จุดตันเถียนเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งอาการคันที่ผิวหนังก็ยังเพิ่มมากขึ้น จนทำให้หานโม่อยากจะยกมือขึ้นมาเกาบริเวณผิวที่เริ่มเจ็บราวถูกเข็มทิ่มแทงยิ่งนัก

แต่ภายในจิตใจของนางบอกตัวเองว่าอย่ายกมือขึ้นมาเกาโดยเด็ดขาด มิฉะนั้นมันอาจจะล้มเหลวเอาได้

ในขณะที่นางกำลังนั่งทำสมาธิอยู่ ก็รู้สึกถึงความร้อนแผดเผาที่จุดตันเถียน เพียงไม่นานก็ปะทุจนระเบิดออกมา!

ราวกับเศษดาวตกที่ร่วงหล่นลงสู่พื้นจนเป็นหลุม

ความเจ็บปวดราวถูกเข็มทิ่มแทงตามร่างกายยังคงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อมองจากภายนอกจะเห็นเหมือนกับมีแสงสีขาวเรืองรองกำลังปกคลุมอยู่รอบๆตัวหานโม่ ในความเป็นจริงแล้ว แสงสีขาวเหล่านี้ประดุจมารดาที่กำลังคอยดูแลปกป้องทารกน้อยที่อยู่ข้างใน

เส้นลมปราณในร่างกายหานโม่นั้นถือว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงกว่าก่อนหน้านี้มาก

ของเหลวในเส้นลมปราณของบ่อโลหิต [3] แห่งนี้ ได้ถูกกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เส้นลมปราณที่ถูกกระตุ้นนั้นมีการเปลี่ยนแปลง

เส้นลมปราณที่ถูกชะล้างค่อยๆ ขยายกว้างขึ้น ทำให้ลมปราณไหลเวียนได้คล่องมากกว่าก่อนหน้านี้ เลือดลมเด่นชัด ไม่มีอะไรมาเจือปนและเล็กแคบเหมือนเมื่อครั้งก่อนหน้าอีก

ความรู้สึกร้อนที่กำลังแผดเผาตรงจุดตันเถียนค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนถึงขีดสุด หานโม่พยายามอดทนกลั้นเอาไว้ นางรู้สึกได้ว่าอีกเพียงแค่นิดเดียว!

ทันใดนั้นจุดตันเถียนก็ราวกับภูเขาไฟระเบิดปะทุ กระแสพลังอบอุ่นไหลพุ่งออกมา!

จนไหลอาบกระจายไปทั่วทั้งเส้นลมปราณอย่างช้าๆ ก่อนหน้านี้ที่แห่งนี้ราวกับถูกแสงอาทิตย์แผดเผาจนผืนดินแห้งแล้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่มายามนี้ราวกับได้รับหยาดน้ำฝนที่โปรยปรายลงมาจนผืนดินที่แตกระแหงชุ่มชื่น มันช่างเย็นสบายและช่วยให้นางให้รอดพ้นไปได้

“อ่า…” พักหนึ่งน้ำเสียงแห่งความสบายก็ดังขึ้น

แสงสว่างบางๆ ปกคลุมอยู่บนร่างหานโม่ นี่นับว่านางก้าวหน้าแล้วใช่หรือไม่?

ความเจ็บปวดทรมานค่อยๆ จางหายไป หานโม่ล้มตัวลงนอนบนเตียงพลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ บนหน้าผากเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ประกายเย็นยะเยือกในแววตากลับยิ่งทำให้รู้สึกหนาวสะท้านมากขึ้นกว่าเดิม นางเป็นปรมาจารย์ด้านวรยุทธ์ ดังนั้นจึงชัดเจนแล้วว่าสิ่งนี้ไม่ได้เป็นมาตั้งแต่เกิดแน่นอน หากแต่เป็นเพราะเส้นเอ็นรอบๆ จุดตันเถียนได้ถูกตัดขาดไป และไม่ได้เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต กระทั่งส่วนอื่นๆ ของร่างกายก็ไม่โดนทำลาย เห็นได้ชัดว่าผู้ที่ทำต้องมีความเชี่ยวชาญอย่างยิ่ง

