โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท.จับตา NPL ครึ่งปีหลัง หวั่นหนี้เสียผุด SMEs-รายย่อยเพิ่ม

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ธปท.จับตา NPL ครึ่งปีหลัง หวั่นหนี้เสียผุด SMEs-รายย่อยเพิ่ม

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. กำลังติดตามสถานการณ์หนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) อย่างระมัดระวัง โดยธปท.ให้ความสำคัญและเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงครึ่งปีหลัง ที่ NPL มีแนวโน้มขยับสูงขึ้นบ้างจากธุรกิจ SMEs และรายย่อย เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวได้ไม่ดีนัก แม้จะคาดการณ์การขยายตัวของ GDP ปีนี้ไว้ที่ 2.3% ก็ตาม

นอกจากนี้ ต้องติดตามสถานการณ์ด้านเงินเฟ้อ แม้ล่าสุดจะเริ่มผันผวนลดลง โดยคาดการณ์เฉลี่ยทั้งปีอาจไม่ถึง 2.8% ตามที่เคยประเมินไว้ในเดือน มิ.ย. และจากที่เคยคาดว่าไตรมาส 4 ปีนี้ เงินเฟ้อบางเดือน เช่น เดือน ต.ค. อาจจะขึ้นไปแตะ 4.5% นั้น ก็มีแนวโน้มว่าจะไม่สูงถึงระดับดังกล่าวอย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาใกล้ชิดเนื่องจากสถานการณ์สงครามและราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่มีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อได้ตลอดเวลา

ส่วนหนี้ครัวเรือน ที่ปรับลดลงต่ำสุดในรอบ 6 ปี แตะระดับ 85.9% นั้น นายวิทัย กล่าวว่า หนี้ครัวเรือนลด ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่สัดส่วนหนี้ครัวเรือนที่ดูเหมือนลดลงในเชิงเปอร์เซ็นต์นั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากฐานของ GDP ที่สูงขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อ และการที่สถาบันการเงินเพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น

ผู้ว่าฯ ธปท. มองว่า ภาระหนี้ของประชาชนยังคงเป็นเรื่องหนักหน่วง เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องใช้เวลาแก้ไข ผ่านหลายโครงการร่วมกันระหว่างรัฐบาล และ ธปท. เพื่อประคับประคองให้เศรษฐกิจดีขึ้นในระยะยาว

คิดว่าในระยะกลาง และระยะยาว หวังว่ารัฐบาลทำงานอย่างต่อเนื่อง ธปท.ก็ออกโครงการต่อเนื่อง และหวังว่าสถาบันการเงินจะออกมาช่วยกัน หากประคับประคองแล้วเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ เชื่อว่าปัญหาหนี้ครัวเรือนก็จะค่อย ๆ บรรเทาไป แต่ต้องช่วยกัน หากไม่ทำอะไรเลย ก็จะแก้ปัญหาไม่ได้ ผู้ว่าฯ ธปท. ระบุ

นายวิทัย กล่าวว่า ธปท. ปรับบทบาท มุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและนวัตกรรมใหม่ นอกจากการดูแลเสถียรภาพราคา (เงินเฟ้อ) แล้ว ยังได้มีการปรับบทบาทในการให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจ และการดูแลภาคเศรษฐกิจจริง (Real Sector) มากขึ้น

ดินหน้า ThaiBaht Stablecoin - ผู้ว่าฯ ธปท. กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องการศึกษา ThaiBaht Stablecoin คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นปีนี้ โดยย้ำว่าไม่ใช่การสร้างเงินตราสกุลใหม่ แต่เป็นกลไกทางพัฒนาระบบการเงินที่สามารถนำไปใช้ในกรณีต่าง ๆ เช่น Programmable Payment เพื่อช่วยลดต้นทุนการโอนเงิน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยผู้ออก Stablecoin จะต้องได้รับใบอนุญาต (License) จาก ธปท. ซึ่งมีจำนวนจำกัด กำลังดูอยู่ว่าจะให้กี่ราย

นายวิทัย ยอมรับว่า ปริมาณการใช้ Stablecoin ในระดับโลกที่มีการกำกับดูแลยังถือว่าไม่มากนัก เมื่อเทียบกับ Stablecoin ที่ใช้มากคือ USDT หรือ USDC ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังไม่มีการควบคุมที่ชัดเจน และมีความน่ากังวลบางประการ

ปัจจุบัน โครงการอยู่ระหว่างการนำฟีดแบ็กจากภาคส่วนต่าง ๆ มาปรับปรุงรายละเอียดการออกแบบ (Design) ยืนยันว่า Stablecoin เป็นแนวทางที่ ธปท. เดินหน้าต่อ แต่ต้องใช้เวลา เพราะทำเรื่องที่ไม่เคยทำ ต้องใช้เวลา ต้องคิดให้ละเอียด และต้องประสานกับ ก.ล.ต. โดยขั้นตอนหลังจากนี้ จะมีกระบวนการ Hearing ถึง 2 ครั้ง ครั้งละประมาณ 30 วัน และมีขั้นตอนอื่นรวมแล้วใช้เวลา 3 เดือน ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน หรือเริ่มเห็นรูปร่างภายในสิ้นปีนี้ ผู้ว่า ธปท. กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...