อดีตอาจารย์พยาบาล จวกรัฐบาลเดินหน้าโครงการ ‘อาสาพยาบาล’ หวังประโยชน์ทางการเมือง
อดีตอาจารย์พยาบาล จวกรัฐบาลดันโครงการอาสาพยาบาลชุมชน ทำไมไม่เอางบประมาณส่วนนี้ไปแก้หนี้ รพ.ขอนแก่นและอีกหลาย รพ.ที่ประสบปัญหา หรือใช้ในการพัฒนาศักยภาพสถาบันการศึกษาด้านการพยาบาลเดิมที่มีอยู่แล้ว หรือการบรรจุพยาบาลเดิมที่มีอยู่ให้ครบเสียก่อน เพราะบางคนยังเป็นลูกจ้างรายวันอยู่เลย
14 กรกฎาคม 2569 - ผศ.พรรณวดี ตันติศิรินทร์ อดีตอาจารย์ประจำคณะพยาบาลศาสตร์ และอดีตประธานสภาคณาจารย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ จ.ขอนแก่น ว่าไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้กำหนดนโยบายและดำเนินโครงการอาสาพยาบาล ขึ้นโดยกำหนดเงินเดือนที่ 15,000 บาท ด้วยการสรรหาบุคคลตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งจะกระทบกับวิชาชีพ เพราะพยาบาลนั้นหมายถึงพยาบาลวิชาชีพที่มีหน้าที่มาดูแล ฟื้นฟู ส่งเสริม ป้องกัน ทั้งหมดนั้นคือความหมายของวิชาชีพพยาบาล
แต่กลับมีนักการเมืองเอาเรื่องพยาบาลมาพูดและบอกจะทำโครงการอาสาพยาบาลเพื่อที่จะสร้างฐานทางการเมืองและเอื้อประโยชน์ทางการเมือง โดยอ้างว่าจะสร้างรายได้ หรือฐานต่างๆแต่ลืมนึกไปว่าไม่ถูกต้อง ถ้าจะบอกว่าต้องการพยาบาลเข้าไปดูแล ซึ่งเงินเดือนที่กำหนดก็เทียบเท่ากับเงินเดือนปริญญาตรี ทำไมไม่จ้างพยาบาล หรือเพิ่มกำลังการผลิตพยาบาลของวิทยาลัยพยาบาลหรือสถานศึกษาด้านการพยาบาลต่างๆที่มีอยู่ อันนี้สังคมยอมรับได้และเข้าใจได้ แต่อยู่ๆมาบอกว่าจะนำคนที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากวิชาต่างๆมาเข้ารับการอบรมและให้เป็นอาสาพยาบาล ตั้งเงินเดือน 15,000 บาท ทั้งที่พยาบาลวิชาชีพต้องเรียน 4 ปี 4 ซัมเมอร์หรือประมาณ 5 ปี
"มาแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าใครผิดหรือใครถูก แต่โดยส่วนตัวนั้นยืนยันว่าไม่เห็นด้วย ทุกวันนี้พยาบาลบางท่านก็ทำงานกันแบบหามรุ่งหามค่ำ ทั้งเข้าเวร ทั้งลงพื้นที่ ทำทุกอย่างตามลักษณะวิชาชีพอย่างจริงจัง บางคนยังคงทำงานแบบยังไม่บรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานประจำ บางคนยังเป็นลูกจ้างรายวัน หรือลูกจ้างตามงบประมาณของ รพ.ฯหรือของรัฐที่จัดสรรมาให้
ทำไมรัฐบาลไม่เอาเงินส่วนนี้ไปแก้ไขวิกฤติด้านการแพทย์และการพยาบาล ทั้งในเรื่องของสวัสดิการของแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะกับการให้ขวัญและกำลังใจบรรจุในตำแหน่งที่ดีไม่ใช่ยังคงเป็นลูกจ้างรายวันแบบนี้ไปเรื่อยๆ"
ผศ.พรรณวดี กล่าวต่อว่า ถ้าไปสนับสนุนเรื่องสวัสดิการให้กับแพทย์ พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ต่างๆไม่ได้ก็ควรที่จะนำเงินในโครงการนี้มาใช้ในการแก้ไขปัญหาหนี้ให้กับ รพ. โดยเฉพาะ รพ.ขอนแก่น ที่ยังคงมีภาระหนี้อีกหลายร้อยล้านบาท รวมทั้ง รพ.ต่างๆที่ยังคงต้องการสภาพคล่องหรือเครื่องมือทางการแพทย์ เพราะบางแห่งเครื่องมือเก่าใช้งานไม่ได้แล้ว หากจะส่งเสริมด้านการสาธารณสุขจริงๆก็ควรจะนำงบประมาณมาสนับสนุนวิทยาลัยพยาบาลฯหรือสถาบันการศึกษาที่ผลิตพยาบาล รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ อย่างจริงจังเสียที เพราะทำแบบนี้ถือเป็นการทำเพื่อเอื้อประโยชน์ทางการเมืองมากกว่า