“สุริยะ” ปลุกเกษตรนวัตกรรม พลิกงานวิจัยสู่เงินล้าน ดัน Agri-Wellness ไทยสู่เวทีโลก
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานมอบรางวัลและมอบนโยบาย กรมวิชาการเกษตร ผ่านงานสัมมนา “ผลงานวิจัยกับการนำไปใช้ประโยชน์” ภายใต้แนวคิด “วิจัยใช้ประโยชน์ ตอบโจทย์ตลาด สร้างมูลค่า สู่รายได้ยั่งยืน” ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มุ่งขับเคลื่อนนโยบาย “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” โดยยึดแนวทาง “ตลาดนำการวิจัย เกษตรปลอดภัยมูลค่าสูง” เป็นฟันเฟืองสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร
ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โรคพืชอุบัติใหม่ ปัญหาฝุ่น PM 2.5 จากการเผาพื้นที่เกษตร ตลอดจนมาตรการกีดกันทางการค้าและปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย โดยกระทรวงเกษตรฯ ตั้งเป้าหมายหลักให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยีปุ๋ยชีวภาพและชีวภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริงในพื้นที่ เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มมูลค่าสินค้าเชิงพาณิชย์ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
ส่งออกทุเรียนครึ่งปีพุ่ง 1.5 แสนล้าน-เปิดตลาดใหม่ทั่วโลก
นายสุริยะ กล่าวว่า ผลงานที่เห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจนคือการควบคุมคุณภาพและการขยายตลาดส่งออกทุเรียนและผลไม้สด โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 มูลค่าการส่งออกทุเรียนสดสูงถึง 1.5 แสนล้านบาท และคาดว่าเมื่อสิ้นสุดปีจะมีมูลค่ารวมมากกว่า 2 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังสามารถขยายตลาดใหม่ๆ ได้สำเร็จ อาทิ ส้มโอสดไปนิวซีแลนด์, อินทผลัมไปเวียดนาม, มังคุดไปไต้หวัน รวมถึงสละและอินทผลัมไปจีน เป็นต้น
ในด้านการคุ้มครองเกษตรกร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้มอบนโยบายเร่งด่วนให้กรมวิชาการเกษตรบูรณาการร่วมกับ “ศูนย์พระพิรุณ” เพื่อควบคุม ตรวจสอบ และป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย รวมถึงปัญหาการสวมสิทธิ์สินค้าเกษตร เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและสร้างความเป็นธรรมทางการค้าให้กับเกษตรกรไทยอย่างสูงสุด
ชูนวัตกรรม Super License - AI รับมือวิกฤตสภาพอากาศ
สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ ได้มีการขับเคลื่อนระบบ Super License ซึ่งเป็นระบบการอนุญาตผ่านดิจิทัลที่ช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลา ทำให้กรมวิชาการเกษตรสามารพคว้ารางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2568 พร้อมกันนี้ยังสั่งการให้เตรียมรับมือกับปรากฏการณ์ “ซุปเปอร์ เอลนีโญ” และโรคพืชอุบัติใหม่ โดยให้เร่งนำเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ Big Data, AI และโดรนเพื่อการเกษตร มาใช้ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
ปั้นสมุนไพรไทยสู่ตลาดโลก-เตรียมรับพืชสวนโลกอุดรธานี
นายสุริยะ ยังกล่าวถึงความร่วมมือกับโรงพยาบาลศิริราชในการยกระดับสมุนไพรไทยสู่สินค้ามูลค่าสูงเพื่อสุขภาพ โดยจะมีการแสดงศักยภาพในงาน “Longevity and Wellness” ภายในงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีกำหนดเปิดงานในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 นี้ โดยคาดการณ์ว่างานนี้จะสร้างรายได้สะพัดกว่า 32,000 ล้านบาท เพิ่ม GDP ประเทศกว่า 20,000 ล้านบาท และสร้างการจ้างงานได้มากถึง 81,000 อัตรา
“ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การผลักดันงานวิจัยที่ตอบโจทย์ตลาดและอนาคต จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างมูลค่า สร้างรายได้ และความยั่งยืนให้แก่ภาคเกษตรไทยอย่างแท้จริง” คุณสุริยะ กล่าวทิ้งท้าย
เปิดโผ 18 สุดยอดงานวิจัย ประจำปี 68
