โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อังคณา-อัญชนา ชนะคดีIOโจมตี สั่งลบข้อมูล7วัน

ไทยโพสต์

อัพเดต 12 มิถุนายน 2569 เวลา 5.19 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"อังคณา-อัญชนา" ชนะอุทธรณ์คดี IO กอ.รมน.โจมตีคุกคาม ให้สำนักนายกฯ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนรวม 2.1 แสนบาท พร้อมลบข้อมูลละเมิดภายใน 7 วัน “รอมฎอน" เผยวงประชุม กมธ.ทหาร "เหล่าทัพ" ให้ข้อมูล "ปฏิบัติการไอโอ" สวนทาง "คำพิพากษา"

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีที่ นางอังคณา นีละไพจิตร และนางอัญชนา หีมมิหน๊ะ นักสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะหน่วยงานควบคุม (กอ.รมน.) และกองทัพบก เป็นจำเลยที่ 1-2 กรณีถูกเผยแพร่ข้อมูลโจมตีผ่านปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO บนสื่อออนไลน์จากเว็บไซต์ Pulony.blogspot.com อยู่ภายใต้การควบคุม กำกับดูแลระบบ และการจัดการข้อมูลของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

โดยศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยให้สำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งกำกับดูแลกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จำเลยที่ 1 ลบข้อความและนำภาพถ่ายออกจากเว็บไซต์ pulony.blogspot.com ภายใน 7 วันนับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด นอกจากนี้ยังให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่นางอังคณา เป็นเงิน 120,000 บาท และชดใช้ค่าเสียหายแก่ น.ส.อัญชนา เป็นเงิน 90,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 210,000 บาท

ทางด้านนางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า “ชนะคดีประวัติศาสตร์ฟ้อง #คดีIO ศาลอุทธรณ์ออกคำบังคับ #กอรมน. ชดใช้ค่าเสียหายให้กับนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และลบข้อความละเมิดศักดิ์ศรี ภายใน 7 วัน นับแต่คดีถึงที่สุด”

ที่รัฐสภา นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ กมธ.การทหารได้เชิญผู้แทนเหล่าทัพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในชุดปฏิบัติการข่าวสารเข้ามาชี้แจงในที่ประชุม โดยระบุว่า ทุกหน่วยที่เข้ามาชี้แจงพูดในลักษณะเดียวกัน แต่น่าสนใจว่ามีข้อเท็จจริงหลายประการ เช่น การถูกโจมตีในโซเชียลมีเดีย มีการบิดเบือนข้อเท็จจริง รวมถึงประเด็นของสื่อมวลชนที่ถูกโจมตีจาก IO ซึ่งขณะที่มีการประชุมในเรื่องนี้ ก็มีความคืบหน้าจากฝั่งตุลาการ เนื่องจากศาลแพ่งมีการอ่านคำพิพากษาในชั้นอุทธรณ์ ในคดีของนางอังคณา นีละไพจิตร สว. ในฐานะนักสิทธิมนุษยชนที่ฟ้อง กอ.รมน. จากพฤติการณ์ที่มีการเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ ซึ่งวันนี้ศาลแพ่งมีคำพิพากษาให้ กอ.รมน.ลบข้อความนั้นออก รวมทั้งจ่ายค่าเสียหายให้กับนางอังคณามูลค่านับแสนบาท แต่ข้อเท็จจริงในห้องกรรมาธิการกลับเป็นข้อมูลที่สวนทางกัน เพราะทางเหล่าทัพยืนยันว่าไม่มีปฏิบัติการข่าวสารเชิงลบต่อประชาชน

นายรอมฎอนกล่าวต่อว่า การมีปฏิบัติการข่าวสารเหล่านี้ หากยึดตามหลักการเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่หลายปีที่ผ่านมา หน่วยงานความมั่นคงมักจะมีปฏิบัติการเหล่านี้ เราก็จะติดตามกรณีเหล่านี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งหลังจากนี้ กมธ.จะมีการเรียกเอกสารเพิ่มเติม และตนได้เสนอให้มีการเรียกดูเอกสารคู่มือราชการสนามที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการจิตวิทยา และปฏิบัติการข่าวสารมาตรวจสอบด้วย ว่ามีหลักการที่คงเส้นคงวาขนาดไหน

