โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อดีต สว.แนะฟันอาญา-แพ่งเจ้าของโรงเบียร์-สอบ ผอ.เขต-ตร.ท้องที่

Nation Online

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงเหตุการณ์ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวว่า ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง กับครอบครัวผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า รัฐไม่เคยล้อมคอกปัญหานี้อย่างจริงจัง และยังแสดงให้เห็นอีกว่า มีความย่อหย่อนมาก ทั้งที่เราผ่านเหตุการณ์ในลักษณะนี้มาแล้ว 2 ครั้ง ทั้งซานติก้าผับ และเมาท์เท่นบีผับ ซึ่งสาเหตุของการเสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมากก็มาจากสาเหตุเดิม ๆ คือ ไม่สามารถหนีออกได้ทัน ประตูหนีไฟมี แต่ใช้ไม่ได้ หรือใช้ได้ไม่กี่ประตู อาคารปิดทึบ ขาดช่องระบายอากาศ ไม่มีระบบสปริงเกอร์ดับเพลิง ซึ่งในแง่ของความปลอดภัยมาตรฐานสากล ถือเป็นสิ่งจำเป็นขั้นเด็ดขาด เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงสูง ทั้งฝ้าเพดาน วัสดุลามไฟ แอลกอฮอล์ และการอพยพที่ล่าช้า อย่างไรก็ดี หากอาคารมีข้อจำกัดในการติดตั้งสปริงเกอร์ กฎหมายอาจอนุญาตให้ใช้ระบบดับเพลิงอัตโนมัติชนิดอื่นที่เทียบเท่าได้

นายสุรเดช ยังตั้งข้อสังเกตว่า เวลาเกิดไฟฟ้าลัดวงจร เหตุใดคัตเอาต์ถึงไม่ทำงาน รวมถึงวัสดุในการก่อสร้างไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย มีการใช้วัสดุติดไฟง่าย เมื่อปัญหาเหล่านี้ยังอยู่ นั่นหมายความว่า ที่ผ่านมาไม่ได้รับการแก้ไขเลย และที่มันเกิดขึ้นได้ เพราะมักง่ายของผู้ประกอบการ และความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ ซึ่งผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องทำให้ถูกต้องตามมาตรฐานทุกอย่าง แต่กรณีดังกล่าวหลายเรื่องไม่ได้มาตรฐานแต่กลับได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ

"เรื่องนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดัง แสดงว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาต หรือได้รับประโยชน์เพื่อแลกกับการให้ผับดังกล่าวประกอบกิจการได้หรือไม่ การตรวจสอบเมื่อประกอบกิจการแล้ว มีการตรวจตราสม่ำเสมอต่อเนื่องหรือไม่ ถ้าตรวจสอบแล้วปล่อยผ่านมาได้อย่างไร เจ้าหน้าที่มองไม่เห็นความผิดปกติได้อย่างไร ดังนั้น เรื่องนี้นอกจากจะเอาผิดผู้ประกอบการแล้ว ยังต้องเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องด้วย" นายสุรเดช ระบุ

นายสุรเดช กล่าวอีกว่า เบื้องต้นในส่วนของเจ้าของสถานบันเทิงหรือผู้ประกอบการที่ปล่อยให้เกิดไฟไหม้ร้าน ต้องรับผิดชอบทั้งทางอาญา แพ่ง และกฎหมายควบคุมเฉพาะ สำหรับความผิดทางอาญา ต้องโดนทั้งข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท ส่วนข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือข้อหากระทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาทเป็นอันตรายแก่ชีวิตหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายสุรเดช กล่าวต่อว่า สำหรับเจ้าหน้าที่ ต้องเริ่มจากสำนักงานเขตในที่เกิดเหตุที่ละเลย เบื้องต้นต้องตรวจสอบผู้อำนวยการเขต ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติกฎหมายควบคุมอาคาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง อาจต้องรับผิดชอบทั้งทางวินัย ทางแพ่ง และทางอาญา หากตรวจสอบพบว่ามีการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ หรืออนุญาตให้ใช้อาคารและเปิดกิจการโดยขัดต่อกฎหมายความ ปลอดภัยอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ ซึ่งเบื้องต้นจะต้องรับผิดทางอาญาฐานละเลยต่อหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และอาจมีความผิดทางละเมิด หากพบว่ารู้เห็นเป็นใจ ปล่อยปละละเลยหรือไม่ ดำเนินการตรวจสอบและระงับยับยั้งสถานบันเทิงที่เปิดโดยผิดกฎหมาย ไม่ได้รับใบอนุญาต หรือไม่มีมาตรฐานความปลอดภัย

"ครั้งนี้เห็นได้ชัดว่า ถึงเวลาที่ต้องจริงจังกับเหตุการณ์โศกนาฏกรรมแบบนี้ได้แล้ว ไม่ใช่คอยลูบหน้าปะจมูกเหมือนที่ผ่าน ๆ มา ผู้ที่กระทำผิดทั้งหมดต้องได้รับโทษ เจ้าของกิจการต้องถูกจำคุก เพื่อเป็นบทเรียนให้กับกิจการอื่น ๆ ไม่ให้ปล่อยปละละเลยหรืออาศัยช่องว่างจนเกิดการสูญเสียอีก ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะผู้กำกับ ในพื้นที่ ต้องดูแลอย่างเข้มงวด เพราะนี่ไม่ใช่ความประมาท แต่มันคือความเห็นแก่ตัวและไร้ความรับผิดชอบของบางคน บางกลุ่มที่เห็นแก่ได้มากกว่าความปลอดภัยของผู้อื่น" นายสุรเดช ระบุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...