10 อันดับ "เมืองที่มีความสุขที่สุดในโลก" ปี 2026 โตเกียว ติดโผหนึ่งเดียวของเอเชีย
เปิดโผ "เมืองที่มีความสุขที่สุดในโลก" ปี 2026 โคเปนเฮเกน คว้าอันดับ 1 โตเกียว ผงาดอันดับ 1 ของเอเชีย
สถาบันวิจัยระดับสากลได้เปิดเผยผลการจัดอันดับ "Happy City Index 2026" หรือเมืองที่มีความสุขที่สุดในโลกประจำปี 2026 โดยประเมินจากตัวชี้วัดสำคัญ 64 ด้านที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชากร เช่น ระบบสาธารณสุข, การคมนาคมขนส่ง, ความยืดหยุ่นด้านค่าครองชีพ, การบริหารจัดการของภาครัฐ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งผลการจัดอันดับในปีนี้ชี้ให้เห็นถึงความโดดเด่นของทวีปยุโรปที่กวาดพื้นที่ในตารางไปอย่างถล่มทลาย
ยุโรปยืนหนึ่งกวาด 39 เมืองในท็อป 50 – โคเปนเฮเกนคว้าแชมป์
ผลการจัดอันดับพบว่า กลุ่มประเทศในยุโรป โดยเฉพาะภูมิภาคนอร์ดิกและสวิตเซอร์แลนด์ ยังคงรักษามาตรฐานคุณภาพชีวิตประชากรได้อย่างดีเยี่ยม โดยเมือง โคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก) คว้าอันดับ 1 เมืองที่มีความสุขที่สุดในโลกปีนี้ด้วยคะแนน 6,954 คะแนน ตามมาด้วย เฮลซิงกิ (ฟินแลนด์) และ เจนีวา (สวิตเซอร์แลนด์) ในอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ
ภาพรวมในกลุ่มท็อป 50 มีเมืองจากทวีปยุโรปติดโผเข้ามาถึง 39 เมือง ซึ่งเป็นผลมาจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะระยะยาวและระบบรัฐสวัสดิการที่แข็งแกร่ง ในขณะที่เมืองหลวงขนาดใหญ่อย่างลอนดอนหรือปารีส แม้จะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ แต่กลับทำคะแนนสู้เมืองขนาดกลางและขนาดเล็กในแถบสแกนดิเนเวียไม่ได้ในแง่ของค่าครองชีพ ความปลอดภัย และความสมดุลในการใช้ชีวิต (Work-Life Balance)
10 อันดับเมืองที่มีความสุขที่สุดในโลกประจำปี 2026
อันดับ เมือง ประเทศ ภูมิภาค คะแนนรวม 1 Copenhagen เดนมาร์ก ยุโรป 6,954 2 Helsinki ฟินแลนด์ ยุโรป 6,919 3 Geneva สวิตเซอร์แลนด์ ยุโรป 6,882 4 Uppsala สวีเดน ยุโรป 6,846 5 Tokyo ญี่ปุ่น เอเชีย 6,788 6 Trondheim นอร์เวย์ ยุโรป 6,755 7 Bern สวิตเซอร์แลนด์ ยุโรป 6,746 8 Malmö สวีเดน ยุโรป 6,705 9 Munich เยอรมนี ยุโรป 6,691 10 Aarhus เดนมาร์ก ยุโรป 6,685
ฝั่งเอเชีย "โตเกียว" ผงาดติดท็อป 5 – สหรัฐฯ ติดโผแค่เมืองเดียว
สำหรับทวีปเอเชีย กรุงโตเกียว (ญี่ปุ่น) ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยทะยานขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 5 ของโลก และถือเป็นอันดับ 1 ของภูมิภาคเอเชีย โดยได้คะแนนสูงมากในหมวดระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ โครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
นอกจากนี้ยังมีเมืองในเอเชียอย่าง สิงคโปร์, โซล (เกาหลีใต้), โยโกฮามา (ญี่ปุ่น), ไทเป (ไต้หวัน) และอินชอน (เกาหลีใต้) ที่สามารถเจาะเข้าสู่ท็อป 50 ได้สำเร็จ สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
ตัดภาพไปที่ฝั่งอเมริกาเหนือ มีเมืองที่ติดอันดับท็อป 50 เพียง 2 เมืองเท่านั้น คือ แวนคูเวอร์ (แคนาดา) ในอันดับที่ 39 และ ซานฟรานซิสโก (สหรัฐอเมริกา) ในอันดับที่ 45 ซึ่งซานฟรานซิสโกถือเป็นเมืองเดียวของสหรัฐฯ ที่ติดโผเข้ามา เนื่องจากเผชิญกับปัญหาค่าที่อยู่อาศัยที่พุ่งสูงลิ่วและความเหลื่อมล้ำทางสังคม แม้ว่าตัวเมืองจะมีจุดแข็งด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และการเข้าถึงระบบสาธารณสุขก็ตาม