FDI ไทยเข้าสู่ขาขึ้นรอบใหม่ จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจ หรือแค่การฟื้นตัวชั่วคราว?
#ทันหุ้น-เม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ไหลเข้าไทยกำลังกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังยอดอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ในปี 2568 พุ่งแตะ 1.6 ล้านล้านบาท สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนว่าประเทศไทยกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติอย่างมาก แต่คำถามสำคัญคือ การลงทุนรอบนี้จะเป็นเพียงการฟื้นตัวตามวัฏจักร หรือจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ยกระดับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว?
FDI ไทยกำลังเข้าสู่รอบขาขึ้น
ช่วงปี 2565-2568 เงินลงทุน FDI ของไทยเติบโตเฉลี่ย 14.2% ต่อปี และในปี 2568 มีมูลค่าสูงถึง 602,655 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ขณะเดียวกัน ยอดอนุมัติการลงทุนจาก BOI ที่สูงถึง 1.6 ล้านล้านบาท ยังเป็นสัญญาณสำคัญ เพราะโดยปกติแล้ว 60-80% ของโครงการที่ได้รับอนุมัติ จะเริ่มลงทุนจริงภายใน 1-2 ปี ทำให้คาดว่าเม็ดเงินลงทุนจะทยอยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงปี 2569-2570
เม็ดเงินลงทุนเปลี่ยนจากโรงงานแบบเดิม สู่เทคโนโลยีแห่งอนาคต
ต่างจากในอดีตที่การลงทุนส่วนใหญ่เน้นอุตสาหกรรมใช้แรงงานเข้มข้น เช่น สิ่งทอ อาหาร หรือยานยนต์แบบดั้งเดิม
ปัจจุบัน FDI ของไทยเริ่มกระจุกตัวในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น Data Center, เซมิคอนดักเตอร์, แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB), แบตเตอรีความจุสูง, Smart Electronics
การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนว่าไทยกำลังขยับจาก ฐานการผลิตต้นทุนต่ำ ไปสู่ ฐานการลงทุนด้านเทคโนโลยี ที่มีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานระดับโลกมากขึ้น
AI คือแรงหนุนสำคัญของ FDI ไทย
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดัน FDI คือการลงทุนด้าน AI Infrastructure ทั่วโลก บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น Amazon, Microsoft, Meta และ Alphabet ยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่องใน Data Center, Cloud Computing, โครงสร้างพื้นฐาน AI
ส่งผลให้ความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ แบตเตอรี PCB และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น ซึ่งล้วนเป็นอุตสาหกรรมที่ไทยกำลังได้รับเงินลงทุนจำนวนมาก
ไทยอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับอาเซียน?
แม้ไทยยังมีมูลค่า FDI เป็น อันดับ 4 ของอาเซียน รองจากอินโดนีเซีย เวียดนาม และมาเลเซีย
แต่หากวัดจาก สัดส่วน FDI ต่อ GDP ไทยกลับมีพัฒนาการที่ดีขึ้น โดยเพิ่มจาก 2.2% ในปี 2558 เป็น 3.2% ในปี 2568
ในขณะที่เวียดนามและอินโดนีเซียมีสัดส่วนดังกล่าวลดลง แสดงให้เห็นว่า FDI มีบทบาทต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น และไทยกำลังกลับมาเป็นจุดหมายการลงทุนที่น่าสนใจอีกครั้ง
แนวโน้มปี 2569-2570 ยังสดใส
ข้อมูลจากทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ประเมินว่า FDI ของไทยยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 2 ปี
- ปี 2569 อาจมีเม็ดเงิน FDI ราว 8-9 แสนล้านบาท
- ปี 2570 อาจเพิ่มเป็น 9.2 แสนล้าน-1.1 ล้านล้านบาท
โดยมีแรงหนุนจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่ทยอยเริ่มดำเนินการจริง แต่ยังมีความท้าทายที่ต้องจับตา แม้ภาพรวมจะเป็นบวก แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า FDI รอบนี้จะเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไทยได้จริง
สิ่งที่ไทยต้องเร่งพัฒนา ได้แก่ การเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน, เพิ่มการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content), พัฒนาแรงงานทักษะสูง, ยกระดับงานวิจัยและนวัตกรรม, เพิ่มความพร้อมด้านไฟฟ้า พลังงานสะอาด และสาธารณูปโภค
หากทำได้ FDI รอบนี้อาจกลายเป็น แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยระยะยาว แต่หากยังเป็นเพียงการตั้งฐานการผลิตโดยเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจไทยไม่มาก ก็อาจเป็นเพียง การฟื้นตัวตามวัฏจักรเท่านั้น
ที่มา: บทวิเคราะห์ Wealth Insight | Macro Outlook ฉบับวันที่ 9 กรกฎาคม 2569