หนุ่มใหญ่ป่วยหูแว่ว แทงน้าสาวดับคาแผงทุเรียน
(21 พ.ค. 69) ช่วงเย็นวานนี้(20 พ.ค.) พ.ต.อ.อรรฆพงษ์ สุนทรวิภาต รอง ผบก.ภ.จ.จันทบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.เสกสรรค์ ศรีเพริศ ผกก.สภ.เมืองจันทบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร รพ.พระปกเกล้า และกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญู จันทบุรี เข้าตรวจสอบเหตุสะเทือนขวัญบริเวณสามแยกปากซอยถนนรัตน์วิถี ทางเข้าวัดสระแก้ว ม.5 ต.บางกะจะ อ.เมือง จ.จันทบุรี
.
ที่เกิดเหตุหน้าแผงขายลูกชิ้นริมถนน พบร่าง นางมาลัย อายุ 71 ปี นอนหงายเสียชีวิตจมกองเลือดอย่างน่าสลด สภาพศพมีแผลฉกรรจ์ถูกกระหน่ำแทงเข้าที่หลังท้ายทอยซ้าย ข้างแก้มซ้าย และเยื้องตาซ้าย ห่างไปเล็กน้อยพบผู้ก่อเหตุคือ นายยรรยง อายุ 45 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานแท้ๆ ของผู้ตาย ถูกพลเมืองดีและตำรวจช่วยกันตะครุบตัวล็อกติดพื้นถนนในสภาพพูดจาวกวน ตรวจค้นที่ตะกร้าหน้ารถจักรยานยนต์ของผู้ต้องหา พบมีดปลายแหลมยาว 1 ฟุตเปื้อนเลือด ท่ามกลางเสียงสาปแช่งระงมจากญาติพี่น้องที่ร่ำไห้ปานจะขาดใจ
.
จากการสอบสวน นางมาลี อายุ 72 ปี แม่แท้ๆ ของผู้ต้องหาและเป็นพี่สาวของผู้ตาย ให้การทั้งน้ำตาว่า นายบอยมีอาการป่วยทางจิตเวชและต้องกินยาควบคุมอาการจาก รพ.พระปกเกล้า มานานกว่า 20 ปีแล้ว ระยะหลังมักมีอาการหูแว่ว คิดไปเองว่าจะมีคนมาทำร้าย และระแวงว่าญาติพี่น้องเกลียดชังจะมาเอาชีวิต
.
ที่ผ่านมาผู้ก่อเหตุมักจะคลุ้มคลั่งอาละวาดทำลายข้าวของ และชอบเดินไปหาเรื่องทะเลาะกับบ้านของนางมาลัย (ผู้ตาย) ซึ่งอยู่ใกล้กัน ถึงขั้นเคยออกปากขู่ฆ่ายกครัว จนทางลูกหลานของผู้ตายทนไม่ไหว ต้องแจ้งตำรวจมาจับกุมไปก่อนหน้านี้ และล่าสุดก่อนเกิดเหตุนางมาลัยได้เดินทางมาตั้งแผงขายทุเรียนอยู่ริมถนน ส่วนผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาเจอพอดี จึงเกิดอาการคลั่งหลุดโลก ชักมีดดาบหน้าเข้าไปกระหน่ำแทงน้าแท้ๆ จนสิ้นใจตายคามือ
.
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายยรรยง ไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพัก พร้อมดำเนินการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดอย่างละเอียด รวมถึงประสานขอประวัติการรักษาโรคจิตเวชเพื่อประกอบสำนวนคดี อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อหาหนักเอาไว้ก่อนคือ “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” นำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป