ความตึงเครียดปะทุรอบใหม่! “สหรัฐ” โจมตีฐานเรดาร์อิหร่าน หลังสกัดโดรนเหนือฮอร์มุซ
กองทัพสหรัฐเปิดฉากโจมตีฐานเรดาร์ชายฝั่งของอิหร่าน หลังยิงสกัดโดรน 4 ลำ ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐในภูมิภาค
วันที่ 6 มิถุนายน 2569 เวลา 13.13 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สหรัฐโจมตีฐานเรดาร์ชายฝั่งของอิหร่านในวันเสาร์ หลังจากกองทัพสหรัฐยิงสกัดโดรน 4 ลำที่อิหร่านส่งมายังบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นความตึงเครียดรอบล่าสุดที่ยิ่งทำให้ความพยายามยุติสงครามระหว่างทั้งสองประเทศซับซ้อนมากขึ้น
กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่า โดรนของอิหร่านมีเป้าหมายโจมตีการเดินเรือในภูมิภาค ก่อนที่กองทัพสหรัฐจะตอบโต้ด้วยการโจมตีสถานีเรดาร์และจุดตรวจการณ์ของอิหร่านในเมืองโกรุก (Goruk) และบนเกาะเกชม (Qeshm Island) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ระบุว่า ได้ยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐในภูมิภาคเพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐ พร้อมทั้งเปิดฉากยิงใส่เรือบรรทุกน้ำมัน 4 ลำที่พยายามเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอิหร่าน
สื่อทางการคูเวตรายงานว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศได้เข้าสกัดขีปนาวุธและโดรนที่ไม่ทราบแหล่งที่มา ขณะที่ในบาห์เรนมีการเปิดสัญญาณเตือนภัยและขอให้ประชาชนเข้าหลบภัยในพื้นที่ปลอดภัย โดยอิหร่านอ้างว่าได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลโจมตีฐานทัพสหรัฐในทั้งสองประเทศ อย่างไรก็ตาม กองทัพสหรัฐระบุว่าสามารถสกัดขีปนาวุธได้ 6 ลูก และอีก 1 ลูกไม่สามารถไปถึงเป้าหมาย
แม้สหรัฐและอิหร่านจะยังคงเจรจาทางอ้อมเพื่อพยายามบรรลุข้อตกลงชั่วคราวในการยุติสงครามที่ดำเนินมานานกว่า 3 เดือน แต่การปะทะกันเป็นระยะยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การเจรจายังไม่สามารถหาข้อยุติได้
อิหร่านยืนยันว่าเงื่อนไขสำคัญของข้อตกลงสันติภาพจะต้องรวมถึงการเข้าถึงรายได้จากการส่งออกน้ำมันหลายพันล้านดอลลาร์ การผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร การยุติการปิดกั้นท่าเรือของอิหร่านโดยสหรัฐ และการมีอิทธิพลต่อการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่เคยรองรับน้ำมันราว 20% ของโลกก่อนเกิดสงคราม
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเผชิญแรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศเพิ่มขึ้น จากราคาน้ำมันและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ NBC ว่า แม้โรงงานผลิตขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านส่วนใหญ่จะถูกทำลายแล้ว แต่เตหะรานยังคงเหลือขีปนาวุธประมาณ 21-22% ของคลังอาวุธเดิม
“พวกเขายังมีขีปนาวุธและโดรนอยู่จำนวนหนึ่ง ถือว่ายังมาก แต่ไม่เหมือนตอนที่เราปฏิบัติการโจมตีครั้งแรก” ทรัมป์กล่าว
เมื่อถูกถามว่าเหตุใดอิหร่านจึงยังไม่ยอมทำข้อตกลง แม้จะเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก ทรัมป์ตอบว่า ผู้นำอิหร่านยังคงมีความแข็งแกร่งและภาคภูมิใจในประเทศของตน แม้สุดท้ายอาจต้องยอมรับเงื่อนไขบางอย่างที่ไม่เคยคิดว่าจะต้องยอมรับก็ตาม
นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีประเทศอ่าวอาหรับที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐ พร้อมจำกัดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างหนัก ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นและกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานสินค้าในหลายอุตสาหกรรม
โครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ (WFP) เตือนว่า ราคาพลังงานและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นกำลังผลักดันให้ประชาชนอีกหลายล้านคนทั่วโลกเข้าใกล้ภาวะขาดแคลนอาหารมากขึ้น
ด้านโมห์เซน เรซาอี ที่ปรึกษาผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวกับ CNN ว่า ข้อตกลงสันติภาพจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อรัฐบาลทรัมป์ยอมปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่านมูลค่า 24,000 ล้านดอลลาร์ที่ถูกอายัดไว้ พร้อมเตือนว่าสหรัฐจะ “ก้าวเข้าสู่ทางตันอันมืดมน” หากกลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งในเลบานอนยังคงปะทุอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีความพยายามผลักดันข้อตกลงหยุดยิง โดยกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านเปิดเผยว่า ได้โจมตีกองกำลังอิสราเอล 2 ครั้งในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงเลบานอนรายงานว่า อิสราเอลยังคงโจมตีทางอากาศในหลายพื้นที่
อิหร่านยืนยันสนับสนุนฮิซบอลเลาะห์ และยังคงเรียกร้องให้อิสราเอลถอนกำลังออกจากเลบานอนตอนใต้ โดยเตหะรานกำหนดให้การหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์เป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของข้อตกลงสันติภาพกับสหรัฐ
อ้างอิง : reuters.com