นอกจากนั้นยังแถลงถึงการทำงานของคณะอนุกรรมาธิการ (อนุ กมธ.) พิจารณาแนวทางส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ใน กมธ.การกฎหมายฯ ว่า มีการประชุมไปแล้ว 2 ครั้ง ในกรอบ 45 วัน โดยเป้าหมายในการตั้งคณะอนุฯ ชุดนี้ เพื่อจัดทำข้อเสนอไปยังฝ่ายบริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยจะนำข้อเสนอแนะของคณะคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาเรื่องการสร้างสันติภาพในชายแดนใต้ของสภาชุดก่อนมาพิจารณาด้วย ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าที่น่าสนใจ ด้วยทางฝั่งรัฐบาลในขณะนี้เริ่มมีความชัดเจนเกี่ยวกับการผลักดันกระบวนการสันติภาพให้เดินหน้า โดยตั้งนายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรอง เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข ที่ได้เดินสายพูดคุย และมีคณะผู้แทนพิเศษโดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ ที่มีการประชุมนัดแรกแล้ว

"ล่าสุดจะได้มีการพบปะพูดคุยกับตัวแทนขบวนการบีอาร์เอ็นที่มาเลเซียเร็วๆ นี้ ได้ฝากสื่อมวลชนติดตาม โดยสภาจะพยายามติดตามเกาะติดการทำงานของรัฐบาลและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และพัฒนาข้อเสนอเดิมที่เคยมีจากคณะกรรมาธิการวิสามัญทำงานนานถึง 690 วันในสภาชุดก่อน แต่ไม่สามารถนำส่งรายงานให้กับสภาได้เพราะยุบสภาก่อน จะเอาข้อเสนอเหล่านั้นมาปรับปรุง และทำเป็นข้อสังเกตของคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้" นายรอมฎอนกล่าว

นายรอมฎอนกล่าวต่อว่า มีเหตุการณ์ใหม่ที่น่ากังวลเกิดขึ้นในช่วงนี้ โดยเฉพาะการลอบยิง สส. ที่สร้างความสั่นสะเทือนและกระทบจิตใจ ความไว้วางใจ ความเชื่อมั่นของประชาชน และหลังจากนี้จะนำเสนอรายงานเข้าสู่ที่ประชุมกรรมาธิการการกฎหมายฯ ก่อนที่จะส่งให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและส่งให้รัฐบาลต่อไป ขณะเดียวกัน มีการเสนอญัตติให้มีการพิจารณาตั้งกรรมาธิการวิสามัญอีกชุดหนึ่งคู่ขนานกันไป ซึ่งขณะนี้มี 3 พรรคการเมืองคือ พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ เสนอญัตติให้ที่ประชุมสภาตั้งกรรมาธิการฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ภายหลังการประชุมคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นัดแรก เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. มีรายงานว่า ในที่ประชุมมีการหารือถึงกรอบการทำงานของคณะผู้แทนฯ และจะรายงานให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ เพื่อติดตามงานจากฝ่ายต่างๆ ทั้งงานด้านความมั่นคง ด้านการพัฒนา ด้านการข่าวและการเจรจา โดยคณะกรรมการชุดนี้จะตั้งคณะอนุกรรมการเป็นคณะทำงาน 1-2 ชุด ซึ่งขึ้นอยู่กับเลขานุการของคณะกรรมการผู้แทนพิเศษฯ เป็นผู้ตั้ง ทั้งนี้ การประชุมของคณะผู้แทนพิเศษฯ จะประชุมกันเดือนละ 1 ครั้ง

โดยในที่ประชุมได้มีการหารือในหลายประเด็น และมีการเสนอความปลอดภัยในพื้นที่ ทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างยั่งยืน ซึ่งทางฝ่ายเลขาฯ ได้ทำบันทึกเอาไว้ว่าเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการ เพราะประชาชนในพื้นที่มองว่าหากประชาชนไม่ปลอดภัย การพัฒนาในพื้นที่ก็จะยาก ซึ่งหัวใจในการนำเสนอคือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ไม่ใช่เฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่รวมไปถึงทุกคนในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องหลักที่จะต้องมาคิดกันอีกครั้งหนึ่ง และต้องมีการให้ประชาชนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความปลอดภัยด้วย ต้องไม่ยึดฝ่ายความมั่นคงอย่างเดียว ส่วนจะทำอย่างไรต้องหารือกันในการประชุมครั้งต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...