โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สเปก "Type 59D" รถถังกัมพูชารับมอบจากจีน จับตาขีดความสามารถใหม่กองทัพ

PPTV HD 36

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เปิดสเปก

จากกรณีที่มีรายงานว่าจีนส่งมอบรถถัง "Type 59D" ให้กับกองทัพกัมพูชาจำนวนราว 40 คัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งกองทัพนั้น เพจเฟซบุ๊ก thaiarmedforce.com ได้เผยรายละเอียดเกี่ยวกับสเปกของรถถังรุ่นดังกล่าว พร้อมวิเคราะห์ว่ามีโอกาสที่กองทัพกัมพูชาอาจนำมาใช้กับประเทศไทย

thaiarmedforce.com ให้รายละเอียดว่า Type 59D หรือชื่อในกองทัพจีนคือ ZTZ59D หลายคนตั้งคำถามว่ารถถังรุ่นดังกล่าวเป็นเพียงรถถังเก่าสมัยสงครามเย็น หรือยังคงมีศักยภาพในสนามรบปัจจุบัน

แม้ต้นกำเนิดของ Type 59 จะพัฒนามาจากรถถัง T-54 ของสหภาพโซเวียตในยุคสงครามเย็นในช่วงทศวรรษที่ 1950 แต่รุ่น Type 59D เป็นรถถังหลักที่ผลิตในประเทศจีนครั้งแรก และได้ปรับปรุงระบบต่าง ๆ ทั้งระบบควบคุมการยิง ระบบตรวจการณ์กลางคืน และการติดตั้งเกราะป้องกันเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นรุ่น ZTZ59D

ซึ่งถือเป็นเวอร์ชันที่ทันสมัยที่สุดของตระกูล Type 59 และยังคงประจำการอยู่ในบางหน่วยของกองทัพจีนอย่างกองทัพบก แม้จะอยู่ในช่วงทยอยปลดประจำการก็ตาม แต่ยังคงทันสมัยกว่า Type 69-II ที่ไทยเคยมีใช้

โดยรถถังรุ่นนี้มีน้ำหนักประมาณ 37 ตัน เทียบได้กับ VT5 และจัดว่าเบากว่ารถถังหลักสมัยใหม่อย่าง VT4 ที่มีน้ำหนักกว่า52 ตัน ทำให้หลายฝ่ายมองว่า ZTZ59D อยู่ในระดับรถถังกลางมากกว่ารถถังหลัก

แต่ยังคงมีศักยภาพเพียงพอสำหรับการสนับสนุนทหารราบและการปฏิบัติการร่วมกับยานเกราะสายพาน BMP-1 ที่กัมพูชามีอยู่เพื่อเป็นชุดรบรถถัง-ยานเกราะได้สามารถมีทหารประจำการได้ 4 นาย โดยมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 50กม./ชม.

ตัวรถมีการติดตั้งปืนใหญ่ขนาด 105 มิลลิเมตร ZPL-94 ลำกล้องยาว 62 คาลิเบอร์ ที่สามารถยิงไกลได้ถึง 2,000 เมตร และยังรองรับกระสุนหลายประเภท ทั้ง HEAT, HESH และ APFSDS รวมถึงสามารถยิงจรวด ATGM หรือจรวดนำวิถีต่อต้านรถถังผ่านลำกล้องปืนได้ไกลถึง 5 กิโลเมตร และยังมีปืนกลต่อต้านอากาศยานขนาด 12.7 มม. และปืนกลขนาด 7.62 มม.

นอกจากนี้ ยังมีระบบรักษาเสถียรภาพปืน ระบบควบคุมการยิง กล้องตรวจจับความร้อน เครื่องวัดระยะด้วยเลเซอร์ และกล้องมองกลางคืน ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรบทั้งกลางวันและกลางคืน

ด้านการป้องกัน Type 59D ได้รับการติดตั้งเกราะปฏิกิริยาระเบิด หรือ ERA บริเวณด้านหน้าและป้อมปืน ช่วยเพิ่มความสามารถในการต้านทานอาวุธต่อต้านรถถัง

ขณะที่เกราะพื้นฐานของตัวรถยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงรถถังตะวันตกยุคเดียวกันอย่าง M48A5 ที่กองทัพบกไทยยังมีใช้ คือ 200 มม. เกราะ RHA ที่ป้อม 100 มม. ที่ตัวรถด้านหน้า แต่บางกว่า M60A1/A3 ที่ติดปืน 105 มม. เหมือนกัน แต่ว่ารถของกองทัพบกไทยไม่ได้ติดเกราะเสริม ERA

การได้รับมอบรถถังจำนวน 40 คัน ยังถือว่าเพียงพอต่อการจัดกำลังในระดับเกือบ 1 กองพันตามมาตรฐานการจัดหน่วยแบบจีนและโซเวียต โดยสามารถนำไปจัดเป็น 4 กองร้อยรถถังได้ทันที สะท้อนถึงการเสริมขีดความสามารถด้านยานเกราะของกัมพูชาอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่ารถถังเหล่านี้เป็นการจัดซื้อหรือได้รับในรูปแบบความช่วยเหลือทางทหารจากจีน แต่ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด การส่งมอบ Type 59D ครั้งนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงที่ใกล้ชิดระหว่างจีนและกัมพูชา รวมถึงความพยายามยกระดับศักยภาพกองทัพกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา

thaiarmedforce.com ยังวิเคราะห์ว่า Type 59D ไม่ใช่รถถังเศษเหล็ก นี่เป็นรถถังที่ใช้งานได้ แม้จะไม่ทันสมัยมากนัก แต่ก็ถือว่าสร้างความแตกต่างได้ในสงคราม โดยเฉพาะจำนวนที่มากถึง 1 กรมรถถัง

Type 59D ไม่ใช่ T59D หรือชื่อในกองทัพจีนคือ ZTZ59D ไม่ได้เป็นรุ่นที่เก่ามากแบบสภาพแย่ เพราะกองทัพบกจีนยังใช้อยู่ แต่ทยอยปลดประจำการแล้ว แม้ต้นกำเนิดของ Type 59D จะมาจากรถถัง T-54 ของโซเวียต แต่จีนได้ปรับปรุงมาพอสมควร และทันสมัยกว่า Type 69-II ที่ไทยเคยมีใช้เยอะพอสมควร

ZTZ59D ติดปืน 105 มม. แบบ ZPL-94 ลำกล้องยาว 62 คาลิเบอร์ ยิงได้ไกล 2,000 เมตร มีลูกปืนหลายแบบ เช่น HEAT, HESH, APFSDS และสามารถยิงจรวด ATGM ได้จากลำกล้องปืนซึ่งมีระยะยิง 5,000 ม. ปืนมีระบบ Stabilizer มีระบบควบคุมการยิง มีกล้อง Thermal มีเลเซอร์วัดระยะ มีกล้องมองกลางคืน ตัวรถมีการติดตั้งเกราะเสริม ERA ที่ส่วนหน้าและที่ป้อมปืน นอกนั้นก็มีปืนกล 7.62 และ 12.7 มม. ตามปกติ

สิ่งที่สำคัญของเรื่องนี้คือจำนวน 93 คัน ซึ่งสามารถจัดได้ 1 กรมรถถังหรือ 3 กองพันรถถัง ซึ่งโดยหลักนิยมของโซเวียตแล้ว กรมรถถังเมื่อสนับสนุนด้วยกองพันยานเกราะและกองพันปืนใหญ่ สามารถจัดกำลังเพื่อเข้าตีเป้าหมายหรือทำลายแนวตั้งรับของฝ่ายรับได้ที่หน้ากว้าง 3 - 5 กิโลเมตร ตีลึกเข้าไปในดินแดนของข้าศึกได้ 10 - 15 กิโลเมตร

โดยมักจะใช้สองกองพันรถถังตีด้านซ้ายและขวา สนับสนุนโดยกองพันรถถังกองพันที่สาม และใช้อำนาจการยิงทำลายแนวตั้งรับข้าศึก โดยรวมแล้ว 1 กรมรถถังถ้าจัดแบบโซเวียตสามารถควบคุมพื้นที่ได้ 100 ถึง 150 ตารางกิโลเมตร

ลองคิดดูว่ากรมรถถังนี้เข้าตีบ้านหนองจาน อำนาจการยิงจะมีมากขนาดไหน

และนี่คืออำนาจการยิงและการทำลายที่เกิดขึ้นได้จาก 1 กรมรถถัง ซึ่งกัมพูชามีอำนาจการรบเพิ่มขึ้นมามันที 1 กรม แม้รถถังอาจจะไม่ใช่รถถังที่ทันสมัยมาก แต่ในเมื่อรถถังยังยิงออกได้ ยิ่งไปกว่านั้นสามารถใช้กระสุนที่มีความทันสมัยมากขึ้นได้ มีระบบช่วยเล็งและระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้นมา ซึ่งกัมพูชาไม่เคยมีขีดความสามารถในระดับนี้มาก่อน นี่คือการเพิ่มขีดความสามารถให้กับกองทัพกัมพูชาเป็นอย่างมาก และเป็นโจทย์สำคัญของกองทัพไทยที่จะต้องรับมือ

ในการปะทะ #ชายแดนไทยกัมพูชา สองรอบที่ผ่านมา เรายังไม่เห็นกัมพูชาใช้หน่วยรถถังและยานเกราะเข้าปฏิบัติการพร้อมกันตามตำราของโซเวียตที่เป็นหลักนิยมของกัมพูชา อาจจะเป็นเพราะว่าหน่วยรถถังของกัมพูชามีความพร้อมต่ำ แต่หลังจากจีนส่งมอบรถถังชุดนี้ให้กับกัมพูชา ตอนนี้กัมพูชามีขีดความสามารถนี้แล้ว และถ้ากัมพูชาสามารถรวบรวมกำลังและอำนาจการยิงและเข้าปฏิบัติการ ณ เป้าหมายที่กัมพูชาต้องการ นี่จะเป็นงานหนักของกองทัพไทยอย่างแน่นอน

ดังนั้น การที่หลายท่านประเมินรถถัง Type 59D ของกัมพูชาเพียงแค่ว่าเป็นรถถังมือสอง ปลดประจำการแล้ว ไม่ทันสมัย หรือเป็นแค่รถถังเก่า คือการมองข้ามอำนาจการยิงและสิ่งที่รถถังแบบนี้จะทำได้ การประมาทเกินไปอาจทำให้เราตีความยุทธศาสตร์ของจีนในการเสริมสร้างขีดความสามารถให้กับกองทัพกัมพูชา

รวมถึงสิ่งที่กัมพูชาจะทำได้หลังจากได้ขีดความสามารถเหล่านี้มาผิดไป ที่สำคัญก็คือ การมีรถถังแบบนี้ในจำนวนเท่านี้ คือการทำให้กัมพูชามีขีดความสามารถในการทำการรบเชิงรุกได้เป็นครั้งแรก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"พลตรี วิทัย" เคลียร์ทุกข้อสงสัย แนวทางรักษาความมั่นคงชายแดน

ไหนว่าพี่น้องกัน "จีน" แทงหวยเลือกข้างหนุนอาวุธ "กัมพูชา"

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สเปก "Type 59D" รถถังกัมพูชารับมอบจากจีน จับตาขีดความสามารถใหม่กองทัพ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...