โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปตท.รับสถานการณ์พลังงานผันผวน ส่งผลการปิดดีลธุรกิจโรงกลั่น-ปิโตรสะดุด

ไทยโพสต์

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปตท.รับสถานการณ์พลังงานผันผวน ส่งผลการปิดดีลธุรกิจโรงกลั่น-ปิโตรสะดุด ย้ำธุรกิจสำรวจและผลิต และธุรกิจการค้า เป็นตัวชูโรงหลักในช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมปรับกลยุทธ์เร่งการขยายพอร์ต LNG ตั้งเป้าปริมาณแตะ 15 ล้านตัน ภายในปี 78 ยันบริษัทมีสภาพคล่องกว่า 2.3 แสนล้านบาท

20 พ.ค. 2569 - นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าแผนการหาพันธมิตรในธุรกิจโรงกลั่น และปิโตรเคมีเข้ามาร่วมลงทุนในกลุ่ม ปตท.อาจช้าลงหน่อย เพราะเกิดความผันผวนในโลกแบบนี้ ทำให้ภาพของธุรกิจค่อนข้างเปลี่ยนมาก โดยปัจจุบันธุรกิจโรงกลั่นมีการแทรกแซงสถานการณ์และโครงสร้างที่วุ่นวายไปหมด ซึ่งจะตอบได้เพียงว่ายังคุยกันอยู่ แต่ต้องมาดูช้าลงนิดนึงเพราะกติกาโลกเปลี่ยนไป จึงทำให้ของที่เคยล้นอาจจะไม่ล้นหรือที่เคยขาดอาจจะขาดมากขึ้น และทำให้เราจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบมากขึ้น

ขณะที่การดำเนินงานในปีนี้คาดว่ากลุ่มผลธุรกิจสำรวจและผลิต (E&P) และธุรกิจการค้า (Trading) จะเป็นธุรกิจที่เป็นตัวชูโรงหลักในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะธุรกิจการค้าที่มีโอกาสทำกำไรได้ดีจากการที่ตลาดมีความผันผวน ทำให้มีปริมาณการไหลเวียนของผลิตภัณฑ์เพิ่มมากขึ้น และ ปตท. ได้รุกการหาลูกค้าใหม่ ๆ อย่างเต็มที่ ขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ทรงตัวในระดับสูง ในมุมของธุรกิจต้นน้ำ (Upstream) อย่างธุรกิจสำรวจและผลิต การที่ราคาพลังงานในตลาดโลกอยู่ในระดับสูงถือเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อผลประกอบการ

"ในธุรกิจ LNG บริษัทจะยิ่งเร่งการขยายพอร์ตฟอลิโอ การนำ LNG มาเทรดทั่วโลกมากขึ้น เพราะมองเห็นว่าช่วงวิกฤตแบบนี้ธุรกิจ LNG มีบทบาทค่อนข้างมาก โดยปัจจุบันบริษัทมีการกระจายความเสี่ยงจึงไม่ได้รับจากแหล่งประเทศกาตาร์เป็นหลักอยู่แล้ว แต่มีจากทั้งประเทศสหรัฐฯ,ออสเตรเลีย และมาเลเซีย พร้อมบริษัทตั้งเป้าเพิ่มวอลุ่มฯธุรกิจเทรดดิ้ง LNG เป็น 10 ล้านตัน ภายในปี 73 และแตะ 15 ล้านตัน ภายในปี 78 เพื่อมุ่งสู่การเป็น Global LNG Player"นายคงกระพัน กล่าว

ทั้งนี้ในช่วงวิกฤต ปตท.บริหารสภาพคล่องทางการเงินเพื่อรองรับการรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ โดยในสภาวะที่น้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บริษัทจัดเตรียมสภาพคล่องเพิ่มขึ้นถึง 230,000 ล้านบาท ประกอบด้วยหลักการจัดซื้อน้ำมันดิบ ประมาณ 63,000 ล้านบาท เงินทุนหมุนเวียน สำหรับการจัดหาน้ำมันและก๊าซฯ เพิ่มขึ้นประมาณ 137,000 ล้านบาท เงินค้างชำระของกองทุนน้ำมันเชื่อเพลิงจากการชุดเชยราคาประมาณ 35,000 ล้านบาท ส่งผลให้เกิดต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นถึงกว่า 600 ล้านบาทต่อเดือน หรือประมาณ 7,000 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งมีการเปิดเผยและรายงานข้อมูลต่อหน่วยงานภาครัฐอย่างโปร่งใสและให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม

อย่างไรก็ตามผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2569 ด้วยกำไรสุทธิ 25,738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,423 ล้านบาท หรือ 10.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากปัญหาความไม่สงบในตะวันออกกลาง ปตท. รับมือสถานการณ์จากการวางรากฐานเครือข่ายธุรกิจการค้าระหว่างประเทศที่มีสำนักงานกระจายอยู่ทั่วโลก ทำให้สามารถปรับการจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งต่างๆ ทดแทนจากตะวันออกกลางได้อย่างรวดเร็วอีกทั้งโรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. ได้ลงทุนล่วงหน้ากว่า 111,000 ล้านบาท ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาทำให้โรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. มีความเสถียรของเครื่องจักร และความยืดหยุ่น ในการรองรับน้ำมันดิบจากหลากหลายแหล่ง นอกจากนี้การซ้อมแผนฉุกเฉินอย่างสม่ำเสมอ ทำให้กลุ่ม ปตท. รับมือวิกฤตได้ทันที

กลุ่ม ปตท. ติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศอย่างใกล้ชิด จัดตั้งศูนย์บริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (PTT ICS) ทันทีเมื่อเกิดวิกฤต เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้ประเทศ และบริหารจัดการธุรกิจตลอด Supply Chain โดยตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือนในช่วงมี.ค.และเม.ย.ที่ผ่านมา โรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. เดินเครื่องเต็มกำลังมากกว่า 100% ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย สำหรับธุรกิจปิโตรเคมี บริษัทในกลุ่ม ปตท. เดินเครื่อง ปิโตรเคมีเต็มกำลัง สร้าง Security of Supply ช่วยให้ลูกค้าในอุตสาหกรรมต่อเนื่องตลอดห่วงโซ่อุปทานเม็ดพลาสติกและเคมีภัณฑ์ มีวัตถุดิบใช้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้อนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตรา 2.30 บาทต่อหุ้น โดยเป็นเงินปันผลจ่ายสำหรับผลประกอบการประจำปี 2.10 บาทต่อหุ้น และเพิ่มเงินปันผลพิเศษเป็นครั้งแรกอีก 0.20 บาทต่อหุ้น พร้อมอนุมัติวงเงินกู้เพื่อสำรองการดำเนินงานและการขยายงานในอนาคต ในขณะเดียวกันยังคงรักษาวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด และได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่แข็งแกร่งเทียบเท่าประเทศ (BBB+) สะท้อนฐานะการเงินแข็งแกร่งพร้อมรองรับการขยายงานตามกลยุทธ์ในอนาคตและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...