โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผลจำลองเหตุการณ์บนรถไฟ ยังขัดแย้งคำให้การคนขับ-คนโบกธง

INN News

อัพเดต 21 พ.ค. เวลา 14.20 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. เวลา 03.24 น. • INN News

การจำลองสถานการณ์และเหตุการณ์บนรถไฟ เพื่อพิสูจน์ระยะการมองเห็น และความเร็วของรถไฟ เพื่อนำมาเทียบเคียงกับคำให้การของ คนขับรถไฟ ที่ขับชนรถโดยสารประจำทางสาย 206 และคนโบกธง ว่า สอดคล้องกันหรือไม่

พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก.น.1 พร้อมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน บก.น.1 ขึ้นรถไฟ ที่สถานีรถไฟหัวหมาก เดินทางไปลงที่สถานีอโศก ใกล้จุดเกิดเหตุบริเวณถนนอโศก - ดินแดง ใกล้กับสถานีรถไฟแอร์พอร์ต เรล ลิ้งก์ มักกะสัน ระยะทาง 9.2 กิโลเมตร โดยใช้เวลาเดินรถกว่า 1 ชั่วโมง

ชุดสืบสวนได้กำหนดประเด็นตรวจสอบระยะการมองเห็นระบบอาณัติสัญญาณ เพื่อดูว่าคนขับรถไฟจะสามารถมองเห็นระบบอาณัติสัญญาณต่าง ๆ ทั้งธง ไฟสัญญาณ หรือยานพาหนะที่จอดคร่อมราง ในระยะเท่าไร รวมไปถึงระยะการหยุดเบรกรถไฟ เพื่อดูว่าพนักงานขับรถไฟใช้ระยะทางเท่าไร ก่อนถึงสถานีหรือซุ้มไม้กั้นถนน การชะลอความเร็วและหยุดรถไฟ รวมทั้งจะสังเกตการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประจำซุ้มรถไฟว่าจะเริ่มส่งสัญญาณให้พนักงานขับรถในระยะเท่าไร นอกจากนี้ จะดูความเร็วของรถไฟว่าใช้ความเร็วเท่าไร ตั้งแต่วิ่งรถ ไปจนถึงการชะลอความเร็วของรถ ก่อนที่จะเบรกหยุดรถไฟ

โดยประเด็นเหล่านี้ ชุดสืบสวนจะรวบรวมเพื่อมาตรวจสอบว่า สอดคล้องกับคำให้การของพนักงานควบคุมไม้กั้น พนักงานขับรถไฟ ช่างเครื่อง และพนักงานรักษารถไฟคันเกิดเหตุหรือไม่ รวมทั้งนำมาเปรียบเทียบกับข้อปฏิบัติของการรถไฟแห่งประเทศไทย ทั้งการปฏิบัติในส่วนของพนักงานขับรถไฟและพนักงานควบคุมไม้กั้น โดยจะสังเกตการปฏิบัติตั้งแต่การทำความเร็วรถไฟ การวิทยุสื่อสาร ระยะห่างของรถไฟก่อนที่จะนำไม้กั้นลง รวมทั้งการตีสัญญาณของพนักงานควบคุมไม้กั้น ทั้งสัญญาณไฟและสัญญาณธง

ภายหลังจาก ชุดสืบสวน จำลองสถานการณ์ บนรถไฟ จากซุ้มพระราม 9 ถึงซุ้มอโศก ระยะทาง 550 เมตร มีรายงานข่าวระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่า ระหว่างขบวนรถไฟ ที่กำลังวิ่งผ่านจุดตัด โดยหน้าที่ของช่างเครื่อง หรือผู้ช่วยคนขับรถไฟ จะต้องคอยดูเส้นทาง และบอกระยะต่างๆ รวมถึงขานสัญญาณให้กดเสียงวูดเตือน ให้กับคนขับรถไฟ โดยปกติคนโบกธง หรือคนอาณัติสัญญาณ จะต้องคอยวิทยุ

