โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทภ.2 รับตัว‘ลุงโยชน์’ จากกัมพูชากลับไทยแล้ว ผ่านช่องสะงำ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2569 มีรายงานว่า วานนี้ (14 พ.ค.) เวลา 11.00 น. พล.จ.นิด นารง รองเสนาธิการกองกำลังป้องกันชายแดนที่ 4 (ภท.4) ในฐานะประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ฝ่ายกัมพูชา ได้ประสานมายังกองทัพภาคที่ 2 กรณีการส่งตัว “นายโยชน์” กลับประเทศไทย

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันชายแดนที่ 4 ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย และมีการประสานผ่านกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชา กระทั่งฝ่ายกัมพูชาอนุมัติให้ส่งตัวกลับประเทศไทยแล้ว

รายงานระบุว่า การส่งตัวครั้งนี้จะใช้กลไกความร่วมมือระดับกองทัพภาคที่ 2 และกองกำลังป้องกันชายแดนที่ 4 เพื่อสะท้อนถึงการประสานงานอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องของคณะกรรมการ RBC ทั้งสองฝ่าย

เบื้องต้นกำหนดส่งตัวในวันนี้ (15 พ.ค. ช่วงเวลา 10.00 น. บริเวณช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยฝ่ายไทยมี พล.ต.กัมปนาท วาพันสุ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 ในฐานะประธานคณะกรรมการ RBC ฝ่ายไทย เป็นหัวหน้าคณะ ขณะที่ฝ่ายกัมพูชามี พล.จ.นิด นารง ทำหน้าที่หัวหน้าคณะฝ่ายกัมพูชา

ต่อมาเวลา 11.00 น. ที่ด่านช่องสะงำ ฝ่ายกัมพูชาได้ส่งมอบตัวนายโยชน์ สายน้อย หรือ “ลุงโยชน์” ให้แก่ พล.ต.กัมปนาท เพื่อรับตัวกลับมาสู่ประเทศไทย โดยนายโยชน์ มีสุขภาพแข็งแรงดี ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการบาดเจ็บตามร่างกายแต่อย่างใด

แหล่งข่าวกองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ความสำเร็จในการประสานส่งตัวครั้งนี้ เกิดจากการทำงานอย่างใกล้ชิดของกองทัพภาคที่ 2 ภายใต้การกำกับของแม่ทัพภาคที่ 2 รวมถึงกองกำลังสุรนารี ที่มีผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี เร่งขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานอย่างเต็มกำลัง จนสามารถผลักดันการประสานงานผ่านกลไก RBC ให้บรรลุผลได้อย่างราบรื่น

ทั้งนี้ การส่งตัวนายโยชน์กลับประเทศไทย ถือเป็นสัญญาณบวกของความร่วมมือระดับ RBC ระหว่างไทย-กัมพูชา และมีส่วนช่วยลดความตึงเครียดตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศได้ในระดับหนึ่ง

ต่อมา พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงกรณีที่ นายโยชน์ สายน้อย ราษฎรที่สูญหายภายหลังเข้าไปหาของป่าในพื้นที่บริเวณห้วยสำเริง ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อ 25 เม.ย.69 ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาทราบว่าถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชาจับกุมตัว และนำไปควบคุมภายในเรือนจำ จ.อุดรมีชัย นั้น

โดยตั้งแต่รับทราบข้อมูลกองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 2 ได้ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ ใช้กลไกการประสานงานในทุกระดับกับฝ่ายกัมพูชาอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งดำเนินการช่วยเหลือราษฎรไทยรายดังกล่าวอย่างเต็มที่ ซึ่งวานนี้ (14 พ.ค.69) กองทัพภาคที่ 2 ได้รับการประสานจาก พลจัตวา นิด นารง รองเสนาธิการภูมิภาคทหารที่ 4/ประธานกองเลขาฯ คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ด้านภูมิภาคทหารที่ 4 ว่าหลังได้รับการประสานจากกองทัพภาคที่ 2 ทางภูมิภาคทหารที่ 4 ได้ดำเนินการทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการ จ.อุดรมีชัย และกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ในเรื่องการติดตามและให้ความช่วยเหลือราษฎรไทยซึ่งทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาได้อนุมัติให้ส่งตัวราษฎรรายดังกล่าวกลับคืนสู่ประเทศไทยแล้ว ผ่านกลไกความร่วมมือของหน่วยทหารในระดับพื้นที่ ระหว่างกองทัพภาคที่ 2 ของไทย และภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา

ล่าสุดในวันนี้ (15 พ.ค.69) เวลาประมาณ 10.30 น. กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 2 ได้รับตัวนายโยชน์กลับสู่ประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย ณ จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ โดยมี พลตรี กัมปนาท วาพันสุ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2/ประธานกองเลขาฯ คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ด้านกองทัพภาคที่ 2 เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทย และ พลจัตวา นิด นารง รองเสนาธิการภูมิภาคทหารที่ 4/ประธานกองเลขาฯ คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ด้านภูมิภาคทหารที่ 4 เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายกัมพูชา ร่วมสังเกตการณ์และอำนวยความสะดวกในการส่งราษฎรไทยกลับสู่ประเทศ

สำหรับความสำเร็จในการช่วยเหลือคนไทยครั้งนี้ สะท้อนถึงประสิทธิภาพและความสำคัญของกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศในระดับต่างๆ ที่ได้มีการจัดตั้งขึ้น เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนระหว่างกัน ซึ่งกองทัพบก ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับมาตรการเตรียมความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยของกองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...