โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

The Death of Robin Hood ชีวิตหลังตำนานของจอมโจรแห่งป่าเชอร์วูด โรบินฮูด

Sarakadee Lite

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ธนัญชนก รัตนตั้งเจริญกุล

ถ้าวันหนึ่งการกระทำที่เคยถูกยกย่องว่าก่อให้เกิดความยุติธรรม กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสูญเสีย เรายังจะเรียกคนผู้นั้นว่า “วีรบุรุษ” ได้หรือไม่ นี่คือคำถามที่รอให้ทุกคนไปค้นหาคำตอบใน The Death of Robin Hood หรือชื่อไทย บันทึกสุดท้ายของจอมโจร ภาพยนตร์ภายใต้การกำกับของ ไมเคิล ซาร์โนสกี ซึ่งหยิบยกประเด็นคำถามบางแง่มุมผ่านบั้นปลายชีวิตของ โรบินฮูด (รับบทโดย ฮิวจ์ แจ็กแมน) บุคคลในตำนานที่ได้รับการจดจำในฐานะวีรบุรุษของผู้คนมาอย่างยาวนาน แต่เวอร์ชันนี้ฮิวจ์ แจ็กแมน ไม่ได้สวมบทนักธนูผู้กล้าหาญที่ออกปล้นคนรวยเพื่อช่วยเหลือคนยากจน หากแต่เป็นมุมมองของชายชราที่ต้องอยู่กับบาดแผลและผลลัพธ์จากความรุนแรงที่เคยก่อไว้

โรบินฮูด (รับบทโดย ฮิวจ์ แจ็กแมน)

จากวีรบุรุษสู่มนุษย์ธรรมดา

โรบินฮูด เป็นตัวละครในตำนานพื้นบ้านของอังกฤษที่ถูกถ่ายทอดผ่านนิทานและเรื่องเล่ามากมายมาหลายชั่วอายุคน ภาพจำที่ผู้คนคุ้นเคยคือ จอมโจรนอกกฎหมายแห่งป่าเชอร์วูด ผู้ปล้นสะดมเงินทองจากผู้มีอำนาจ ผู้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และผู้กล้าที่จะลุกขึ้นมายืนตรงข้ามความอยุติธรรม จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของการยืนหยัดเคียงข้างผู้ถูกกดขี่และผู้ที่ถูกผลักออกสู่ชายขอบของสังคม แม้รายละเอียดของเรื่องเล่าจะแตกต่างกันไปในแต่ละยุคสมัย แต่จอมโจรแห่งป่าเชอร์วูดก็ยังคงถูกจดจำในฐานะวีรบุรุษผู้ท้าทายอำนาจมาโดยตลอด ทว่าเมื่อเรื่องราวเหล่านั้นถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง เบื้องหลังกลับมีความจริงอีกด้านที่เต็มไปด้วยความสูญเสียของผู้คนมากมาย

The Death of Robin Hood

The Death of Robin Hood บันทึกสุดท้ายของจอมโจร ค่อยๆ รื้อภาพจำที่ผู้ชมคุ้นเคยออกทีละชั้นผ่านเหตุการณ์ใน ค.ศ. 1247 แทนที่จะมองเขาในฐานะวีรบุรุษ ภาพยนตร์กลับชวนให้มองเขาเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่มีอายุขัย มีความผิดพลาด และต้องใช้ชีวิตอยู่กับผลลัพธ์ของการกระทำที่ไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไขได้ เมื่อเหตุการณ์ทั้งหมดถูกมองผ่านสายตาของโรบินฮูดเอง ตำนานที่เคยยิ่งใหญ่จึงเริ่มเผยให้เห็นรอยร้าว และนำไปสู่อีกมุมมองหนึ่งที่แตกต่างจากเรื่องเล่าที่ผู้คนคุ้นเคย

จากซ้าย : ลิตเติลจอห์น (รับบทโดย บิลล์ สการ์สการ์ด) และ โรบินฮูด (รับบทโดย ฮิวจ์ แจ็กแมน)

หนี้จากอดีตที่ไม่มีวันหมดอายุ

เรื่องราวในวัยชราของโรบินฮูดเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาถูกลูกหลานของผู้คนที่เคยเสียชีวิตจากการกระทำในอดีตตามล้างแค้น ขณะเดียวกัน ลิตเติลจอห์น (รับบทโดย บิลล์ สการ์สการ์ด) สหายคนสนิทที่เคยร่วมทางกันมาก็พยายามทิ้งชีวิตเดิมไว้เบื้องหลังด้วยการสวมรอยเป็นชายอีกคน เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่กับภรรยาและลูกสาว ลิตเติลมาร์กาเรต (รับบทโดย เฟท เดลานีย์) ซึ่งทั้งคู่ได้ถูกจับตัวไป

