โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาคเอกชนชี้การสำรวจเป็นการชี้ช่องโหว่เพื่อป้องกันทุจริต ไม่ใช่ชุดข้อมูลที่นำไปใช้ดำเนินคดีได้

เดลินิวส์

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ภาคเอกชนชี้การสำรวจเป็นการชี้ช่องโหว่เพื่อป้องกันทุจริต ไม่ใช่ชุดข้อมูลที่นำไปใช้ดำเนินคดีได้ พร้อมส่งข้อมูลให้กรมควบคุมมลพิษ 22 พ.ค.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 20 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ว่า ตนได้ให้นโยบายว่าให้เอาข้อมูลต่างๆ ในประเด็นต่างๆ ที่สำรวจ ศึกษาว่าตรงไหนยังมีช่องโหว่ ที่อาจจะก่อให้เกิดประเด็นการคอร์รัปชันต่างๆ ให้ไปหาทางปิดช่องโหว่ แล้วนำเสนอทำเป็นรายงาน นำเสนอคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) ที่รัฐบาลตั้งขึ้น เพื่อให้การทำงานในเรื่องนี้ต่อเนื่อง และเป็นรูปธรรมมากขึ้น

นายปกรณ์ กล่าวต่อว่า เรื่องการปรับปรุงกฎหมายลำดับรอง ที่ภาคธุรกิจมีประเด็นปัญหาอยู่ใน 6 หรือ 7 กลุ่มธุรกิจ ในวันที่ 10 มิ.ย. ภาคเอกชนจะเสนอข้อเสนอแนะมายังรัฐบาลจะปรับปรุงแก้ไขกฎหมายอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการทุจริต และพอเสนอมาแล้วจะนำมารับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเว็บไซต์ law.go.th จากนั้น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ได้นำสรุปเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าไทย พร้อมด้วยนายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และนายพิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (ทีไอจี) กล่าวภายหลังประชุมว่า เชื่อว่า คตท. คณะกรรมการชุดนี้จะทำให้เกิดความมั่นใจกับเอกชนว่า การเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดจะปลอดภัย ซึ่งคณะกรรมการ กกร. ได้คุยกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ทั้งหมดแล้ว พร้อมจะร่วมมือกัน ฝากสื่อมวลชนว่า ทุกๆ อย่างที่คณะกรรมการ กกร. ร่วมมือกันทำ ผลประโยชน์สุดท้ายตกกับชาติและประชาชน

นายธนวรรธน์ กล่าวเสริมว่า จะส่งข้อมูลให้วันที่ 22 พ.ค. นี้ ซึ่งร่างไว้ครบทั้งหมดแล้ว เมื่อถามว่า ข้อมูลที่ส่งให้จะเป็นหลักฐานที่จะสามารถนำไปดำเนินการเอาผิดหน่วยงานได้ใช่หรือไม่ นายพจน์ ย้อนถามว่า “เอาผิดใครล่ะ เมื่อสักครู่ได้พูดคุยกับปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ว่าแบบสอบถามทั้งหมดทำสอดคล้องกับธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งเป็นแบบสอบถามว่ามีการทุจริตหรือไม่ ไม่ได้เจาะลึกเอาผิดใคร การทำข้อมูลนี้เพื่อให้เห็นว่า มีปัญหาว่ามีการทุจริต แต่เป็นเรื่องอดีตต้องเดินหน้าต่อไป"

เมื่อถามอีกว่า หลังจากนี้จะมีการทำแบบสำรวจซ้ำอีกหรือไม่ นายพจน์ กล่าวว่า จะทำทำไม เพราะรัฐบาลตั้งกรรมการแล้ว เราต้องจับมือกันแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตามประเทศไทยต้องหลุดพ้นให้ได้กับเรื่องคอร์รัปชัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ขอข้อมูล เรื่องผลการสำรวจ แต่ กกร. ยังไม่ได้ส่งให้นั้น นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ได้นัดหมายกับ คพ. แล้วว่าจะส่งให้ภายในวันที่ 22 พ.ค. ขณะนี้ร่างเอกสารไว้ครบแล้ว ขออนุญาตชี้แจงเพื่อความชัดเจนว่า ที่ คพ. ขอมาเป็นการขอข้อมูลขั้นตอนกระบวนการในการทำแบบสอบถาม เพราะฉะนั้น เวลาส่งคำชี้แจงจะเป็นเรื่องของการสำรวจแบบสอบถาม กระบวนการเก็บข้อมูล ซึ่งก็บอกกับหลายกรมชัดเจนแล้วว่า กกร. มีกระบวนการอย่างไร เราเก็บแบบเป็นมุมกว้าง โดยยึดโครงการที่ทำร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และเวิลด์แบงก์ พร้อมทำการเสวนาบนเวทีสาธารณะ

"เพราะฉะนั้น เป็นโครงที่เราทำเพื่อชี้ช่องว่าง มันมีปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ได้เจาะว่าขั้นตอนไหนของหน่วยงานนี้เป็นอย่างไร แต่ในอนาคตพร้อมร่วมมือกับหลายหน่วยงานในการดำเนินงานเชิงรุก ที่จะเจาะลึกว่า หน่วยงานไหนมีขั้นตอนใดที่ผิดพลาดก็จะเจาะลึกได้เป็นรายกรณี ขอย้ำว่า ไม่ได้จะส่งข้อมูลให้ แต่พร้อมที่จะให้มาประสานขอข้อมูล ซึ่งแต่ละคำขอ ที่ขอมาเป็นขั้นตอนกระบวนการทำงาน"

ด้านนายพิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า สถาบันจะมีการจัดเวิร์กช็อป ถือเป็นโอกาสดีที่จะเริ่มนำข้อมูลเชิงประจักษ์มาใช้ประโยชน์ในการศึกษาและหาทางแก้ไขเพื่อป้องกันการทุจริต ย้ำว่า ผลการสำรวจชี้ให้เห็นความจริงรูปแบบหนึ่ง แม้จะไม่ได้เป็นชุดความจริงที่จะไปดำเนินคดีได้ แต่มีประโยชน์อย่างมากที่ทำให้คนในระบบมองเห็นปัญหาและนำมาวิเคราะห์ในแต่ละขั้นตอนการทำงาน จะต้องมีการทบทวนอย่างไรบ้าง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...