แผ่นดินไหวถล่มเวเนซุเอลา กู้ภัยเร่งค้นหาผู้ติดใต้ซากนับร้อย
เวเนซุเอลาเร่งช่วยเหลือประชาชนหลายร้อยคนที่ติดอยู่ใต้ซากอาคาร หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้ง ทำให้ประชาชนหลายร้อยคนในเวเนซุเอลาติดอยู่ใต้ซากอาคาร และยังมีผู้สูญหายอีกเป็นจำนวนมาก และทำให้ประชาชนหลายพันคนไร้ที่อยู่อาศัย
สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (U.S. Geological Survey: USGS) ระบุว่า แผ่นดินไหวขนาด 7.2 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากกรุงการากัสไปทางตะวันตกราว 160 กิโลเมตร (100 ไมล์) จากนั้นไม่ถึง 1 นาที ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.5 ตามมา ซึ่งถือเป็นแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่าหนึ่งศตวรรษ
ภัยพิบัติดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจต่อเนื่องมานานหลายปี ซึ่งทำให้โครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากอยู่ในสภาพเปราะบาง ส่งผลให้ภารกิจค้นหาและช่วยเหลือมีความซับซ้อนมากขึ้น และเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาลรักษาการของประเทศ ซึ่งได้ต้อนรับคำมั่นในการให้ความช่วยเหลือจากประชาคมระหว่างประเทศ
เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตได้รับการยืนยันแล้วอย่างน้อย 188 ราย และมีประชาชน 200 คนติดอยู่ใต้ซากอาคาร เเละมีผู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างน้อย 1,520 คน และมีอาคาร 250 หลังได้รับความเสียหายหรือพังถล่ม ส่งผลให้เกือบ 3,000 ครอบครัวไร้ที่อยู่อาศัย
พื้นที่ประสบภัยพิบัติ
รัฐลากวยรา (La Guaira) ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดได้กลายเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ โดยรัฐบาลกำลังทำงานร่วมกับภาคธุรกิจเพื่อนำเครื่องจักรกลหนักเข้าพื้นที่ เพื่อเร่งปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือ รัฐดังกล่าวยังคงประสบปัญหาการจ่ายกระแสไฟฟ้าอย่างจำกัด
ท่าอากาศยานหลักของกรุงการากัส ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐลากวยราปิดให้บริการ หลังได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว ขณะที่ภาพวิดีโอจากพยานในช่วงเกิดเหตุเผยให้เห็นความโกลาหล เมื่อเพดานอาคารหลายแห่งพังถล่มลงมา ในบางพื้นที่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งปีนป่ายผ่านซากอาคารที่พังถล่มตลอด ขณะที่ในอีกหลายพื้นที่ ประชาชนต่างร้องเรียนว่าแทบไม่ได้รับความช่วยเหลือ
ประชาชนแห่ออกนอกอาคาร
ชาวเวเนซุเอลาจำนวนมากอยู่ภายในบ้านในช่วงที่เกิดแผ่นดินไหว ซึ่งตรงกับวันหยุดราชการ ประชาชนต่างพากันวิ่งหนีออกจากอาคารที่สั่นไหวและหลั่งไหลลงสู่ท้องถนน ขณะที่อาคารหลายแห่งพังถล่มทั่วกรุงการากัสและพื้นที่ชายฝั่งใกล้เคียง
เอมิลี รีเอรา นายกเทศมนตรีเมืองโมรอน ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ ว่า บ้านเรือนหลายหลังพังถล่มใกล้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวในเมืองโมรอน (Morón) เมืองชายทะเลขนาดเล็กในรัฐการาโบโบ (Carabobo) ซึ่งไม่มีทั้งน้ำประปาและกระแสไฟฟ้าใช้งาน โดยมีเด็ก 3 คนรวมอยู่ในผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 รายในพื้นที่ดังกล่าว
ครอบครัวราว 200 ครอบครัวที่อาศัยอยู่ในอาคารที่พักอาศัยซึ่งได้รับความเสียหายในเมืองโมรอน ต่างเร่งขนย้ายทรัพย์สินส่วนตัวที่ยังสามารถนำออกมาได้ รวมถึงที่นอน โทรทัศน์ และเครื่องซักผ้า บางคนกล่าวว่าจะไปอาศัยอยู่กับญาติ ขณะที่บางคนกำลังรอเข้าพักในศูนย์พักพิงที่รัฐบาลให้คำมั่นว่าจะจัดหาให้
เว็บไซต์แสดงรายชื่อผู้สูญหายมากกว่า 41,000 ค
สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (U.S. Geological Survey: USGS) ใช้แบบจำลองเชิงคาดการณ์ประเมินว่า จำนวนผู้เสียชีวิตมีแนวโน้มสูงที่จะเพิ่มขึ้นเป็นหลักพันราย และมีความเป็นไปได้ในระดับสูงที่จะเกิน 10,000 ราย
เว็บไซต์ที่จัดทำขึ้นเพื่อติดตามผู้สูญหาย และได้รับการเผยแพร่โดยแกนนำฝ่ายค้านของประเทศ ระบุว่า เมื่อเวลาไม่นานหลัง 15.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น (19.30 น. GMT) มีผู้ที่ยังไม่สามารถติดต่อได้มากกว่า 41,000 คน อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวรอยเตอร์ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวได้
