โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ป.ป.ช.ฟัน 'พรชัย' อดีตนายก อบจ.อุบล ซื้อเครื่องสูบน้ำแพงเกินจริง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดคดีสำคัญ กรณีเกี่ยวกับการกระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายพรชัย โควสุรัตน์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี กับพวก กรณีร่วมกันทุจริตโครงการจัดซื้อเครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่ง เครื่องยนต์ดีเซลขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 8 นิ้ว จำนวน 80 เครื่องพร้อมอุปกรณ์ เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 ในราคาที่แพงเกินความเป็นจริง เป็นเหตุให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี และทางราชการได้รับความเสียหาย เป็นเงินจำนวน 8,000,000 บาท

ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 กองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ได้รับอนุมัติเงินกู้เพื่อพัฒนาให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มเกษตรกรผู้ต้องการใช้น้ำตามโครงการเอาชนะความแห้งแล้งด้วยชลประทานระบบท่อ จากนั้นนายปรีชา พงษ์ทอง หัวหน้าฝ่ายพัฒนาแหล่งน้ำ กองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ได้เสนอบันทึก ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2555 ขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการสืบราคา กำหนดคุณลักษณะและราคากลางครุภัณฑ์ตามโครงการดังกล่าว ให้นายพรชัย โควสุรัตน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี พิจารณา โดยระบุว่ามีความประสงค์จัดหาพัสดุครุภัณฑ์ เครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่ง เครื่องยนต์ดีเซล ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว สูบน้ำได้ไม่น้อยกว่า 540 ลบ.ม./ชั่วโมง พร้อมอุปกรณ์ติดตั้ง จำนวน 80 เครื่อง อุปกรณ์เชื่อมต่อชลประทานระบบท่อ จำนวน 6 รายการ

ปรากฏว่านายพรชัย โควสุรัตน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ลงนามเห็นชอบและมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบราคา กำหนดคุณลักษณะและราคากลาง ประกอบด้วยนายปรีชา พงษ์ทอง นักบริหารงานช่าง 6 เป็นประธานกรรมการ นายสุรพงษ์ ฟักทอง นักบริหารงานช่าง 6 นายเทิดศักดิ์ ดลสุข นายช่างโยธา 7ว นางสุรัชดา โชติพันธ์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อม 6ว และนายวิรัตน์ คูหะรัตน์ เจ้าหน้าที่บริหารทั่วไป 5 เป็นกรรมการ ต่อมาเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2556 คณะกรรมการชุดดังกล่าวได้เสนอรายงานการสืบราคาถึงนายพรชัย โควสุรัตน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ผ่านนายยุทธพล พันธุ์เพ็ง รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี และนายปรีชา พงษ์ทอง ในฐานะหัวหน้าฝ่ายพัฒนาแหล่งน้ำ

โดยกำหนดราคาเครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่งเครื่องยนต์ดีเซลขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว สูบน้ำได้ ไม่น้อยกว่า 540 ลบ.ม./ชั่วโมง พร้อมอุปกรณ์ติดตั้ง จำนวน 80 เครื่อง ราคาเครื่องละ 750,000 บาท ตามที่นายพรชัย โควสุรัตน์ สั่งการให้กำหนดราคาเครื่องละ 750,000 บาท ทั้งที่เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 นายพรชัย โควสุรัตน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ได้อนุมัติให้จัดซื้อเครื่องสูบน้ำที่มีคุณลักษณะเช่นเดียวกันนี้ตามที่คณะกรรมการสืบราคาและผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นเสนอในราคาเครื่องละ 650,000 บาท ดังนั้น จึงเป็นการกำหนดราคากลางสูงกว่าราคาที่เคยจัดซื้อในปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 เครื่องละ 100,000 บาท

ทั้งที่ตามหลักเกณฑ์ของทางราชการระบุว่าการกำหนดราคากลางให้ใช้ราคาที่หน่วยงานเคยจัดซื้อภายใน 2 ปีงบประมาณ ต่อมานายพรชัย โควสุรัตน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ได้อนุมัติให้นำราคากลางดังกล่าวไปดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง และเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2556 ได้ทำสัญญาซื้อขายกับผู้ขาย ทั้งที่มีราคาแพงเกินความเป็นจริง เป็นเหตุให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานีและทางราชการได้รับความเสียหาย เป็นเงินจำนวน 8,000,000 บาท

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติ ดังนี้

1. การกระทำของนายพรชัย โควสุรัตน์ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดฐานละเลย ไม่ปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่หรือประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบ เรียบร้อยของประชาชน ตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

2. การกระทำของนายปรีชา พงษ์ทอง นายสุรพงษ์ ฟักทอง นายเทิดศักดิ์ ดลสุข นางสุรัชดา โชติพันธ์ นายวิรัตน์ คูหะรัตน์ และนายยุทธพล พันธุ์เพ็ง มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172)

และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัย ตามฐานความผิดดังกล่าวตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) มาตรา 98 และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป และแจ้งผลให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...