โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โอกาสสูงถึง 70-80% เผยสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งจากไฟไหม้

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าการเสียชีวิตในเหตุการณ์ไฟไหม้เกิดจากการถูกไฟคลอกหรือความร้อนจากเปลวไฟ แต่ในความเป็นจริงแล้ว สาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งในเหตุการณ์ไฟไหม้ คือ การสูดดมควันพิษ (Smoke Inhalation) และการขาดอากาศหายใจ ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้เหยื่อในอัคคีภัยเสียชีวิตสูงถึง 70–80%

โอกาสสูงถึง 70-80% เผยสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งจากไฟไหม้

โดยอันตรายจากควันไฟสามารถพรากชีวิตผู้คนได้อย่างรวดเร็วผ่าน 3 ปัจจัยหลัก ดังนี้

-ก๊าซพิษตัวร้าย: ในควันไฟมีก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide - CO) ซึ่งเป็นก๊าซที่พบบ่อยและอันตรายที่สุด โดยจะเข้าไปจับกับเม็ดเลือดแดงได้ดีกว่าออกซิเจนถึง 200 เท่า ส่งผลให้ร่างกายขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง สมองล้า หมดสติ และเสียชีวิตได้ในเวลาไม่กี่นาที นอกจากนี้หากมีการเผาไหม้วัสดุสังเคราะห์อย่างพลาสติก โฟม หรือพรม จะเกิดก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์ (Hydrogen Cyanide) ที่เป็นพิษต่อระบบเซลล์อย่างเฉียบพลัน

- การขาดออกซิเจน: เปลวไฟจะใช้ออกซิเจนในอากาศเพื่อเผาไหม้ ทำให้ปริมาณออกซิเจนในห้องลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งหากออกซิเจนเหลือต่ำกว่า 10% จะทำให้สมองเริ่มเบลอ ร่างกายอ่อนแรง หมดสติ และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

-เขม่าและอนุภาคขนาดเล็ก: ควันไฟหนาแน่นไปด้วยเขม่าและสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน เมื่อสูดดมเข้าไปจะทำให้เกิดทางเดินหายใจบวม ปิดกั้นระบบทางเดินหายใจ และเกิดการสะสมในปอด

ดังนั้น เมื่อเผชิญเหตุไฟไหม้ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเอาชีวิตรอดคือการป้องกันตัวเองจากการสูดควัน ด้วยวิธีการก้มต่ำเนื่องจากควันไฟจะลอยขึ้นที่สูง และใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูกเพื่อช่วยกรองควันและเพิ่มโอกาสรอดชีวิต

โอกาสสูงถึง 70-80% เผยสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งจากไฟไหม้
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...