โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ผู้เลี้ยงปลากะพงตรัง ห่วง รัฐบาลเจรจามาเลย์ ปล่อยนำเข้าปลากะพงเสรี แลกแก้ราคากุ้งต่ำ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ผู้เลี้ยงปลากะพงตรัง ห่วง ‘อนุทิน’ เจรจามาเลย์ ปล่อยนำเข้าปลากะพงเสรี แลกแก้ราคากุ้งต่ำ ชี้หายนะแน่ เข้าตีตลาดปลาไทยซ้ำรอบปีก่อน เหตุต้นทุนถูกกว่าไทย หวั่นสารพิษปนเปื้อน วอนรบ.ช่วยประกันราคา ก่อนเกษตรกรเจ๊งระนาวไปมากกว่านี้

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรัง ว่า ได้รับร้องเรียนจากผู้เลี้ยงปลากะพงในพื้นที่จังหวัดตรัง ถึงผลกระทบจากปลากะพงมาเลเซียที่เข้ามาตีตลาด อีกทั้งยังมีความกังวลในผลการเจรจาระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลมาเลเซีย ซึ่งห่วงผลเจรจาอาจปล่อยให้มีการนำเข้าปลากะพงจากมาเลเซียเพื่อแลกกับการซื้อกุ้งจากไทย หลังปลากะพงจากมาเลเซียเข้ามาตีตลาดเมื่อปีที่แล้ว ทำเกษตรกรขาดทุนจนต้องเลิกเลี้ยงแล้วจำนวนมาก และยังไม่ฟื้นตัว เหลือเพียงส่วนน้อยที่ยังเลี้ยง หากปล่อยปลากะพงเข้ามาตีตลาดอีก เชื่อว่าจะไม่เหลือเกษตรกรเลี้ยงอีกต่อไป ที่สำคัญคือมีกระแสหนาหูมากทำนองว่าปลากะพงจากมาเลเซียเคยได้รับการตรวจยืนยันจากทางการไทยว่ามีสารพิษปนเปื้อน จากการใช้ยาและเคมีในการเลี้ยง ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ต่างจากปลากะพงไทยที่เลี้ยงแบบธรรมชาติ ไร้สารเคมี จึงมีต้นทุนที่สูงกว่า

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบกับเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงในกระชัง ในบริเวณอ่าวคลองปะเหลียน บ้านท่าเรือ หมู่ 1ต.วังวน อ.กันตัง จ.ตรัง โดยเกษตรกรนำผู้สื่อข่าวดูปัญหาปลากะพงลอยตายเกลื่อนในกระชัง หลังประสบปัญหาน็อdน้ำอันเนื่องมาจากฝนตกหนักบริเวณด้านบนไหลลงผ่านกระชังลงด้านล่างก่อนจะออกสู่ทะเล ทำปลากะพงของชาวบ้านน็อกน้ำตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นปัญหาที่เกษตรกรต้องประสบทุกปีในช่วงฝนตกหนัก โดยในปีนี้เกษตรกรเริ่มประสบมาต่อเนื่องมานานระมาณ 1 เดือนแล้ว โดยยังตายต่อเนื่องทุกวันขนาดน้ำหนักตั้งแต่ 1-2 กิโลกรัม บางรายเลี้ยงประมาณ 3,000-4,000 ตัว ตายไปแล้วประมาณ 1,000 ตัว บางรายเลี้ยงประมาณ 1,000 ตัว ตายไปแล้วเหลือประมาณ 400 ตัว ส่วนที่กำลังใกล้จะตายอีกจำนวนมาก ทำเกษตรกรแต่ละรายสูญเงินไปจำนวนมาก และอยากให้มีหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุ ขณะเดียวกันทั้งหมดยังห่วงกรณีรัฐบาลนำโดยนายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่สาการกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปเจรจากับมาเลเซีย โดยรวมปัญหาให้นำเข้าปลากะพงแลกส่งออกกุ้งไทยไปมาเลเซียรวมอยู่ด้วย

นายสมบัติ จันทร์บำรุง และนายทวี เกียรติเดช ตัวแทนเกษตรกร กล่าวว่า ปกติในพื้นที่บ้านท่าเรือ มีผู้เลี้ยงปลากะพง รวมจำนวน 38 ราย แต่ปลากะพงมาเลเซียเข้ามาตีตลาดเมื่อปีที่แล้ว ทำให้เกษตรกรขาดทุนเลิกเลี้ยงไปเกือบทั้งหมด คงเหลือเลี้ยงอยู่ประมาณ 7 รายเท่านั้น มาในตอนนี้หากรัฐบาลจะปล่อยให้มีการนำเข้าปลากะพงแบบเสรี เชื่อว่าจะทำให้พวกตนเดือดร้อนแน่นอน เพราะปลามาเลเซียต้นทุนต่ำกว่าของพวกตน เพราะรัฐบาลเขาช่วยเหลือเกษตรกร แต่เกษตรกรไทยต้องใช้ทุนส่วนตัวในการเลี้ยง โดยในปีนี้ต้นทุนเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าตัว เช่น อาหารปลาซึ่งต้องใช้ปลาสด จากเดิม กก.ละ 8-15 บาท แต่ตอนนี้ปรับราคาขึ้นเป็นกก.ละ 22-25 บาท ดังนั้นหากปล่อยให้นำปลากะพงมาเลเซียเข้ามาจะซ้ำรอยเดิมเหมือนปีที่แล้ว พวกตนคงต้องหยุดเลี้ยง

นายสมบัติกล่าวอีกว่า ปีที่แล้วปลากะพงมาเลเซียเข้ามาตีตลาด เช่น ปลาจาน เป็นปลาขนาด 7-8 ขีด เทียบเคียงใส่จานขาย กก.ละ 100 บาท, ปลาไซส์ขนาด 2-3 กก. ราคา 110 -120 บาท ส่วนปลาไซส์ขนาด 3-6 กก.ราคาเพียงกก.ละ 140 บาท ทำให้พวกตนต้องขายตามในราคาที่ต่ำกว่าทุน เพราะหากไม่ขายตามก็ขายไม่ได้ ทำให้ขาดทุนกันจำนวนมาก จนส่วนใหญ่ต้องเลิกเลี้ยง

หากปีนี้รัฐปล่อยให้ปลามาเลเซียเข้ามาโดยไม่ควบคุม พวกเราก็ต้องหมดอาชีพอย่างแน่นอน เป็นไปได้ไม่อยากให้มีการนำเข้า หรือหากนำเข้า ขอวอนรัฐให้ช่วยประกันราคาปลากะพงของไทย เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรด้วย เช่น ปลากะพง ไซส์ขนาด 1-2 กก. ราคากก.ละ 150 บาท , ขนาด 2-3 กก.ซึ่งต้องใช้เวลาเลี้ยงยาวนานถึงปีกว่า ขอประกันราคาที่กก.ละ 170 – 180 บาท ถ้าจะเป็นปลาขนาดตัวละ 4-5 กก.ต้องใช้เวลาเลี้ยงกว่า 2 ปี โดยปัจจุบันนี้ปลาที่เกษตรกรขายได้ เช่น ไซส์ขนาด 2-3 กก. ราคากก.ละ 170 บาท” นายสมบัติกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้เลี้ยงปลากะพงตรัง ห่วง รัฐบาลเจรจามาเลย์ ปล่อยนำเข้าปลากะพงเสรี แลกแก้ราคากุ้งต่ำ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...