การออกเดินทางเพื่อช่วยเหลือสหายจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งครั้งใหม่ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในอดีตยังคงส่งผลต่อผู้คนรุ่นถัดมา และนำไปสู่การแก้แค้นที่ไม่มีวันสิ้นสุด คนที่เคยสูญเสียต่างมองว่าตนเองมีเหตุผลในการเอาคืน ขณะที่ผู้คนซึ่งไม่เคยเกี่ยวข้องกับเรื่องราวเหล่านั้นเลย กลับต้องกลายเป็นผู้รับผลกระทบไปด้วย ต้องถูกดึงเข้าไปอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งที่เริ่มต้นขึ้นก่อนหน้าพวกเขาจะมีส่วนเกี่ยวข้องเสียอีก

ในขณะที่การกระทำของโรบินฮูดอาจถูกจดจำว่าเป็นการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม สำหรับใครอีกหลายคน การกระทำเดียวกันนั้นกลับเป็นจุดเริ่มต้นของความสูญเสียที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

พายุลูกสุดท้ายของจอมโจร

หลังผ่านความสูญเสียและความขัดแย้งมาทั้งชีวิต โรบินฮูดเดินทางมาถึงช่วงเวลาที่ร่างกายไม่อาจต่อสู้ได้อย่างในอดีตอีกแล้ว อาการบาดเจ็บจากการช่วยสหายพาเขาไปยังเกาะอันเงียบสงบห่างไกลจากความวุ่นวาย และได้พบกับ แม่ชีบริจิด (รับบทโดย โจดี คอเมอร์) ผู้ที่ช่วยรักษาเขา และเป็นดั่งผืนน้ำที่สงบนิ่งหลังผ่านคลื่นลมมานาน ภาพของชีวิตที่เรียบง่าย ผู้คนที่กำลังเริ่มต้นใหม่ และเด็กๆ ที่ยังมีอนาคตรออยู่เบื้องหน้า ทำให้เขาได้มองเห็นโลกในอีกมุมหนึ่ง นอกเหนือจากการเอาชีวิตรอด การต่อสู้ หรือการล้างแค้นที่วนเวียนอยู่ตลอด

แม่ชีบริจิด (รับบทโดย โจดี คอเมอร์)
ภาพแม่ชีบริจิด ลิตเติลมาร์กาเรต และโรบินฮูด ใช้ชีวิตบนเกาะ

แต่ความสงบเหล่านั้นกลับอยู่ได้ไม่นาน ผู้คนจากอดีตยังคงเดินทางมาพบกันอีกครั้ง พายุลูกใหม่ได้ก่อตัวขึ้น ย้ำเตือนว่าไม่มีใครสามารถหลบหนีผลลัพธ์ของสิ่งที่เคยทำได้ ซึ่งครั้งนี้โรบินฮูดไม่ได้เลือกเผชิญหน้ากับปัญหาด้วยความรุนแรงเหมือนในอดีต แต่เขากลับพยายามถ่ายทอดสิ่งที่เขาได้เรียนรู้มาจากการกระทำของตัวเองให้แก่คนรุ่นถัดไป ว่าการแก้แค้นไม่เคยยุติความสูญเสียได้จริง เพราะการตอบโต้ล้วนสร้างบาดแผลใหม่ให้เกิดขึ้นเสมอ

โรบินฮูด

The Death of Robin Hood ไม่ได้พยายามล้มล้างตำนานของโรบินฮูด ตรงกันข้ามภาพยนตร์กลับชวนให้มองตัวละครที่ผู้คนคุ้นเคยในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ซึ่งต้อง เผชิญหน้ากับสิ่งที่หลงเหลือจากการตัดสินใจในอดีต เรื่องราวที่ผู้คนยกย่องอาจไม่ได้เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างที่คิด เพราะทุกการกระทำล้วนทิ้งร่องรอยบางอย่างไว้เสมอ ไม่ว่าจะกับตัวผู้กระทำหรือผู้คนที่เกี่ยวข้อง เช่นเดียวกับท่อนหนึ่งในเพลง “Lamentations of Round” (Oak Waters) ที่ดังขึ้นในภาพยนตร์ซึ่งกล่าวว่า “ผืนดินสีเขียวเปลี่ยนแปลงและเสื่อมสลายได้อย่างไร ชีวิตมนุษย์ก็เป็นเช่นนั้น” และชีวิตอันเป็นดั่งตำนานของจอมโจรนอกกฎหมายแห่งป่าเชอร์วูดก็เช่นกัน

ภาพ: A24

The post The Death of Robin Hood ชีวิตหลังตำนานของจอมโจรแห่งป่าเชอร์วูด โรบินฮูด appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...