โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผลสำเร็จการเยือนมาเลเซีย เร่งเชื่อมเศรษฐกิจชายแดน เปิดโอกาสการค้า - ท่องเที่ยว

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ผลสำเร็จการเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ ต่อยอดมิตรภาพผู้นำไทย–มาเลเซีย เร่งเชื่อมเศรษฐกิจชายแดน เปิดโอกาสการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว

ผลสำเร็จการเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ

การเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันศุกร์ที 9 กรกฎาคม 2569 ณ เมืองปูตราจายา และกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย โดยทั้งสองฝ่ายสามารถผลักดันความร่วมมือที่สำคัญหลายด้านให้เกิดผลคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้ความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างผู้นำของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยอย่างเป็นรูปธรรม

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยกับดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย มีบรรยากาศที่เป็นมิตรและสร้างสรรค์ สะท้อนความไว้วางใจและความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้เป็นรูปธรรมและรวดเร็ว โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเปลี่ยนพื้นที่ชายแดนไทย–มาเลเซียให้เป็น “พื้นที่แห่งโอกาส” ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และความมั่นคง เพื่อให้ประชาชนของทั้งสองประเทศได้รับประโยชน์จากการพัฒนาร่วมกัน

เร่งเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคมระหว่างไทยกับมาเลเซีย

หนึ่งในผลสำเร็จสำคัญ คือ การเร่งเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคมระหว่างไทยกับมาเลเซีย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและการขนส่งสินค้า ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย โดยผู้นำทั้งสองประเทศจะร่วมเปิดด่านสะเดาแห่งใหม่และด่านบูกิตกายูฮิตัมในวันนี้ ซึ่งเป็นด่านการค้าชายแดนที่มีมูลค่าสูงที่สุดของทั้งสองประเทศ พร้อมผลักดันโครงการสำคัญ อาทิ การกลับมาเปิดเดินเรือเฟอร์รี่ระหว่างจังหวัดสตูลกับเมืองกัวลาปะลิส การเชื่อมระบบจำหน่ายตั๋วรถไฟกรุงเทพฯ–หาดใหญ่–บัตเตอร์เวิร์ธ การฟื้นฟูเส้นทางรถไฟสุไหงโก-ลก–รันเตาปันจัง และการก่อสร้างสะพานเชื่อมชายแดนแห่งใหม่ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการค้า การท่องเที่ยว และการพัฒนาเศรษฐกิจบริเวณพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน

สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ประชาชน

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า การหารือครั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ประชาชน โดยทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับมาเลเซียให้บรรลุ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอนาคตอันใกล้ ผ่านการอำนวยความสะดวกทางการค้า การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ การลดขั้นตอนการตรวจปล่อยสินค้า และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานด้านอาหาร พลังงาน และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย เกษตรกร ผู้ส่งออก และแรงงานไทยเข้าถึงตลาดมาเลเซียและภูมิภาคได้มากขึ้น สร้างรายได้ การจ้างงาน และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ร่วมเป็นสักขีพยานในการแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านการเกษตร

อีกหนึ่งผลสำเร็จสำคัญ คือ การร่วมเป็นสักขีพยานในการแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านการเกษตร ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหาการเกษตร โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกุ้งและปลากะพง ซึ่งผู้นำทั้งสองเห็นพ้องที่จะหายุติในประเด็นดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผู้ประกอบอาชีพเกษตรกร พัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

เห็นพ้องร่วมกันขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

ด้านความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถดำรงชีวิตอย่างสงบสุขและมั่นคงปลอดภัย มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สอดคล้องกับการกำหนดให้การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งให้ความสำคัญเร่งด่วนในการยุติความรุนแรงและแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีได้พบหารือกับผู้แทนภาคเอกชนไทยในมาเลเซีย เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจโดยตรง พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยอย่างเต็มที่ ทั้งด้านการค้า การลงทุน แรงงาน และการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย โดยเฉพาะการผลักดันการยอมรับมาตรฐานร่วมกัน อาทิ มาตรฐานฮาลาล

ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสให้สินค้าเกษตร อาหาร แบรนด์ไทย และแรงงานไทยสามารถขยายตลาดในมาเลเซียและตลาดมุสลิมได้มากยิ่งขึ้น ระหว่างการเยือนครั้งนี้ ยังได้มีการลงนาม MOU ของภาคเอกชนมาเลเซียกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อเพิ่มจำนวนเที่ยวบินไปยังสนามบินอื่น ๆ ในประเทศไทย อาทิ หัวหิน และอู่ตะเภา ซึ่งจะสร้างส่งเสริมการท่องเที่ยวและการเชื่อมโยงระดับประชาชนระหว่างสองประเทศให้คล่องตัวยิ่งขึ้น

นายกรัฐมนตรีพอใจต่อผลการเยือนมาเลเซีย

“นายกรัฐมนตรีพอใจต่อผลการเยือนครั้งนี้ ซึ่งสามารถสร้างความคืบหน้าในหลายประเด็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมการค้าการลงทุน การเกษตร การท่องเที่ยว ความมั่นคง และการพัฒนาพื้นที่ชายแดน โดยรัฐบาลจะนำผลการหารือครั้งนี้ไปเร่งขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อทำให้พี่น้องประชาชนชาวไทยได้รับประโยชน์จากโอกาสทางเศรษฐกิจที่เพิ่มมากขึ้น อันจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมต่อยอดความร่วมมือในโอกาสครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-มาเลเซีย ในปี 2570 ให้ยั่งยืนต่อไป” นางสาวรัชดา กล่าว

เช้าวันนี้ เวลา 10.30 น. ณ ด่านสะเดา-บูกิตกายูฮิตัม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย จะเป็นประธานร่วมพิธีเปิดถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัม ด้วย ซึ่งมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมาเห็นชอบการเปิดจุดผ่านแดนถาวรสะเดาแห่งใหม่ โดยให้มีผลบังคับใช้ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป และกำหนดเวลาทำการตามเวลาท้องถิ่นประเทศไทย ระหว่างเวลา 05.00 - 23.00 น. ของทุกวัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...