โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนูเมินฮุนมาเนต ทบ.ประท้วงเขมร ซุกทุ่นบึ้มดักไทย

ไทยโพสต์

อัพเดต 3 มิถุนายน 2569 เวลา 4.33 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ฮุน มาเนต” ยื่น “เลขาฯ ยูเอ็น” เข้ากระบวนการ “ประนอมภาคบังคับ" ตามกลไก UNCLOS “อนุทิน” บอกไม่ต้องแก้เกม ขณะนี้ไม่มีอะไรเสียเปรียบ ซัดพวกกุข่าวเปิดด่าน ด้าน “ทบ.” เคลียร์ทหารกัมพูชาขัดขวางการวางลวดหนามพื้นที่ช่องบก แต่หลังถอนตัวพบ “ระเบิดดักรถถัง” วางทิ้งไว้ เตรียมยื่น AOT ประท้วง พร้อมยืนยันไทยสร้างพระพุทธรูปในเขตอธิปไตย

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ TVK ว่า กัมพูชาได้ยื่นหนังสือต่อเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อเริ่มกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) โดยระบุว่า "เราดำเนินขั้นตอนสำคัญนี้เพื่อปกป้องอธิปไตยและสิทธิทางทะเลของกัมพูชาตามกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งกัมพูชาและไทยจะได้รับประโยชน์จากการตั้งถิ่นฐานที่เป็นธรรมและยั่งยืนภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญระดับโลก"

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลไทย ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล มีมติเมื่อเดือนที่ผ่านมา ในการยกเลิกบันทึกความเข้าใจว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน หรือ MOU 44 สำหรับอนุสัญญา UNCLOS ภายใต้กระบวนการประนีประนอมภาคบังคับจะเปิดโอกาสให้คณะผู้เชี่ยวชาญอิสระเข้ามาตรวจสอบข้อพิพาทและทำข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตาม ผลการพิจารณาของคณะกรรมการชุดนี้จะไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายต่อทั้งสองฝ่าย แต่จะทำหน้าที่เป็นกรอบการเจรจาที่เป็นสากลและเป็นกลางมากขึ้น

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ยังไม่ได้รับทราบว่าเกิดปัญหาอะไร เรื่องของ MOU 44 เราแจ้งแก่ผู้นำกัมพูชาตั้งแต่การประชุมสุดยอดอาเซียนเขาก็รับทราบ และได้แจ้งกลับว่ารู้สึกผิดหวัง หลังจากนี้จะใช้ UNCLOS ในการดำเนินการต่อไป ซึ่งไม่ได้กำหนดว่าจะดำเนินการเมื่อใด เมื่อถามว่าจะถูกมองว่าต่อหน้าและหลังฉากไม่เหมือนกันหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ใครมองครับ ตนไม่ได้มองแบบนั้น ตนมองว่าเหมือนกันหมด

“ขณะนี้ยังไม่มีจุดใดที่ทำให้ประเทศเสียเปรียบ มีการพูดกันมาตลอดสัปดาห์ว่าเปิดด่าน เปิดนั่นเปิดนี่ แล้วมีไหมล่ะ กุเรื่องขึ้นมา บอกให้นักเรียนจากฝั่งกัมพูชาเข้ามาเรียนในฝั่งไทยเพื่อมนุษยธรรม เขียนเฟกนิวส์กันไปเรื่อย ต้องเดือดร้อนผู้ว่าราชการจังหวัดที่อยู่ต่างประเทศต้องชี้แจงว่าไม่มีเพราะไม่มีใครชี้แจงได้ชัดเจนเท่าผู้ว่าฯ และการที่เราไปเจรจากับนานาชาติ เวียดนาม ก็มาเยือน เราก็เพิ่งไปพบกับผู้นำฝรั่งเศส รวมถึงผู้อำนวยการยูเนสโก ก็ไม่ได้มีปัญหา ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องมาปรับท่าที เพราะไม่มีใครหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาแม้แต่น้อย”

เมื่อถามว่า กัมพูชาพูดคุยกับนานาชาติมากขึ้น รัฐบาลไทยต้องแก้เกมอย่างไรหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ทำไมต้องแก้เกม เราดำเนินการในแบบของไทยที่เรารับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และทำให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่ทำให้ประเทศไทยเสียสถานะในเวทีนานาชาติ ยังดำรงไว้ซึ่งอธิปไตย เกียรติภูมิ และความมั่นคง ตลอดจนความเป็นที่ยำเกรงของอริกับประเทศของเรา ซึ่งเราก็มีหลักการในการดำเนินการอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 212/2569 เรื่อง การจัดตั้งศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน เรียกโดยย่อว่า "ศบค.ชด." โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เป็นผู้อำนวยการ ศบค.ชด. มีหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติตามโยบายรัฐบาล นโยบายความมั่นคงชายแดนและนโยบายความมั่นคงของไทยต่อประเทศเพื่อนบ้าน และงานอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย โดยระบุว่า ตามที่กองบัญชาการกองทัพไทยได้ติดตามและประเมินว่าสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนของไทยในปัจจุบันมีแนวโน้มทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาภัยคุกคามด้านอาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ และปัญหาความขัดแย้งตามแนวชายแดน ได้ส่งผลกระทบอย่างสูงต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนและการดำเนินชีวิตโดยปกติสุขของประชาชนในวงกว้าง

พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนในความรับผิดชอบของกองทัพเรือว่า ยังปิดด่าน 100% และคงดำเนินมาตรการควบคุมพื้นที่ชายแดนอย่างเข้มงวดตามนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยไม่มีการผ่อนปรนมาตรการหรือดำเนินการใดนอกเหนือจากกรอบกฎหมาย และเพื่อความโปร่งใสและให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ด้วยตนเอง กองทัพเรือได้ติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดถ่ายทอดสด (Live) ผ่านเพจ facebook โฆษกกองทัพเรือ ตลอด 24 ชั่วโมง บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม และจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายกัมพูชายื่นหนังสือประท้วงต่อไทย โดยกล่าวอ้างว่ามีการจัดสร้างพระพุทธรูป ติดตั้งธงชาติ สิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ชายแดน รวมถึงการวางลวดหนามว่า ในประเด็นการจัดสร้างพระพุทธรูปและการติดตั้งธงชาติไทยดังกล่าว เป็นการดำเนินการภายในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้อธิปไตยและการควบคุมดูแลของฝ่ายไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ และเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้แก่กำลังพลและประชาชนในพื้นที่ชายแดน

อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงเช้า กองทัพบกได้รับรายงานจากกองกำลังสุรนารี ขณะปฏิบัติภารกิจเฝ้าตรวจและปรับปรุงที่มั่นด้วยการวางแนวลวดหนาม เพื่อเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในแนววางกำลังของฝ่ายไทย บริเวณพื้นที่ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ฝ่ายไทยตรวจพบกำลังพลทหารกัมพูชาจำนวน 5 นาย พร้อมอาวุธเข้ามายังบริเวณพื้นที่ปฏิบัติงาน ก่อนจะมีการเพิ่มกำลังพลรวมเป็นประมาณ 20 นาย โดยทหารกัมพูชากลุ่มดังกล่าวได้ส่งเสียงดังและพยายามเข้าขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ไทย

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ทหารไทยได้ปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างรัดกุม โดยเข้าควบคุมสถานการณ์และเจรจาชี้แจงข้อเท็จจริง จนกระทั่งเวลาประมาณ 11.30 น. สถานการณ์จึงคลี่คลายลง โดยกำลังทหารกัมพูชาได้ยอมถอยออกจากพื้นที่ดังกล่าว ปัจจุบันเหตุการณ์ในพื้นที่ได้กลับสู่สภาวะปกติแล้ว อย่างไรก็ตาม หน่วยกำลังในพื้นที่ยังคงเตรียมความพร้อมและเฝ้าตรวจความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เพื่อปกป้องอธิปไตยและรักษาความมั่นคงในพื้นที่ตามกรอบข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วมอย่างเข้มงวด

โฆษกกองทัพบกเน้นย้ำว่า การปรับปรุงที่มั่นและวางแนวลวดหนามของทหารไทย เป็นการปฏิบัติภายในแนววางกำลังของฝ่ายไทยอย่างถูกต้อง และสอดคล้องกับข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) อย่างเคร่งครัด

ทางด้าน พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ระบุว่า การประท้วงของกัมพูชาเป็นการสร้างภาพ และมีนัยทางการเมือง เพื่อหวังสร้างกระแสกดดันให้ไทยเปิดการเจรจาในระดับต่างๆ เร็วขึ้น หลังจากไทยได้จัดการเลือกตั้งและมีรัฐบาลเรียบร้อยมาระยะหนึ่งแล้ว รวมทั้งทางกัมพูชาเองก็น่าจะพยายามเบี่ยงเบนประเด็นจากปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ ด้วยการสร้างกระแสรักชาติขึ้นมากลบ แต่ขอยืนยันว่า นโยบายของฝ่ายไทยยังไม่พร้อมเจรจา

รายงานข่าวจากกองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี) เปิดเผยว่า หน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ได้ตรวจพบการวางทุ่นระเบิดดักรถถังชนิดแสวงเครื่องโดยกำลังทหารกัมพูชาในแนวการวางกำลังของฝ่ายตนเอง บริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเนิน 745 พื้นที่ช่องบก ทั้งนี้ ฝ่ายไทยสามารถบันทึกภาพทุ่นระเบิดดังกล่าวได้จากแนวพื้นที่ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายไทย หน่วยที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการประท้วงในระดับพื้นที่ พร้อมทั้งนำเรื่องเข้าสู่กลไกคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ต่อไป เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสมต่อสถานการณ์ดังกล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...