โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไฟเขียวหลักเกณฑ์ใหม่ 17 ก.ค.นี้ ประกาศผล”คนจนตัวจริง”

INN News

อัพเดต 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 0.22 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

การประชุมคณะรัฐมนตรีที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เห็นชอบข้อเสนอของกระทรวงการคลังในการปรับเกณฑ์การพิจารณาผู้มีสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ก่อนที่คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม จะประชุมสรุปรายชื่อผู้มีสิทธิ์ในวันที่ 16 กรกฎาคม และประกาศผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 กรกฎาคม ตามกำหนดเดิม

การปรับครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการแก้ไขรายละเอียดของโครงการ แต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแนวคิดในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยของรัฐบาล จากเดิมที่รอให้ประชาชนเดินมาลงทะเบียน มาเป็นการที่ภาครัฐลงพื้นที่ค้นหาผู้เดือดร้อนด้วยตัวเอง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชน หลังประกาศหลักเกณฑ์ใหม่เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พบว่ามีบางเงื่อนไขที่อาจทำให้ผู้เดือดร้อนจริงหลุดจากระบบ จึงสั่งให้ทบทวนเกณฑ์ทั้งหมด โดยยืนยันว่า การดำเนินโครงการครั้งนี้ไม่ได้ยึดงบประมาณเป็นตัวตั้ง แต่ยึดความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสำคัญ

โดยผลจากการทบทวน ทำให้ ครม. เห็นชอบปรับเกณฑ์สำคัญ 2 เรื่อง เรื่องแรก คือ ยกเลิกการใช้เงื่อนไขที่บุตรนำชื่อบิดามารดาไปใช้ลดหย่อนภาษี มาเป็นเหตุในการตัดสิทธิ์ เพราะเห็นว่าไม่ได้สะท้อนฐานะทางเศรษฐกิจที่แท้จริงของผู้สูงอายุ

ส่วนเรื่องที่สอง คือ ไม่นำสินเชื่อภาคเกษตรที่มีลักษณะพิเศษ เช่น เงินกู้ฟื้นฟูอาชีพ หรือสินเชื่อหลังเกิดภัยพิบัติ มารวมกับหนี้สินปกติ เนื่องจากเกษตรกรจำนวนมากจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อประกอบอาชีพ หากนำยอดหนี้ดังกล่าวมาคิดรวม อาจทำให้ผู้เดือดร้อนจริงหมดสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือ **

แต่สิ่งที่ถือเป็น “การเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์” ของโครงการนี้ คือ การใช้ระบบเชิงรุกในการค้นหาผู้มีสิทธิ์เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ที่ผ่านมา รัฐบาลใช้วิธีเปิดรับลงทะเบียน แล้วให้ประชาชนเดินทางมาสมัครด้วยตนเอง แต่ในความเป็นจริง ยังมีกลุ่มเปราะบางจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถเข้าถึงการลงทะเบียน ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ คนชายขอบ หรือผู้ที่เข้าไม่ถึงระบบดิจิทัล

รัฐบาลจึงมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจถึงชุมชนทั่วประเทศ

ผลการสำรวจพบผู้ที่เข้าข่ายกลุ่มเปราะบางเพิ่มเติมกว่า 5 ล้านราย ทำให้จำนวนผู้เข้าสู่ระบบการพิจารณาสิทธิ์ในปีนี้ เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 18.8 ล้านคน

จากเดิมที่มีเพียงผู้ลงทะเบียนและผู้ถือบัตรเดิม กลายเป็นการรวมผู้ที่รัฐค้นพบจากการลงพื้นที่จริง ทำให้การช่วยเหลือครอบคลุมมากขึ้น

ขั้นตอนต่อจากนี้ คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม จะประชุมสรุปรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ในวันที่ 16 กรกฎาคม ก่อนประกาศผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 กรกฎาคม ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป

ประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิ์ได้ผ่านเว็บไซต์โครงการ แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และธนาคารของรัฐทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ ออมสิน, ธ.ก.ส., ธอส., ธนาคารอิสลาม และธนาคารกรุงไทย โดยใช้บัตรประชาชนสอบถามที่สาขา

สำหรับผู้ที่ผ่านเกณฑ์เดิม จะเริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ขณะที่ผู้ได้รับสิทธิ์รายใหม่จากการสำรวจเชิงรุก จะเริ่มใช้สิทธิ์ในวันที่ 1 ตุลาคม ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ ไม่ได้หมายความว่าจะหมดโอกาส เพราะรัฐบาลเปิดให้ยื่นทบทวนสิทธิ์ ระหว่างวันที่ 17-31 กรกฎาคม โดยจะระบุเหตุผลที่ไม่ผ่านอย่างชัดเจน พร้อมเปิดช่องทางให้ส่งเอกสารเพิ่มเติมเพื่อขอพิจารณาใหม่

แม้ว่าจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์อาจสูงกว่าที่รัฐบาลเคยประมาณการงบประมาณไว้ แต่กระทรวงการคลังยืนยันว่า จะบริหารจัดการงบประมาณให้เพียงพอ เพื่อให้ประชาชนที่ผ่านเกณฑ์ทุกคนได้รับการช่วยเหลืออย่างเท่าเทียม

อย่างไรก็ตาม การปรับเกณฑ์ครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ แต่เป็นการปรับระบบสวัสดิการให้เข้าถึงผู้เดือดร้อนตัวจริงมากขึ้น และอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการดูแลผู้มีรายได้น้อยในประเทศไทย ที่รัฐไม่ได้รอให้ประชาชนเดินเข้าหา แต่เป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาประชาชนที่กำลังต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...