“อาชญากรรมคริปโทฯ” ลามสู่โลกจริง นักลงทุน-ผู้บริหารแห่จ้างบอดี้การ์ด หลังคดีลักพาตัวพุ่ง
"อาชญากรรมคริปโทฯ" ลามสู่โลกจริง นักลงทุน-ผู้บริหารแห่จ้างบอดี้การ์ด และย้ายทรัพย์สินเข้าสู่ระบบเก็บรักษาที่เข้าถึงยาก หลังคดีลักพาตัวพุ่ง
วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.30 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า หลังเผชิญเหตุลักพาตัว ทำร้ายร่างกาย และบุกปล้นบ้านผู้ถือครองคริปโทเคอเรนซีต่อเนื่องตลอดปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมคริปโททั่วโลกกำลังเร่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยครั้งใหญ่ เพื่อรับมือภัยคุกคามที่เริ่มลุกลามจากโลกออนไลน์สู่โลกจริง
งานประชุมคริปโทฯ หลายแห่งเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัย บริษัทเอกชนด้านความปลอดภัยสำหรับนักลงทุนคริปโทมีลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทฯ ต่างเริ่มทุ่มงบปกป้องผู้บริหารระดับสูง
ในงาน Bitcoin 2026 ที่ลาสเวกัสเมื่อเดือนก่อน วิทยากรชื่อดังจำนวนมากเดินทางพร้อมบอดี้การ์ดส่วนตัว ขณะเดียวกัน เวิร์กช็อปเกี่ยวกับการปกป้องคริปโทฯ ระหว่างเหตุบุกปล้นบ้าน ได้รับความสนใจจนมีผู้เข้าร่วมล้นห้อง
Las Vegas Metropolitan Police Department รวมถึงทีมรักษาความปลอดภัยของโรงแรมและบริษัทเอกชนหลายแห่ง ต้องร่วมกันดูแลความปลอดภัยตลอดงาน
ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ ในงาน Paris Blockchain Week ที่ฝรั่งเศส ผู้ร่วมงานระดับ VIP ถูกคุ้มกันด้วยขบวนตำรวจ ขณะที่ผู้จัดเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยรอบงานอย่างเข้มงวด
สิ่งที่น่ากังวลคือ “ความโปร่งใส” ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นจุดแข็งของเทคโนโลยีบล็อกเชน กลับกลายเป็นช่องทางให้คนร้ายสามารถติดตามข้อมูลและระบุตัวเป้าหมายได้ง่ายขึ้น
ข้อมูลจาก CertiK ระบุว่า การโจมตีทางกายภาพต่อผู้ถือครองคริปโทเพิ่มขึ้นถึง 75% ในปี 2568 โดยมีเหตุการณ์ยืนยันแล้วอย่างน้อย 72 ครั้ง และสร้างความเสียหายรวมกว่า 41 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขจริงอาจสูงกว่านี้มาก เพราะหลายคดีจบลงด้วยการจ่ายค่าไถ่แบบไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ
ด้าน Coinbase แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทรายใหญ่ของสหรัฐใช้งบประมาณราว 7.6 ล้านดอลลาร์ในปี 2568 เพื่อดูแลความปลอดภัยส่วนตัวให้ Brian Armstrong ซีอีโอของบริษัท เพิ่มขึ้นกว่า 20% จากปีก่อน และสูงกว่าที่ธนาคารวอลล์สตรีทรายใหญ่หลายแห่งใช้ดูแลผู้บริหาร
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยระบุว่า นักลงทุนคริปโทจำนวนมากเริ่มย้ายทรัพย์สินดิจิทัลออกจากอุปกรณ์ใช้งานประจำวัน และเก็บไว้ในระบบที่เข้าถึงได้ยากขึ้น
ภายในงาน Bitcoin 2026 หนึ่งในเวิร์กช็อปที่ได้รับความนิยมสูงสุด คือการสอนป้องกันทรัพย์สินคริปโทจากการถูกข่มขู่ทางกายภาพ โดยเสนอทั้งวิธีทางเทคนิคและวิธีปฏิบัติ เช่น การสร้างกระเป๋าหลอก การตั้งระบบโอนเงินล่าช้า หรือฟีเจอร์ฉุกเฉินบนฮาร์ดแวร์วอลเล็ต
ผู้เชี่ยวชาญบางรายยอมรับว่า ปัจจุบันแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะหลุดพ้นจากรายชื่อเป้าหมาย หลังข้อมูลลูกค้าของแพลตฟอร์มซื้อขายหลายแห่งรั่วไหลออกสู่สาธารณะ
ผู้ก่อตั้งโปรโตคอลคริปโทฯ รายใหญ่รายหนึ่งเปิดเผยว่า เขาได้ย้ายสินทรัพย์ดิจิทัลออกจากกระเป๋าออนไลน์ ไปเก็บไว้ในตู้นิรภัยของสถาบัน 4 แห่งแยกกัน พร้อมตั้งเงื่อนไขว่าการถอนเงินต้องใช้เวลารอถึง 7 วัน และต้องเดินทางไปยืนยันตัวตนด้วยตนเอง ทำให้การเข้าถึงสินทรัพย์ทั้งหมดใช้เวลานานเกือบ 1 เดือน
France กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่น่ากังวลที่สุด หลังเกิดเหตุลักพาตัวและข่มขู่ครอบครัวผู้ประกอบการคริปโทหลายกรณีในช่วงปี 2567-2568 รวมถึงความพยายามลักพาตัวลูกสาวของซีอีโอ Paymium กลางกรุงปารีส
เจ้าหน้าที่ในปารีสและนิวยอร์กเริ่มเพิ่มความเข้มงวดในการรับมือคดีลักพาตัวและรีดไถที่เกี่ยวข้องกับคริปโท ขณะที่บริษัทความปลอดภัยในดูไบก็รายงานว่าความกังวลในหมู่นักลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า คนร้ายมักเลือกเหยื่อล่วงหน้า โดยใช้ข้อมูลจากบล็อกเชน ข้อมูลลูกค้าที่รั่วไหล และเครื่องมือวิเคราะห์ธุรกรรมคริปโทฯ ซึ่งปัจจุบันทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและอาชญากรต่างเข้าถึงได้
Adam Healy ซีอีโอของบริษัทความปลอดภัย Station70 ระบุว่า สำหรับอาชญากร“นี่คือธุรกิจที่ความเสี่ยงต่ำ แต่ผลตอบแทนสูง”
ความต้องการบริการคุ้มกันจึงเพิ่มขึ้นรวดเร็ว บริษัทด้านการคุ้มครองผู้บริหารหลายแห่งเผยว่า เดิมทีอาจมีลูกค้าติดต่อมาเพียงไตรมาสละครั้ง แต่ปัจจุบันมีผู้สอบถามบริการแทบทุกสัปดาห์
ด้าน Gemini ใช้งบประมาณราว 2.5 ล้านดอลลาร์ในปี 2568 เพื่อดูแลความปลอดภัยให้ Cameron Winklevoss และ Tyler Winklevoss สองผู้ก่อตั้งมหาเศรษฐีของบริษัท
ขณะเดียวกันภัยคุกคามไม่ได้เกิดแค่การปล้นหรือลักพาตัว แต่ยังรวมถึงการแฝงตัวเข้าหาเหยื่อในโลกจริง
เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แฮกเกอร์ขโมยเงินราว 285 ล้านดอลลาร์จาก Drift แพลตฟอร์มซื้อขายอนุพันธ์บนบล็อกเชน Solana โดยบริษัทระบุว่า แผนดังกล่าวใช้เวลาวางนานถึง 6 เดือน
คนร้ายปลอมตัวเป็นบริษัทเทรดคริปโทฯ เข้าร่วมงานประชุม พบปะพนักงาน ฝากเงินกว่า 1 ล้านดอลลาร์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนค่อย ๆ แฝงตัวเข้าสู่ระบบ และใช้ซอฟต์แวร์ปลอมในรูปแบบแอปกระเป๋าคริปโทเข้าควบคุมอุปกรณ์ของพนักงานในที่สุด
อ้างอิง : bloomberg.com