รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ สั่งตรวจเข้มร้านเกี๊ยวทั่วขอนแก่น
15 พฤษภาคม 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินการ กรณีผู้บริโภครายหนึ่งในจังหวัดขอนแก่นแจ้งว่าพบกระดาษทิชชูปะปนอยู่ในไส้เกี๊ยวปลาที่ซื้อจากร้านค้าใกล้บึงแก่นนคร จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง โดยตนกำชับให้ นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีฯ และ นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมติดตามข้อเท็จจริงอย่างใกล้ชิด
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า การดูแลความปลอดภัยอาหารและการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค เป็นไปตามมาตรการที่รัฐบาล โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกัน ภายหลังทราบเหตุ ตนสั่งการให้ สคบ. ส่งทีมลงพื้นที่ในวันเกิดเหตุทันที และพยายามประสานผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่บริเวณบึงแก่นนคร พบผู้ประกอบการจำหน่ายเกี๊ยวทอดประมาณ 15-20 ร้าน และเกี๊ยวนึ่งอีก 5-7 ร้าน รวมเกือบ 30 ร้านในพื้นที่ พร้อมทั้งสุ่มซื้อตรวจสอบ แต่ยังไม่พบกรณีตามที่ปรากฏในข่าว จึงได้กำชับให้เร่งติดต่อผู้เสียหายเพื่อรับทราบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานโดยเร็วที่สุด
นางสาวศุภมาส กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีอาหารถือเป็นสินค้าที่มีหน่วยงานกำกับดูแลเฉพาะ คือ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ภายใต้พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ซึ่งครอบคลุมถึงกรณี “อาหารไม่บริสุทธิ์” โดย อย. มีอำนาจกำกับดูแลให้ผู้ประกอบการผลิตอาหารถูกสุขลักษณะและไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้โดยตรง การตรวจสอบมาตรฐานความสะอาดและสุขลักษณะของอาหาร แม้ไม่อยู่ในขอบเขตอำนาจของ สคบ. ตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ตนจึงได้สั่งการให้ สคบ. ประสานการทำงานร่วมกับ อย. อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างรอบด้านและรวดเร็ว ทั้งนี้ หากผู้บริโภคได้รับความเสียหายจากกรณีดังกล่าว สามารถใช้สิทธิร้องทุกข์และเรียกร้องการเยียวยาทางแพ่งกับ สคบ. ได้ทันที ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญที่ สคบ. จะเข้าไปทำหน้าที่ดูแลสิทธิของผู้บริโภคในด้านการเยียวยาความเสียหาย โดยขณะนี้ สคบ. ได้เตรียมพร้อมรับเรื่องร้องเรียนและให้คำปรึกษาทางกฎหมายแก่ผู้เสียหายไว้แล้ว
“ดิฉันขอฝากถึงผู้ประกอบการร้านอาหารทุกราย ต้องให้ความสำคัญสูงสุดกับ “ความสะอาด” และ “ความปลอดภัย” ในทุกขั้นตอนการผลิตและจำหน่ายอาหาร เพราะอาหาร คือเรื่องของสุขภาพและชีวิตของพี่น้องประชาชน หากตรวจพบการกระทำที่กระทบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด สำหรับพี่น้องผู้บริโภค ขอให้สังเกตความสะอาดของร้านค้าก่อนตัดสินใจซื้อ เลือกซื้อจากร้านที่มีการรักษาสุขลักษณะที่ดี และหากพบเห็นสิ่งแปลกปลอมในอาหาร ขอให้เก็บอาหารและบรรจุภัณฑ์ไว้เป็นหลักฐาน ถ่ายภาพ และแจ้งหน่วยงานทันที ดิฉันและ สคบ. พร้อมยืนเคียงข้างผู้บริโภคทุกคน” นางสาวศุภมาส กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบอาหารเข้าข่ายไม่ถูกสุขลักษณะหรือไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค สามารถติดต่อไปยังสายด่วน อย. 1556 และหากผู้บริโภคได้รับความเสียหายสามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมในพื้นที่ทุกจังหวัด