โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘สิริพงศ์’ ดัน สทร.ปั้น ‘ขบวนลักชัวรี-รถไฟฟ้างาว-ชั้น 3 ติดแอร์’

ไทยโพสต์

อัพเดต 26 พฤษภาคม 2569 เวลา 1.15 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘สิริพงศ์’ มอบนโยบาย ‘สถาบันวิจัยฯราง’ เร่งยกระดับอุตสาหกรรมระบบรางไทย เดินหน้าพัฒนาขบวนรถไฟท่องเที่ยวซูเปอร์ลักชัวรี ผุดรถไฟฟ้าสัญชาติไทย ‘ง้าว’ ลุยอัปเกรดรถไฟชั้น 3 ติดแอร์ ตั้งเป้าพัฒนาเทคโนโลยีด้วยองค์ความรู้ของคนไทย ลดการพึ่งพาต่างชาติในระยะยาว พร้อมเร่งแก้ปัญหาจุดตัดทางรถไฟทั่วประเทศ ยกระดับความปลอดภัยระบบราง

25 พ.ค. 2569 - นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเข้าตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้ สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง หรือ สทร. ว่า กระทรวงคมนาคมมีเป้าหมายผลักดันให้ สทร.เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมระบบรางของประเทศ จากเดิมที่ไทยเป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศ ไปสู่การเป็นผู้คิดค้น พัฒนา และถือครองเทคโนโลยีของตัวเองในอนาคต โดย สทร.มีบทบาทสำคัญในการรับถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบรางจากต่างประเทศ ก่อนนำมาพัฒนาต่อยอดให้เหมาะสมกับบริบทของไทย รวมถึงการพัฒนามาตรฐานงานก่อสร้างระบบรางของไทยเอง จากเดิมที่ต้องอ้างอิงมาตรฐานต่างประเทศทั้งหมด ปัจจุบันเริ่มมีมาตรฐานเฉพาะที่สอดคล้องกับการใช้งานในประเทศมากขึ้น

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้มี 3 นโยบายสำคัญที่กำลังเร่งเดินหน้าและจะเริ่มเห็นความชัดเจนตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป โดยนโยบายแรกคือการพัฒนาขบวนรถไฟท่องเที่ยวระดับลักชัวรีเพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่ รองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับประสบการณ์มากขึ้น จากเดิมที่ไทยเติบโตจากการท่องเที่ยวแบบ Sea-Sun-Sand ดังนั้นการพัฒนารถไฟท่องเที่ยวระดับSuper Luxuryจะช่วยยกระดับการท่องเที่ยวไทยและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ระบบราง

นอกจากนั้น ให้ สทร. เร่งปรับปรุงรถไฟเก่าอายุกว่า 50 ปี ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยมาจากญี่ปุ่น จากบริษัท JR-West มาพัฒนาเป็นรถไฟแบบลักซัวรี่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว คาดว่าจะเสร็จพร้อมทดสอบภายในสิ้นปีนี้ โดยใช้งบประมาณในการปรับปรุง 5 ตู้วงเงินรวม 65 ล้านบาท นอกจากนั้นจะทำรถไฟต้นแบบ ปรับปรุง รถไฟร้อนมาเป็นรถแอร์ จำนวน 1 ตู้ วงเงิน 12 ล้านบาท เพื่อให้ รฟท. นำไปเป็นต้นแบบในกา รถไฟพัฒนา ซึ่งหากมีการซื้อใหม่จะต้องใช้วงเงินประมาณ 50 ล้านบาทต่อ ตู้ ขณะเดียวกันจะเป็นการสนับสนุนการใช้วัสดุอุปกรณ์ไทยที่ผลิตภายในประเทศ

นอกจากนี้ อยู่ระหว่างพัฒนารถไฟฟ้าสัญชาติไทยภายใต้คอนเซปต์ง้าวซึ่งเป็นต้นแบบรถไฟสมัยใหม่สำหรับคนรุ่นใหม่ ใช้ระบบขับเคลื่อนไฮบริดแบบ Diesel Electric โดยใช้น้ำมันดีเซลปั่นไฟและใช้ไฟฟ้าในการขับเคลื่อน พร้อมรองรับการชาร์จไฟเพิ่มเติมในอนาคตขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างพัฒนา Prototype และ Engineering Design คาดว่าจะใช้เวลาออกแบบทางวิศวกรรมประมาณ 1 ปี ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนสร้างต้นแบบจริงในปีถัดไป หรือประมาณ 2 ปีจึงจะเห็นต้นแบบสมบูรณ์ โดยใช้งบประมาณวิจัยของ สทร.ในการดำเนินโครงการ

“ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาและออกแบบ โดยประเมินต้นทุนเบื้องต้นเฉลี่ยตู้ละประมาณ 100 ล้านบาท รูปแบบขบวนจะมีหัวรถจักรที่ใช้งานได้ทั้งสองด้าน รองรับการเดินรถไป-กลับ และมีตู้โดยสารรวมประมาณ 4 ตู้ ทำให้มูลค่ารวมทั้งขบวนอาจอยู่ที่ประมาณ 400 ล้านบาท“นายสิริพงศ์ กล่าว

สำหรับโครงการสำคัญคือการพัฒนารถโดยสารชั้น 3 ติดเครื่องปรับอากาศ เพื่อทยอยปรับปรุง รถร้อนเป็นปรับอากาศโดยมีต้นทุนเฉลี่ยประมาณตู้ละ 12 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่เพียงการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ แต่รวมถึงการเสริมโครงสร้างใหม่ ออกแบบภายในใหม่ และติดตั้งระบบต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับการใช้งานในปัจจุบัน

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นการนำตู้โดยสารเดิมของ รฟท.ที่มีอายุกว่า 50 ปี มาพัฒนาเป็นต้นแบบใหม่ เพื่อยกระดับคุณภาพการเดินทางของประชาชนให้ใกล้เคียงมาตรฐานรถโดยสารสมัยใหม่ โดยตั้งเป้าภายในสิ้นปี 2569 จะเห็นต้นแบบรถโดยสารชั้น 3 ติดแอร์จำนวน 1 ตู้สำหรับทดลองใช้งานจริง

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังมอบหมายให้ สทร.เร่งศึกษาและออกแบบระบบความปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางรถไฟทั่วประเทศ หลังเกิดอุบัติเหตุหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะบริเวณทางลักผ่านและจุดตัดชุมชนเบื้องต้นจะพัฒนาระบบไฟและเสียงแจ้งเตือนอัตโนมัติ รวมถึงเชื่อมสัญญาณกับระบบบริหารจราจร เพื่อลดความเสี่ยงรถติดค้างบนรางและลดความผิดพลาดจาก Human Error พร้อมเตรียมนำงบจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) มาใช้ดำเนินโครงการในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นระยะแรก

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า สทร.ยังอยู่ระหว่างพัฒนาแผงดูดซับเสียง จากยางพารา สำหรับติดตั้งบริเวณทางรถไฟและทางด่วน ซึ่งขณะนี้ได้รับอนุสิทธิบัตรแล้ว และอยู่ระหว่างศึกษาการลดต้นทุนการผลิต เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตยางพาราและสนับสนุนเกษตรกรไทยในอนาคต และยังมีอีกหลายโครงการด้านระบบรางที่อยู่ระหว่างพัฒนา และจะทยอยเปิดเผยเพิ่มเติมในอนาคต โดยมองว่า สทร.จะเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมระบบรางไทยทั้งด้านเทคโนโลยี การท่องเที่ยว และความปลอดภัย เพื่อให้ประเทศไทยพึ่งพาองค์ความรู้ของตัวเองได้มากขึ้นในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...