เมื่อไม่มีทางฝึกฝนให้ก้าวหน้าได้ ทำให้ลึกๆ แล้วหานโม่คนเดิมรู้สึกอ่อนแอ

และในเวลานี้เอง จุดตันเถียนกลางอกจู่ๆ ก็มีพลังงานอ่อนนุ่มสายหนึ่งแผ่ออกมาและห่อหุ้มจุดตันเถียนทั้งหมดเอาไว้ พลันก็เกิดความรู้สึกเบาสบายจนทำให้หานโม่เกือบส่งเสียงออกมา แต่ในทันใดนั้นเองหานโม่ก็เข้าใจอย่างชัดแจ้ง แม้นางจะไม่รู้ว่าพลังงานเหล่านี้มาจากไหน แต่นางแน่ใจว่านี่คือโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ดังนั้นจึงนั่งลงทำสมาธิเพื่อเริ่มโคจรลมปราณทันที

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม หานโม่คิดไม่ถึงเลยว่าในระหว่างที่นางกำลังทะลุมิติมาเกิดใหม่นั้น มีใครบางคนให้นางดื่มชาถ้วยหนึ่ง ในชาถ้วยนั้นมีพลังงานบริสุทธิ์ที่สุดในโลกอยู่ ถึงแม้ว่าจะถูกทำให้เจือจางไปมากแล้ว แต่ก็ยังเข้มข้นมากพอที่จะทำให้นางได้ถอดรกเปลี่ยนกระดูก [4]

และในโลกวิญญาณ พลังงานบริสุทธิ์นับไม่ถ้วนเปรียบได้กับพู่กันด้ามหนึ่ง ที่ขีดเขียนอักษรตัวใหญ่ที่มีพลังอันน่าอัศจรรย์สามตัว นั่นก็คือคำว่า ลิขิตสวรรค์

……………………………………………

เชิงอรรถ

[1] เสี่ยวเหยีย คือ เจ้านาย/นายท่านที่อายุน้อย หากใช้เรียกผู้อื่นจะเป็นการเรียกด้วยความยกย่อง หากใช้เรียกตัวเองจะเป็นการเรียกในลักษณะข่มคู่สนทนา

[2] ระดับเสวียนเจ่อ คือ ลำดับขั้นของผู้ฝึกวรยุทธ์

[3] บ่อโลหิต เปรียบเสมือนน้ำพุแห่งชีวิต

[4] ถอดรกเปลี่ยนกระดูก คือ กลับเนื้อกลับตัว หรือเปลี่ยนแปลงตนเอง

----------------------------------

เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัปเดตก่อนใคร

กด'ติดตาม'ตรงนี้ไว้ได้เลยย~ _

.

.

ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ

แนะนำนิยายที่คุณไม่ควรพลาด กดที่รูปเพื่ออ่านได้เลยนะคะ

สู่ขอภรรยา

หลังจากผ่านไปราวสิบสองชั่วยาม หานโม่ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่เบาสบาย และพบว่าเส้นลมปราณรอบจุดตันเถียนทุกเส้นได้รับการฟื้นฟูจนหมดสิ้นแล้ว อีกทั้งนางยังบรรลุถึงจุดสูงสุดของระดับเสวียนถูแล้วด้วย หานโม่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ฉับพลันนั้นกลิ่นเหม็นเน่าก็ลอยฟุ้งเข้ามาในจมูก ก่อนจะพบว่าบนร่างกายนางเต็มไปด้วยคราบสิ่งสกปรก เมื่อนางรู้ว่ามันคือสิ่งสกปรกที่ขับออกมาจากร่างกายตัวเอง ก็รีบลุกขึ้นแล้วพุ่งตัวออกมาจากเรือนหลังเล็กกระโดดลงบ่อน้ำที่สวนด้านหลังทันที

“อ่า สบาย!” หลังจากที่หานโม่ชำระล้างคราบสกปรกแล้วผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย นางก็พบว่าใบหน้าของนางที่สะท้อนในกระจกได้กลับคืนสู่สภาพเดิมแล้ว ประกอบกับที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ก็ยิ่งทำให้มีกลิ่นอายความงามเย้ายวนมากกว่าเดิม

“ไม่เลว ใบหน้างดงามแบบนี้สิถึงจะเหมาะกับข้า” หานโม่ส่องกระจก แล้วยกฝ่ามือขึ้นตบบนใบหน้างดงามของตัวเองเบาๆ ช่างหลงตัวเองเป็นอย่างยิ่ง

ทันใดนั้นก็มีเสียงดังโหวกเหวกขึ้นที่ด้านนอกประตู “ไม่ได้นะเจ้าคะ พวกท่านเข้าไปไม่ได้ อาการบาดเจ็บของคุณหนูเจ็ดยังไม่หายดี พวกท่าน…”

เพียะ!

