โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“สิริพงศ์”ลุยยกระดับคมนาคม”ปทุมธานี”ดันฟีดเดอร์เชื่อมสถานีรังสิต -สีแดงต่อขยาย NTP ตอกเข็ม 23 ก.ค.

Manager Online

เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

“สิริพงศ์”ลงพื้นที่ตรวจระบบคมนาคม จ.ปทุมธานี ลุยปรับฟีดเดอร์เชื่อมสถานีรังสิต สีแดงส่วนต่อขยาย“รังสิต - มธ.ศูนย์รังสิต” NTP 23 ก.ค.นี้ สั่งเข้มก่อสร้าง Safety First คาดเปิดใช้ปี 72 และเตรียมรองรับสถานีรถไฟความเร็วสูง

วันนี้ (10 กรกฎาคม 2569) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดปทุมธานี พร้อมผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำรวจโครงข่ายคมนาคมและรับฟังปัญหาประชาชน เพื่อยกระดับความสะดวกปลอดภัยระบบคมนาคมขนส่งสาธารณะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง เตรียมพร้อมรองรับการขยายตัวของเมืองและโครงการสำคัญในอนาคต

โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ได้ใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง จากสถานีบางเขน ไปยังสถานีรังสิต เพื่อสำรวจความพร้อมในการเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางหลัก พร้อมตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายช่วงรังสิต – มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ก่อนจะลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพการจราจรและจุดเชื่อมต่อรถโดยสารสาธารณะบริเวณ Future Park รังสิต และบริเวณประตูเชียงราก 1 เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและนักศึกษาที่ใช้เส้นทางในชีวิตประจำวัน

โดยวิศวกรฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รายงานผลการดำเนินงานของรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ที่ปัจจุบัน มีประชาชนใช้บริการเพิ่มขึ้น โดยสามารถย่นระยะเวลาการเดินทางจากสถานีรังสิต ถึงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เหลือเพียง 23 นาที และส่วนต่อขยาย จากสถานีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต หากก่อสร้างแล้วเสร็จ จะใช้เวลาเพียงประมาณ 30 นาทีเท่านั้น ถือเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ใช้บริการในระบบรถไฟชานเมือง ให้สามารถเชื่อมโยงการเดินทางระบบรถไฟ และโครงข่ายระบบขนส่งอื่นๆ อันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสาธารณะให้ดีขึ้น นับเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาการขนส่งและจราจรอย่างยั่งยืน

ปัจจุบัน สถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง (สถานีรังสิต) สามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วน (Peak Hour) ช่วงเวลา 06.30 - 09.30 น. และ 16.30 - 19.30 น. ซึ่งให้บริการด้วยความถี่ 10 นาทีต่อขบวน ส่วนช่วงนอกเวลาเร่งด่วน (Off-Peak) จะให้บริการทุก 15 นาทีต่อขบวน นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่จอดรถรองรับได้ถึง 400 คัน ซึ่งจากการสำรวจพบว่ามีผู้ใช้บริการเต็มพื้นที่เกือบทุกวัน ขณะที่การให้บริการรถไฟทางไกล ปัจจุบัน มีรถไฟทั้งสายเหนือและสายตะวันออกเฉียงเหนือ จอดให้บริการที่สถานีรังสิตรวมกว่า 60 ขบวนต่อวัน

@เลื่อน NTP ตอกเข็มสีแดงต่อขยาย เป็น 23 ก.ค.69

ส่วนโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต - มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระยะทาง 8.84 กม. มูลค่าโครงการ 6,057 ล้านบาท โดย รฟท. ได้ลงนามสัญญาจ้าง บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ด้วยงบประมาณค่าก่อสร้างรวม 6,057,000,000 บาท มีกำหนดเริ่มดำเนินการก่อสร้างอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี และคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการแก่ประชาชนภายในปี 2572

รายงานข่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้รฟท.วางแผนออก NTP เริ่มงานก่อสร้างวันที่ 15 ก.ค. 2569 แต่เนื่องจากต้องรอการลงนามสัญญาจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง (CSC) โครงการฯในวันที่ 22 ก.ค. นี้ก่อน โดยสายสีแดง รังสิต-มธ.รังสิต มีกลุ่มบริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างฯ วงเงินค่าจ้าง 166.73 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม รฟท. ได้กำหนดหลักการทำงานในโครงการฯ ดังกล่าว 3 ข้อหลัก ดังนี้

1. ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับแรก: กำหนดเขตพื้นที่ก่อสร้างอย่างชัดเจน ห้ามสัญจรในบริเวณพื้นที่โดยเด็ดขาด นำมาตรการควบคุมความปลอดภัยขั้นสูงสุดมาบังคับใช้

2. ระหว่างการก่อสร้าง ประชาชนสามารถใช้บริการรถไฟได้

3. คืนสภาพพื้นที่ให้ดียิ่งกว่าเดิม: เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ รฟท. จะต้องดำเนินปรับปรุงและคืนสภาพภูมิทัศน์โดยรอบพื้นที่ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และสะดวกต่อการใช้งานของประชาชนมากกว่าเดิม

“ได้เน้นย้ำและสั่งการให้ รฟท. ควบคุมการก่อสร้างอย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญกับมาตรการความปลอดภัยเป็นอันดับแรก และให้นำบทเรียนหรือมาตรการจากโครงการก่อสร้างต่างๆ ที่ผ่านมา มาปรับปรุงมาตรฐานการก่อสร้างให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม”

ทั้งนี้รถไฟสายสีแดง (สถานีรังสิต) มีแต่โจทย์สำคัญต่อจากนี้คือ ทำอย่างไรให้ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบรางได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น จึงได้มอบหมายให้ รฟท. วางแผนบูรณาการการทำงานร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ในการจัดระบบขนส่งสาธารณะ Feeder เพื่อเชื่อมต่อและให้ผู้โดยสารสามาถเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าสายสีแดงอย่างเป็นระบบ และ รวดเร็ว

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการตรวจสอบและประเมินข้อจำกัดเชิงพื้นที่จริง เพื่อเตรียมความพร้อมให้สถานีรังสิตรองรับการเป็นจุดเชื่อมต่อระบบรางและรถไฟความเร็วสูง ที่ต้องเร่งดำเนินการ ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพระบบ Feeder ระบบรถโดยสารเชื่อมต่อจากสถานีรังสิตไปยังชุมชนยังมีไม่เพียงพอ รวมถึงสภาพถนนรอบสถานีที่มีความคับแคบ การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งเพื่อรองรับแหล่งท่องเที่ยวใหม่ โดยจังหวัดปทุมธานีกำลังจะมี สวนสัตว์แห่งใหม่ (เขาดิน 2) ที่คลอง 6 กระทรวงคมนาคมจึงต้องเร่งวางแผนจัดระบบขนส่งสาธารณะรองรับนักท่องเที่ยว และยังมีประเด็นเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้ใช้ทาง ถนนหลายเส้นทางในพื้นที่ขาดไฟฟ้าส่องสว่าง อาจเกิดเหตุไม่ปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทาง ชุมชน สถานศึกษา มหาวิทยาลัย โรงเรียน มีความต้องการสะพานลอยข้ามถนนให้ตรงกับความต้องการของคนในพื้นที่ การก่อสร้างจุดกลับรถมอเตอร์ไซค์ การปรับปรุงระบบไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณสะพานลอย รวมถึงจัดระบบรถโดยสารสาธารณะตามความต้องการของนักศึกษา มธ. ศูนย์รังสิต

นายสิริพงศ์ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมทางหลวง เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ปรับปรุงถนนและสะพานลอยให้มีความปลอดภัย และให้ประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นในการดูแลรักษาเส้นทาง สิ่งอำนวยความปลอดภัย ส่วนกรมการขนส่งทางบก ให้ประสานท้องถิ่นจัดวางเส้นทางเดินรถสาธารณะให้ครอบคลุมการเดินทางของนักศึกษาและประชาชน รวมถึงกำหนดความถี่ในการเดินรถเพื่อลดระยะเวลาการรอคอย นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ บขส. ศึกษาต้นแบบการบริหารจัดการสถานีขนส่งที่มีประสิทธิภาพเพื่อนำมาปรับใช้ต่อไป

ทั้งนี้ ในการประชุมหารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ และตัวแทนนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ได้มีการเน้นย้ำถึงการบูรณาการความร่วมมือระหว่างส่วนกลางและท้องถิ่น เพื่อให้โครงการพัฒนาต่าง ๆ สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ชาวปทุมธานีอย่างยั่งยืน

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...