แผ่นดินไหวขนาด 7.5ครั้งนี้ ถือเป็นแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดของเวเนซุเอลานับตั้งแต่ปี 1900 ประเทศตั้งอยู่บริเวณรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลกแคริบเบียนและแผ่นเปลือกโลกอเมริกาใต้ และเคยประสบเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงหลายครั้ง รวมถึงเหตุการณ์ในปี 1812 ซึ่งคาดว่ามีผู้เสียชีวิตราว 30,000 คน
ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันจากนานาชาติ
ผู้นำจากทุกฝ่ายทางการเมืองต่างแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับเวเนซุเอลา ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงจากภาวะความแตกแยกในประชาคมระหว่างประเทศที่รายล้อมประเทศแห่งนี้มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
มีรายงานว่า ทีมกู้ภัยนานาชาติคาดว่าจะเดินทางมาถึงในเร็ว ๆ นี้ รวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย
ขณะที่กลุ่มชาวเวเนซุเอลาในต่างประเทศ ซึ่งเป็นตัวแทนของชุมชนพลัดถิ่นที่มีจำนวนหลายล้านคนหลังการอพยพครั้งใหญ่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เริ่มจัดกิจกรรมรวบรวมความช่วยเหลือในต่างประเทศ ขณะที่ญาติพี่น้องต่างเร่งติดต่อสมาชิกในครอบครัวที่อยู่ในเวเนซุเอลา
ด้านทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐพร้อมเต็มใจและมีศักยภาพที่จะให้ความช่วยเหลือ โดยจะยืนเคียงข้างมิตรใหม่ ขณะที่มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า ทีมกู้ภัยกำลังถูกส่งไปยังเวเนซุเอลา และกระทรวงกลาโหมสหรัฐจะส่งทรัพยากรสนับสนุนไปยังท่าอากาศยานหลักของกรุงการากัส ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ขณะที่องค์การสหประชาชาติกำลังประสานงานการส่งทีมกู้ภัยนานาชาติเข้าสู่พื้นที่อย่างเร่งด่วน ซึ่งจะต้องอาศัยความร่วมมือร่วมกันครั้งใหญ่ในประเทศที่แม้ก่อนเกิดแผ่นดินไหวมีประชาชนถึง 8 ล้านคนที่ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอยู่แล้ว
คณะผู้แทนด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติประจำเวเนซุเอลา เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกข้อจำกัดในการเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์บางแพลตฟอร์ม โดยระบุว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของความเป็นความตาย
โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันไม่ได้รับผลกระทบ
มีโรงพยาบาลอย่างน้อย 8 แห่งได้รับผลกระทบ สภากาชาดเวเนซุเอลาระบุว่า สำนักงานใหญ่ขององค์กรได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่ได้ส่งทีมกู้ภัยไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด ส่วนสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักเช่นกัน
ใกล้กับจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว หัวหน้าหน่วยดับเพลิงท้องถิ่นกล่าวว่า คนงานกำลังเริ่มกลับมาเดินเครื่องโรงงานปิโตรเคมีโมรอน (Morón Petrochemical Complex) ซึ่งเป็นโรงงานปิโตรเคมีที่มีการดำเนินงานอยู่ขนาดใหญ่อันดับสองของเวเนซุเอลา หลังจากมีการประเมินความเสียหายแล้ว ขณะเดียวกัน โรงกลั่นน้ำมันเอล ปาลิโต (El Palito) ซึ่งเป็นโรงกลั่นขนาดเล็ก ยังคงหยุดดำเนินงานบางส่วนเนื่องจากกระแสไฟฟ้าดับ
โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันอื่นยังไม่ได้รับผลกระทบ
บริษัทน้ำมันต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจในเวเนซุเอลา ได้แก่ เชฟรอน (Chevron) ซึ่งเป็นพันธมิตรต่างชาติรายใหญ่ที่สุดของบริษัทน้ำมันแห่งชาติ PDVSA รวมถึงบริษัทเอนี (Eni) ของอิตาลี และบริษัทเรปซอล (Repsol) ของสเปน ต่างระบุว่าได้ตรวจสอบแล้วว่าพนักงานทุกคนปลอดภัย
เชฟรอนระบุว่า บริษัทยังคงดำเนินงานตามปกติ ขณะที่เอนีและเรปซอลระบุว่า เหตุแผ่นดินไหวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท ด้านเชลล์ (Shell) ซึ่งกำลังประเมินการพัฒนาแหล่งก๊าซในเวเนซุเอลา ระบุว่า พนักงานทุกคนของบริษัทไม่ได้รับ บาดเจ็บ