“นางบ่าวนี่ รีบไสหัวไปเสีย คุณชายลู่ของข้ามาเพื่อสู่ขอคุณหนูเจ็ดไปเป็นภรรยา เจ้าคนชั้นต่ำเช่นเจ้ายังจะกล้าขวางอีกรึ ไปพาคุณหนูเจ็ดออกมา”

หานโม่ฟังเสียงความเคลื่อนไหวที่ด้านนอกอยู่ครู่หนึ่ง ก็ส่ายหัวไปมาด้วยความเหนื่อยหน่าย

“มีพวกแมลงวันน่ารำคาญมาอีกแล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็คงต้องไปจัดการพวกนั้นก่อนเสียแล้ว”

ประตูไม้ถูกถีบให้เปิดออกอย่างหยาบคายโดยชายฉกรรจ์สองคน

"คุณหนูเจ็ดขอรับ คุณชายสี่จากตระกูลลู่มาสู่ขอคุณหนู…" ก่อนที่ชายคนนั้นจะพูดจบ ก็ต้องตกใจกับรูปร่างหน้าตาของสตรีที่ยืนอยู่เบื้องหน้า มิใช่ว่าคุณหนูเจ็ดแห่งตระกูลหานถูกคุณหนูห้าและคนอื่นๆ ทำให้เสียโฉมไปแล้วหรอกหรือ? นี่มันเรื่องอะไรกัน?

หานโม่ที่นั่งอยู่หน้ากระจก ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองบ่าวชายจากตระกูลลู่ “คุณชายสี่จากตระกูลลู่รึ?”

ชายทั้งสองลอบกลืนน้ำลายอย่างเงียบๆ "ขอรับ เชิญคุณหนู"

"ได้ เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ"

ที่ด้านนอกมีชายหญิงคู่หนึ่งแต่งกายด้วยชุดฮั่นฝูยืนอยู่ แต่ว่ารูปร่างหน้าตาของชายผู้นี้ไม่อาจทำให้ผู้คนเอ่ยปากชมได้ ด้วยโรคผิวหนังเรื้อรัง [1] ใบหูบิดเบี้ยวผิดรูป มีไฝดำขนาดใหญ่ที่มุมปาก และยิ่งไปกว่านั้นคือรูปร่างอ้วนฉุราวกับหมู ต่างทำให้ผู้ที่ได้พบเจออดที่จะขยะแขยงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ชายอัปลักษณ์ผู้นี้ก็เป็นถึงคุณชายสี่แห่งตระกูลลู่ ที่ไม่เพียงแต่มีรูปร่างน่าเกลียดเท่านั้นแต่ยังมากไปด้วยตัณหา

ใบหน้าราวหมูอ้วนที่ยืนอยู่ด้านนอกเรือนหลังเล็กของหานโม่นั้นบูดบึ้ง เขารู้มาว่าคุณหนูเจ็ดตระกูลหานที่ตัวเขากำลังจะแต่งงานด้วยถูกเหล่าพี่น้องคนอื่นๆ ทำให้เสียโฉมไปแล้ว จากหญิงงามผู้หนึ่งกลายเป็นหญิงอัปลักษณ์ แล้วจะให้เขายินดีได้หรือ? ถ้าเช่นนั้น หากว่าไม่แต่งเล่า สายตาของคุณชายสี่ตระกูลลู่เหลือบมองหญิงสาวในชุดฮั่นฝูที่ยืนอยู่ข้างๆ ลืมไปซะ… อีกฝ่ายเป็นถึงตระกูลหาน เขาไม่อาจก่อเรื่องได้

“คุณชายลู่ ท่านจำสิ่งที่คุณหนูของข้าพูดได้ใช่หรือไม่?” หญิงสาวในชุดฮั่นฝูที่ยืนอยู่ข้างกันพูดขึ้นด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง นางไม่แม้แต่จะหันมามองคุณชายลู่สักครั้ง เพราะถึงแม้ว่านางจะเป็นเพียงสาวใช้ของตระกูลหาน แต่นางก็เป็นสาวใช้ส่วนตัวของคุณหนูห้าแห่งตระกูลหาน

“จำได้ๆ แม่นางเหม่ยโปรดวางใจ ความเชี่ยวชาญในการรับมือกับสตรีของข้านั้นถือว่า…” ฝ่ายคุณชายลู่เมื่อเห็นสีหน้าอันบูดบึ้งของแม่นางเหม่ยก็หุบปากเงียบไปในทันที

"น่าขยะแขยง!"

และในเวลาเดียวกันนั้นเองหานโม่ก็เดินออกมาจากเรือนหลังเล็ก คุณชายลู่ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว "ข้าลู่ฉวินเฉียนจากตระกูลลู่ มาเพื่อสู่ขอคุณหนู…"

คุณชายลู่ชะงักไปราวกับต้องมนต์เมื่อเห็นใบหน้าอันงดงามของหานโม่ แต่หานโม่กลับมิได้ใส่ใจ นางเดินตรงไปหาสาวใช้ของตนเองที่ล้มอยู่บนพื้น หญิงสาวก้มตัวลงยื่นมือไปช่วยประคองนางให้ลุกขึ้น “พี่เสี่ยวเยว่ พี่ไม่เป็นไรนะ”

“คุณหนู คุณ…คุณหนูหายดีแล้วหรือเจ้าคะ?” สาวใช้นามว่าเสี่ยวเยว่เองก็ตกตะลึงไปกับใบหน้าที่หายดีเป็นปกติแล้วของหานโม่เช่นกัน

“ใช่ ข้าหายแล้ว” หานโม่เอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

ทันใดนั้นเองเสี่ยวเยว่ก็พลันได้สติและรับรู้สถานการณ์ตรงหน้าได้ในทันที “คุณหนู คุณหนูรีบหนีไปเจ้าค่ะ คนพวกนั้น…”

“หานโม่ เจ้าช่างกล้านักนะ!” ก่อนที่เสี่ยวเยว่จะทันได้เอ่ยจบก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงตะโกนเล็กแหลมของสาวใช้ประจำตัวคุณหนูห้าเสียก่อน หานโม่ประคองเสี่ยวเยว่ขึ้นมา พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “พี่เสี่ยวเยว่ พี่โดนตบหรือ?”

“หากใช่แล้วจะทำไม!” เสี่ยวเหม่ยเชิ่ดใบหน้าขึ้นและพูดออกมาอย่างหยิ่งผยอง “คุณหนูห้าทำเจ้าเสียโฉมไปแล้ว ไม่คิดเลยว่าเจ้ายังจะรักษาได้อีก เจ้า…”

“เพียะ!”

พูดยังไม่ทันจบ เสี่ยวเหม่ยก็ถูกหานโม่ตบเข้าที่ใบหน้าจนเซถอยหลัง พร้อมทิ้งรอยฝ่ามือสีแดงสดเอาไว้บนใบหน้า ซึ่งการกระทำนี้ทำให้เสี่ยวเหม่ยโกรธจัด นางวิ่งกระโจนเข้าหาหานโม่ราวกับคนบ้า "หานโม่ ข้าจะฆ่าเจ้า!"

………………………………………………………………

เชิงอรรถ

[1] โรคผิวหนังเรื้อรังที่มักทำให้เกิดรอยแดง มีเลือดคั่งขนาดเล็ก และหลอดเลือดขยายออกอย่างเห็นได้ชัดบริเวณส่วนกลางของใบหน้า

----------------------------------

เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัปเดตก่อนใคร

กด'ติดตาม'ตรงนี้ไว้ได้เลยย~ _

.

.

ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ

แนะนำนิยายที่คุณไม่ควรพลาด กดที่รูปเพื่ออ่านได้เลยนะคะ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...