TEGH ชี้ยางราคาขึ้น 2 ปี กรีนก๊าซฮิตขยายเท่าตัว
#TEGH #ทันหุ้น – TEGH มั่นใจราคายางขึ้นต่อเนื่องอีก 1-2 ปี หลังซัพพลายตลาดโลกหดตัว ได้แรงหนุนยางสังเคราะห์ปรับตัวสูง เดินขยายเตาดันกำลังผลิตแตะ 4.3 แสนตัน ชูธุรกิจพลังงานทดแทนมาแรง กรีนก๊าซ ดีมานด์สูง เดินหน้าขยายกำลังผลิตเท่าตัว ดันบริษัทลูกเข้าตลาด ด้านธุรกิจปาล์มแรงเดินหน้าเพิ่มยิลด์น้ำมันปาล์ม
นางสาวสินีนุช โกกนุทาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEGH เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ราคายางธรรมชาติยังมีทิศทางขยับขึ้นในระดับสูงต่อได้อีก 1-2 ปี โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากซัพพลายยางในตลาดโลกที่หดตัวลง โดยเฉพาะในประเทศผู้ผลิตรายใหญ่อย่างอินโดนีเซีย และไอวอรี่โคสต์ ที่เริ่มชะลอตัว นอกจากนี้ ราคายางธรรมชาติยังได้รับแรงหนุนจากราคายางสังเคราะห์ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันที่แพงขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งจะสนับสนุนธุรกิจยางธรรมชาติของบริษัทเติบโตต่อเนื่อง
แม้ตลาดจีนจะมีสัญญาณชะลอตัว แต่TEGH เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าในยุโรป สหรัฐอเมริกา และอินเดีย ซึ่งกลุ่มนี้มีอัตราการเติบโตที่ดีเฉลี่ย 5% ต่อปี โดยเฉพาะในอินเดียที่พบว่ามีการเติบโตสูงมาก ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนการส่งออกยางอยู่ที่ประมาณ 60% โดยในช่วงไตรมาส 2 บริษัท คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการบริหารจัดการการซื้อขายที่เหมาะสม ในปีนี้ TEGH มีแผนขยายกำลังการผลิตเพิ่มอีก 1 เตา ซึ่งจะส่งผลให้กำลังการผลิตรวมพุ่งไปแตะที่ระดับ430,000 ตัน
@ ขยาย “กรีนก๊าซ” ดีมานด์ทะลัก
ขณะเดียวกันธุรกิจพลังงานสะอาดผ่าน“ไทยอีสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์ หรือ TEBP” ถือเป็น“ดาวเด่น” ที่มีศักยภาพสูง โดยบริษัทได้เน้นผลิต“พลังงานชีวภาพประเภทก๊าซ” หรือ กรีนก๊าซ เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมที่ต้องปรับตัวตามมาตรการภาษีคาร์บอนโดยเฉพาะยุโรป(CBAM) และกลุ่มที่ต้องการพลังงานสะอาด 100% โดยเฉพาะกลุ่มData Center และอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีความต้องการสูงมาก โดยกลุ่มเหล่านี้สามารถนำกรีนก๊าซ ไปใช้แทนก๊าซจากฟอสซิลได้เลย ขณะที่ราคาขายอยู่ในระดับเดียวกับก๊าซฟอสซิล อย่างไรก็ดีในต่างประเทศจะมีการให้พรีเมียมกับ กรีนก๊าซ
บริษัทมีกำลังการผลิตกรีนก๊าซอยู่ที่ 120,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือราว 30 ล้านลูกบาศก์เมตรในปี 2569 และมีแผนจะขยายเท่าตัวเป็น 240,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือ 58 ล้านลูกบาศก์เมตร ในปี 2570 ทั้งนี้พบว่ามีความต้องการจากภายนอกรออยู่สูงถึง 440,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน
ขณะเดียวกันในส่วนของการรับบริหารจัดการกากอินทรีย์ก็จะขยายเท่าตัวเช่นกันจาก 570,000 ตันในปีนี้ จะเพิ่มขึ้นเป็น 1.1 ล้านตัน ในปี 2570
นอกจากนี้ ธุรกิจพลังงานยังได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันและแก๊สที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากมีสัญญาบางส่วนผูกอิงกับราคาน้ำมันเตา ส่งผลดีต่อมาร์จิ้นของบริษัท ทั้งนี้จะมีการนำ “TEBP” ระดมทุนเข้าตลาด mai ปลายปีนี้
@เร่งเพิ่มยิลด์ปาล์ม
สำหรับธุรกิจน้ำมันปาล์มนับเป็นที่ต้องการมากขึ้นเนื่องจากสามารถนำไปใช้ได้ทั้งในอุตสาหกรรมอาหารและพลังงานทดแทน โดยปัจจุบันเน้นการจำหน่ายภายในประเทศเป็นหลัก หัวใจสำคัญของธุรกิจปาล์มในปีนี้คือการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต โดยมีการปรับปรุงระบบบอยเลอร์และกระบวนการทำงานเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มเปอร์เซ็นต์น้ำมัน โดยจะบริหารจัดการเพื่อผลักดันให้ยิลด์การสกัดน้ำมันขึ้นจาก 17.5% ไปอยู่ในระดับ18 – 18.5% ให้ได้ตามมาตรฐาน แม้จะมีความท้าทายด้านสภาพอากาศก็ตาม
บริษัทมั่นใจรายได้ปีนี้เติบโตตามเป้าหมาย 10% หรือ 22,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จากอานิสงส์การเติบโตของทั้ง 3 ธุรกิจหลัก ยางธรรมชาติ น้ำมันปาล์มดิบ พลังงานทดแทนและการรับบริหารจัดการกากอินทรีย์