แจ้งคนขับรถไฟเมื่อใกล้จะผ่านบริเวณจุดตัดแต่สถานี เมื่อบนถนนไม่มีรถ หรือรถไฟสามารถผ่านไปได้ ทางเจ้าหน้าอาณัติสัญญาณ จะต้องนำไม้กั้นลง เมื่อไม้กั้นลงสุดจะมีเสียงสัญญาณไซเรนเตือนทันที และเจ้าหน้าที่อาณัติสัญญาณจะออกมายืนหน้าตู้เพื่อโบกธงส่งสัญญาณให้กับคนขับรถไฟ รถไฟจึงจะผ่านจุดตัดหรือสถานีนั้นได้เท่านั้น ส่วนกรณีที่มีการจราจรติดขัดบนรางรถไฟ ทางเจ้าหน้าที่อาณัติสัญญาณ จะมีการประสานงานกับตำรวจจราจร สน.มักกะสัน เพื่อเคลียร์การจราจร ก่อนจะนำไม้กั้นลงให้รถไฟผ่าน

แต่จากคำให้การของคนขับรถไฟอ้างว่า ไม่เห็นคนโบกธงแดงและไม่ได้ยินเสียงวิทยุสื่อสาร รวมถึงช่างเครื่องหรือผู้ช่วยคนขับรถไฟที่อ้างว่า มองเห็นในระยะประมาณ 300 เมตรที่มีรถขวาง ก่อนที่จะบอกคนขับรถไฟว่าข้างหน้ามีรถและช่วยกันดึงเบรก โดยชุดสืบสวนจะต้องลงพิ้นที่หากล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุ บริเวณซุ้มพระราม 9 ถึงซุ้มอโศก ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ เพื่อดูว่าขณะเกิดเหตุสัญญาณไฟไซเรน คนโบกธงได้เปิดหรือไม่ เพื่อนำมาประกอบคำให้การของผู้ต้องหา จากการลงพื้นที่ของชุดสืบสวนยังพบว่า ขณะรถไฟขบวนดังกล่าวผ่านแต่ละจุดตัดซึ่งระบบไม้กันและสัญญาณเตือนต่าง ๆ ใช้ได้อย่างเป็นปกติ

อย่างไรก็ตาม โดยปกติหากคนขับรถไฟ เมื่อมาถึงบริเวณจุดตัดที่มีไม้กั้น หากไม่พบสัญญาณ จากคนโบกธง หรือไม่ได้ยินเสียงวิทยุ จะต้องชะลอความเร็วหรือเบรกทุกครั้งที่ผ่าน แต่คันที่เกิดเหตุอ้างว่าไม่เห็นสัญญาณธง และไม่ได้ยินเสียงวิทยุ แต่กลับไม่ชลอความเร็วจนเกิดเหตุสลดครั้งนี้

ทั้งนี้ ชุดสืบสวนยังอยู่ระหว่าง การเก็บภาพจากกล้องวงจรปิด อีก 1 จุด คือ ช่วงบริเวณซุ้มพระราม 9 ก่อนถึงซุ้มอโศก ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ รวมถึงขอกล้องวงจรปิด ภายในรถเมล์คันเกิดเหตุเพื่อดูภาพผู้โดยสารภายในรถ จาก ขสมก.ด้วย

ขณะที่พนักงานสอบสวน ทำการสอบปากคำผู้บาดเจ็บที่แล้ว 13 ราย มีผู้บาดเจ็บกลับบ้านแล้ว 14 ราย มีผู้บาดเจ็บอยู่ ICU อีก 4 รายยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ และในวันนี้ ตำรวจนัดหมาย นายสถานีมักกะสัน นายสถานีคลองตัน มาสอบถามถึงการปฏิบัติหน้าที่ของคนขับรถไฟและพนักงานไม้กั้น ในขณะเกิดเหตุว่าเป็นอย่างไร

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...