ผู้ถือหุ้นรายย่อย "บมจ.บางจาก" เดินหน้าทวงเป็นธรรรม ยื่นป.ป.ง.สอบ BCPG ทุ่ม 9 พันล้านซื้อคลังน้ำมัน แพงผิดปกติเอื้อคนเทาหรือไม่?
ผู้ถือหุ้นรายย่อย "บมจ.บางจาก" เดินหน้าทวงเป็นธรรรม ยื่นป.ป.ง.สอบ BCPG ทุ่ม 9 พันล้านซื้อคลังน้ำมัน แพงผิดปกติเอื้อคนเทาหรือไม่?
22 พ.ค. 2569 กลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อย BCP เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณี บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัทบางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) BCP ซื้อคลังน้ำมันและที่ดินใน จ.เพชรบุรี ราคา 9,000,000,000 บาท (เก้าพันล้านบาท) แต่ข้อมูลพบว่ามูลค่าทรัพย์สินทางบัญชีมีเพียงประมาณ 6,600 ล้านบาท (หกพันหกร้อยล้านบาท) เป็นการซื้อขายที่แพงเกินจริง ทำให้ผู้ถือหุ้นเสียหายหรือไม่ และให้สืบสวนสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องว่าเป็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายสมคบคิดสร้างมูลค่าทรัพย์ให้สูงเกินจริงเพื่อให้เกิดการซื้อขายหรือไม่ มีขบวนการไซฟ่อนเงินผู้ถือหุ้นออกจาก BCP และ BCPG อันเข้าลักษณะองค์กรอาชญากรรมที่วางแผนร่วมกัน แบ่งหน้าที่กันทำ เพื่อให้ได้ผลประโยชน์ส่วนต่างจากการซื้อขายคลังน้ำมันและที่ดินดังกล่าวหรือไม่ ตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547
โดยนายดิษเดช หิรัญจิรคุณ ผู้ประสานงานผู้ถือหุ้นรายย่อยบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือBCP ได้รับการแจ้งข้อมูลจากผู้ถือหุ้นว่าการดำเนินการในการจัดซื้อคลังน้ำมันที่จังหวัดเพชรบุรีของบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือBCPG ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ BCP อาจเป็นการซื้อที่มีราคาแพงเกินจริงทำให้ผู้ถือหุ้นได้รับความเสียหาย ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นทราบจากผู้ถือหุ้นบางรายและการนำเสนอข่าวทางสื่อมวลชนว่าเมื่อปี พ.ศ.2553 ได้มีผู้เสนอขายต่อBCP ในราคาเพียง 3,000 ล้านบาทเท่านั้นแต่เนื่องจากไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนจึงไม่ได้มีการซื้อขาย ต่อมาเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2565 BCPG กลับได้มีการดำเนินการให้มีการซื้อขายคลังน้ำมันดังกล่าวในราคา 9,000,000,000 บาท (เก้าพันล้านบาท) ต่อมามีรายงานข่าวจากสื่อมวลชนและสื่อโซเชี่ยลว่าหลังจากซื้อขายเสร็จสิ้นแล้ว 3 เดือน ปรากฏว่ามูลค่าทางบัญชีของคลังน้ำมันดังกล่าวเหลือเพียง 6,550 ล้านบาท ลดลงจากราคาซื้อขายถึง 2,450 ล้านบาท กรณีดังกล่าวเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ข้าพเจ้าได้ยื่นเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อให้ตรวจสอบและสืบสวนสอบสวนในประเด็นดังต่อไปนี้ 1.ให้ตรวจสอบว่าการดำเนินการเพื่อให้เกิดการซื้อขายคลังน้ำมันในราคา 9,000,000,000 บาท (เก้าพันล้านบาท) ของBCPGเป็นการดำเนินการนำเสนอขายโดยผู้ใด มีผู้ใดเป็นผู้นำเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาเพื่อให้เกิดการอนุมัติให้ซื้อขาย ขั้นตอนการพิจารณาราคาก่อนการอนุมัติซื้อขาย มติในการอนุมติให้ซื้อขาย ขั้นตอนการซื้อขาย ขั้นตอนการทำสัญญาซื้อขาย ขั้นตอนการชำระราคา ธุรกรรมที่เกี่ยวกับการซื้อขาย มีใครบ้างได้รับประโยชน์จากการซื้อขาย รวมทั้งตรวจสอบธุรกรรมและเส้นทางการเงินในการซื้อขายว่ามีเส้นเงินไปถึงผู้ใดอย่างไร2.ให้ตรวจสอบว่าทรัพย์สินหลังจากซื้อขายแล้วกลับมีมูลค่าทางบัญชีลดลงเหลือเพียง ๖,๕๕๐ ล้านบาท โดยมีส่วนต่างจากราคาซื้อขายกันจำนวน ๒,๔๕๐ ล้านบาท กรณีอาจเป็นการซื้อขายทรัพย์สินที่แพงเกินจริงหรือไม่ 3.ให้ตรวจสอบว่ามีผู้ใดผู้หนึ่งหรือหลายคนร่วมกันดำเนินการในลักษณะสมคบกันสร้างมูลค่าทรัพย์ที่ซื้อขายให้สูงเกินจริงเพื่อให้เกิดการซื้อขายหรือไม่ 4.ให้ตรวจสอบว่าหากเป็นการซื้อขายที่แพงเกินจริงและอาจมีผู้หนึ่งผู้ใดได้รับผลประโยชน์ในส่วนต่างที่เกิดขึ้นจากการซื้อขายที่แพงเกินจริงหรือไม่ ธุรกรรมที่เกิดจากการดำเนินการดังกล่าวทั้งหมดถือว่าเป็นธุรกรรมอันต้องสงสัยที่เป็นมูลฐานฟอกเงินหรือไม่ 5.ให้ตรวจสอบว่าเป็นการไซฟ่อนเงินของผู้ถือหุ้นออกจากBCPและBCPG อันเข้าลักษณะองค์กรอาชญากรรมที่มีผู้วางแผนร่วมกัน แบ่งหน้าที่กันทำ เพื่อให้ได้ผลประโยชน์ส่วนต่างจากการซื้อขายหรือไม่ ดังนั้น เพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่อผู้ถือหุ้นและมิให้เกิดผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือในวงกว้างต่อBCPและBCPG ข้าพเจ้าจึงขอให้ท่านดำเนินการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ของท่าน โดยขอให้ท่านประสานงานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อพิจารณาว่าการดำเนินการซื้อคลังน้ำมันดังกล่าวเป็นการซื้อขายที่แพงเกินจริงหรือไม่ อาจมีผู้หนึ่งผู้ใดได้รับประโยชน์จากส่วนต่างของราคาซื้อขายหรือไม่ และธุรกรรมที่เกิดจากการซื้อขายถือว่าเป็นธุรกรรมต้องสงสัยที่เป็นมูลฐานฟอกเงินหรือไม่ หากพบว่าเป็นธุรกรรมที่เข้าข่ายมูลฐานฟอกเงิน ขอให้ท่านดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้ที่เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ต่อไป