Bryan Johnson อินฟลูฯ เศรษฐี ด้านชะลอวัย เผยป่วยโรคหายาก แม้ตรวจก็ไม่พบ
Bryan Johnson อินฟลูฯ เศรษฐี ด้านชะลอวัย เผยอาการป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเอง ภูมิคุ้มกันทำลายกระเพาะอาหาร เตือนเป็นโรคตรวจพบยาก
ไบรอัน จอห์นสัน (Bryan Johnson) อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังด้านการชะลอวัยและเศรษฐีพันล้าน เปิดเผยผ่าน X (Twitter) ว่ากำลังต่อสู้กับโรคแพ้ภูมิตัวเองชนิดหนึ่ง ที่มีชื่อว่า โรคกระเพาะอาหารอักเสบจากภูมิคุ้มกัน (Autoimmune Gastritis หรือ AIG) โดยระบุว่า “ผมเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง กระเพาะอาหารของผมกำลังกินตัวเอง”
โรค AIG คือภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเข้าโจมตีเยื่อบุกระเพาะอาหารของตัวเอง ซึ่งโรคนี้มักตรวจไม่พบและไม่แสดงอาการในระยะแรก จอห์นสัน ระบุว่าโรคนี้ส่งผลกระทบต่อประชากรราว 2-5% และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา อาจนำไปสู่ภาวะขาดสารอาหาร โรคโลหิตจาง รวมถึงความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งที่สูงขึ้นในระยะยาว
จอห์นสัน เล่าว่าตนเริ่มต้นมาจากโรคพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ ซึ่งแพทย์วินิจฉัยพบตั้งแต่อายุ 21 ปี และรักษาด้วยการใช้ฮอร์โมนทดแทน แต่หลังจากนั้นต้องทนทุกข์ทรมานนานกว่าสิบปีกับภาวะระดับเฟอร์ริติน (โปรตีนที่ทำหน้าที่สะสมธาตุเหล็กในร่างกาย) ต่ำผิดปกติ
ทั้งที่ค่าฮีโมโกลบินและฮีมาโตคริตอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ระดับเฟอร์ริตินที่ต่ำเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงภาวะขาดธาตุเหล็กที่แพทย์มองข้ามไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งการตรวจเลือดและส่องกล้องอย่างละเอียดในระยะหลังทำให้พบความจริง
การส่องกล้องตรวจระบบทางเดินอาหารทั้งส่วนบนและส่วนล่าง รวมถึงการตรวจเลือดล่าสุด พบว่าระดับแอนติบอดีต่อเซลล์พารีทัล (Anti-parietal cell antibodies) สูงขึ้นผิดปกติ และผลการตัดชิ้นเนื้อจากกระเพาะอาหารยืนยันว่าเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบจากภูมิคุ้มกันในระยะเริ่มต้น
จอห์นสัน เปิดเผยว่าผลการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่อยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งช่วยตัดประเด็นเรื่องการตกเลือดซ่อนเร้นออกไปได้ แต่ผลตัดชิ้นเนื้อจากกระเพาะอาหารกลับยืนยันชัดเจนว่ามีการโจมตีจากระบบภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นจริง
จอห์นสัน ยังชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างโรคแพ้ภูมิตัวเองที่ต่อมไทรอยด์และกระเพาะอาหาร ซึ่งในทางการแพทย์เรียกว่ากลุ่มอาการไทรอยด์และกระเพาะอาหาร (Thyrogastric syndrome) โดยระบุว่าภาวะขาดธาตุเหล็ก โรคกระเพาะอาหารอักเสบจากภูมิคุ้มกัน และโรคไทรอยด์ สามารถส่งเสริมและกระตุ้นกันได้ ทำให้กระบวนการรักษามีความซับซ้อนและยากขึ้นกว่าการรักษาโรคเพียงโรคเดียว
ที่มา: THE TIMES OF INDIA
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง