โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"ขันทีจีนโบราณ" หลังถูกตอน ขับถ่ายอย่างไร? เรื่องรันทดในวังหลวงที่ซีรีส์ไม่ได้บอก

sanook.com

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
เจาะลึกประวัติศาสตร์ด้านมืด!

เจาะลึกประวัติศาสตร์ด้านมืด! "ขันที" ในวังหลวงจีนโบราณ หลังถูกตอนแล้ว "ขับถ่าย" อย่างไร

ในระบอบฟิวดัลหรือสังคมศักดินาของจีนโบราณ "ขันที" คือกลุ่มบุคคลสำคัญที่มีหน้าที่รับใช้ใกล้ชิดเชื้อพระวงศ์ในวังหลวง และเพื่อเป็นการรับประกันว่าสายเลือดของราชวงศ์จะบริสุทธิ์ผุดผ่อง เด็กชายที่มาจากครอบครัวยากจนเหล่านี้จึงต้องเข้ารับการ "ตอน" หรือผ่าตัดแปลงเพศก่อนเข้าวัง ทำให้พวกเขาถูกตัดขาดจากวิถีของเพศชายโดยสิ้นเชิง

แต่การผ่าตัดที่โหดเหี้ยมนี้ นอกจากจะสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสรีระแล้ว ยังนำมาซึ่งปัญหาสุดแสนรันทดในชีวิตประจำวัน นั่นคือ "พวกเขามีวิธีขับถ่ายปัสสาวะอย่างไรหลังสูญเสียแกนกายไปแล้ว"

กระบวนการผ่าตัดสุดทรมาน เสี่ยงเสียชีวิตและทิ้งแผลเป็นตลอดชีวิต

กระบวนการตอนขันทีในอดีตเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและอันตรายถึงชีวิต ก่อนเริ่มลงมีดผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับเพียงเหล้าแรงๆ เพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บปวดเท่านั้น

และทันทีที่การผ่าตัดเสร็จสิ้น "แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะรีบเสียบท่อระบายปัสสาวะที่ทำจากขี้ผึ้งสีขาวเข้าไปในท่อปัสสาวะทันที" เพื่อเปิดทางให้ท่อปัสสาวะคงรูปและไม่ตีบตัน เพราะหากปล่อยให้แผลสมานกันจนรูเปิดปิดสนิท ขันทีคนนั้นจะต้องเข้ารับการลงมีดผ่าเปิดรูใหม่อีกครั้งซึ่งทรมานเจียนตาย

ในช่วงที่บาดแผลกำลังสมานตัว ขันทีฝึกหัดมักจะเผชิญกับอาการไข้ขึ้นสูงและติดเชื้อในกระแสเลือด ทำให้เด็กชายจำนวนมากต้องเสียชีวิตลงตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าวัง และต่อให้รอดชีวิตมาได้ พวกเขาก็ต้องเผชิญกับภาวะหูรูดอักเสบเรื้อรัง รวมถึงอาการอั้นปัสสาวะไม่อยู่ไปตลอดชีวิต

ภาพจากภาพยนตร์เรื่อง

ภาพจากภาพยนตร์เรื่อง

เปิดโปง "ตระกูลนักตอน" แห่งปักกิ่งและพิธีกรรม "ชา 72"

เบื้องหลังศัลยกรรมอันโหดร้ายนี้ มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบและเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ในสมัยราชวงศ์ชิง มีตระกูลลึกลับในปักกิ่งที่สืบทอดวิชาการตอนขันทีอยู่ 2 ตระกูลใหญ่ ได้แก่ ตระกูลของ "เหลาอู่" แห่งถนนหนานฉาง และตระกูล "เสี่ยวเต้าหลิว" แห่งตรอกฟางจวน นอกประตูตี่อันเหมิน ซึ่งคนกลุ่มนี้ได้รับความไว้วางใจจากราชสำนักให้ส่งตัวขันทีฝึกหัดจำนวนหลายสิบคนเข้าสู่กรมมหาดเล็กเป็นประจำทุกปี

ขั้นตอนหลังการผ่าตัดยังถูกยกระดับให้เป็นพิธีกรรมโบราณที่เรียกว่า "ฉีเอ้อฉา" หรือ พิธีชา 72 ซึ่งหมายถึงการคงท่อระบายปัสสาวะขี้ผึ้งไว้ในร่างกายเป็นเวลา 7 วันเต็ม ควบคู่ไปกับการดื่มน้ำชาตามลำดับและสูตรเฉพาะเพื่อช่วยปลอบประโลมและควบคุมระบบขับถ่ายรวมถึงอารมณ์ของผู้ป่วย

ซุนเหยาถิง ขันทีคนสุดท้ายในประเทศจีน

ซุนเหยาถิง ขันทีคนสุดท้ายในประเทศจีน

วิวัฒนาการการขับถ่าย: ก่อนและหลังยุคจักรพรรดิเฉียนหลง

ระบบการขับถ่ายของขันทีมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญตามยุคสมัย โดยสามารถแบ่งออกได้เป็นสองช่วงหลักดังนี้:

ยุคสมัย วิธีการและเครื่องมือในการขับถ่ายปัสสาวะของขันที ก่อนราชวงศ์หมิงและชิง ขันทีส่วนใหญ่ใช้วิธีนั่งยองๆ เหมือนผู้หญิง หรือใช้วิธีโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อควบคุมทิศทางการไหลของปัสสาวะ เนื่องจากเนื้อเยื่อรอบบาดแผลยังไม่หดตัวมากนัก หลังยุคจักรพรรดิเฉียนหลง (ราชวงศ์ชิง) เมื่อแผลหายดี เนื้อเยื่อมักหดรัดจนรูเปิดบุ๋มลงไป ทำให้ปัสสาวะพุ่งกระจายเลอะเทอะ จึงเริ่มมีการประดิษฐ์อุปกรณ์ช่วยขับถ่าย เช่น ท่อหรือกรวยขนาดเล็กที่ทำจากโลหะ เงิน หรือกระดูกสัตว์ สำหรับสวมต่อจากรูกลางเป้าเพื่อช่วยบังคับทิศทางน้ำปัสสาวะให้พุ่งออกไปด้านหน้าได้เหมือนคนปกติ

แม้ว่าในสมัยราชวงศ์ชิง เทคโนโลยีทางการแพทย์จะได้รับการพัฒนาจนช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากการผ่าตัดลงได้มาก แต่การเลือกเดินเส้นทางเป็น "ขันที" ก็ยังคงเป็นโศกนาฏกรรมและตราบาปในชีวิตของเด็กชายยากจนจำนวนมาก ที่ถูกความอดอยากบีบคั้นให้ต้องสละความเป็นชายเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว

แม้หลายคนจะโชคดีได้ลาภยศสรรเสริญในวังหลวง แต่ลึกๆ แล้วพวกเขากลับต้องแบกรับความทุกข์ทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจ เป็นกลุ่มคนที่ส่งเสียงได้เบาที่สุดและน่าเวทนาที่สุดภายใต้ระบบจักรพรรดิของจีนโบราณ

แหล่งอ้างอิง

  • HK01
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...