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรประกาศผลรางวัลผลงานวิจัยดีเด่น ประจำปี 2568 เพื่อเชิดชูและส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริงในภาคการเกษตร ครอบคลุมทั้งงานวิจัยปรับปรุงพันธุ์ งานวิจัยพื้นฐาน งานวิจัยประยุกต์ งานพัฒนางานวิจัย งานวิจัยสิ่งประดิษฐ์คิดค้น และงานด้านบริการวิชาการ รวมทั้งสิ้น 18 ผลงาน
ผลงานที่ได้รับรางวัล ระดับดีเด่น ได้แก่"กวก.นครสวรรค์ 2" พันธุ์อ้อยผลผลิตสูง ทางเลือกใหม่เพื่อการผลิตอย่างยั่งยืน ของสถาบันวิจัยพืชไร่และพัฒนาพืชทดแทนพลังงาน ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นผลงานเด่นด้านการปรับปรุงพันธุ์พืช
ด้านงานวิจัยพื้นฐาน มีผลงานที่ได้รับการคัดเลือก อาทิ นวัตกรรมชุดตรวจสอบโลหะหนักในน้ำมันชันด้วยเทคโนโลยีเคมีไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัยของสมุนไพรไทย การศึกษาชีววิทยาและศัตรูธรรมชาติของจักจั่นอ้อย รวมถึงการพัฒนาเม็ดพลาสติกชีวภาพผสมกากกาแฟจากวัสดุเหลือใช้สำหรับบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก
สำหรับงานวิจัยประยุกต์ มีผลงานที่มุ่งเพิ่มมูลค่าและยกระดับการผลิตสินค้าเกษตร เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มจากมันข้าวโพด การเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อผลิตพันธุ์มะพร้าวกะทิ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี rhAmp SNP Genotyping ตรวจสอบยีนควบคุมความหอม เพื่อรับรองคุณภาพแปลงแม่พันธุ์มะพร้าวน้ำหอมแท้
จุดพลังนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์
ขณะที่งานพัฒนางานวิจัย เน้นการขยายผลสู่การใช้ประโยชน์จริงในพื้นที่ ทั้งการพัฒนาและขยายผลระบบรับรองแปลงแม่พันธุ์มะพร้าวน้ำหอมด้วยเทคโนโลยี SNP Marker ในเขตภาคกลาง รวมถึงการต่อยอดงานวิจัย "กินกา" และสเปรย์ระงับกลิ่นกาย "ดีจี" สู่ชุมชน
ด้านงานวิจัยสิ่งประดิษฐ์คิดค้น มีผลงานที่ตอบโจทย์การยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร อาทิ ชุดตรวจสอบธาตุอาหารพืชไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมในดินด้วยเซนเซอร์กระดาษและแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน รวมถึง GM Papaya DNA Scan ระบบตรวจคัดกรองมะละกอดัดแปลงพันธุกรรมสำหรับอุตสาหกรรมแปรรูปเพื่อการส่งออก
ในส่วนงานบริการวิชาการ มีผลงานเด่นด้านการแก้ปัญหาการผลิตทุเรียนไทย เช่น การขับเคลื่อนมาตรการ "4 ไม่" ควบคู่กิจกรรม Big Cleaning และการตรวจวิเคราะห์เชิงรุก เพื่อยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพทุเรียนส่งออก ตลอดจนมาตรการควบคุมการปนเปื้อนสารห้ามใช้ในทุเรียนผลสดส่งออกไปสาธารณรัฐประชาชนจีน และการยกระดับห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ปุ๋ยตามมาตรฐานสากล
การประกาศรางวัลครั้งนี้สะท้อนบทบาทของกรมวิชาการเกษตรในการผลักดันงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ การยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตร เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนการพัฒนาภาคเกษตรไทยอย่างยั่งยืนผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยี
นอกจากนี้ในงานยังได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนผ่านเวทีเสวนา“ตลาดนำการวิจัย สู่คุณค่าทางธุรกิจ” โดยผู้แทนจาก 8 สมาคมเกษตรชั้นนำของประเทศ ประกอบด้วย ดร.ศรีเมือง เจริญศิริ นายกสมาคมผู้ปลูกอินทผลัม,นายอำนาจ สุขประสงค์ผล นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย,นางสาววรัญญา บุญญาวิวัฒน์ นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย
ดร.บุญญานาถ นาถวงษ์ นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย,นายกรกฎ กิตติพล เลขาธิการสมาคมยางพาราไทย นายบากบั่น บุญเลิศ ที่ปรึกษาสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย
นายสมศักดิ์ สมานวงศ์ นายกสมาคมอารักขาพืชไทย,นางสาววิภาวี วัจนภิญโญ เพื่อร่วมกันระดมความคิดเห็นในการขับเคลื่อนงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการไปสู่การสร้างมูลค่าทางธุรกิจที่ตอบโจทย์ตลาดโลก