โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรารู้อะไรบ้าง เกี่ยวกับ "แอร์โฮสเตส" ที่กลายเป็นคนลักลอบยาเสพติดเข้าออสเตรเลีย จาก "งานรับหิ้ว"

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เหตุการณ์จับกุมพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหญิงชาวไทยที่สนามบินเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2026 กลายเป็นข่าวครึกโครมที่สะท้อนถึงภัยเงียบของอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้

เหตุการณ์จับกุมพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหญิงชาวไทยที่สนามบินเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2026 กลายเป็นข่าวครึกโครมที่สะท้อนถึงภัยเงียบของอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้ "คนใน" (Trusted Insiders) และสื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือในการลำเลียงยาเสพติด

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2026 เจ้าหน้าที่กองกำลังชายแดนออสเตรเลีย (ABF) ได้เข้าตรวจค้นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหญิงชาวไทย อายุ 26 ปี ซึ่งปฏิบัติหน้าที่บนเที่ยวบินของสายการบินไทย ที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ จากการตรวจสอบกระเป๋าด้วยเครื่องเอกซเรย์ พบความผิดปกติในกระเป๋าผ้า (tote bags) จำนวน 12 ใบที่เธอพกมา

เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดพบเฮโรอีนน้ำหนักรวมกว่า 1 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในซับในของกระเป๋าทุกใบ โดยยาเสพติดดังกล่าวมีมูลค่าในตลาดมืดประมาณ 500,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 11.5 ล้านบาท

เบื้องหลังการรับงานผ่านโซเชียล

ผลการสืบสวนร่วมกันระหว่างตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (AFP) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ของไทย พบว่าผู้ต้องหารับงานนี้ผ่านกลุ่มรับหิ้วสินค้าในโซเชียลมีเดีย โดยได้รับการติดต่อจากบัญชีอวตารชื่อ “โรส” ที่โพสต์หาคนช่วยขนส่งสินค้าโอทอปและสินค้าไทยไปออสเตรเลีย โดยอ้างว่าต้องการพื้นที่ว่างในกระเป๋าประมาณ 20 กิโลกรัม

แม้ผู้ต้องหาและแฟนหนุ่มจะมีการสอบถามถึงความน่าเชื่อถือเนื่องจากเป็นบัญชีปลอม แต่อีกฝ่ายยืนยันว่าเป็นบัญชีที่ใช้งานปกติ ทั้งสองจึงตกลงรับงานในราคาจ้างเพียง 8,800 บาท โดยมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2026 มีไรเดอร์นำพัสดุมาส่งให้เธอที่คอนโดมิเนียมก่อนการเดินทางเพียงไม่กี่วัน

ปูมหลังครอบครัวและภาระทางการเงิน

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของ ป.ป.ส. ที่จังหวัดพะเยา พบว่าครอบครัวของผู้ต้องหาประกอบอาชีพทำไร่ทำนาและมีฐานะทั่วไป มารดาให้ข้อมูลว่าลูกสาวมีความกตัญญู ส่งเงินให้ที่บ้านเดือนละ 10,000 บาท เพื่อช่วยผ่อนงวดรถยนต์ประมาณ 8,000 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ เธอยังมีภาระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่ต้องชำระ ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าแรงจูงใจอาจมาจากความต้องการรายได้เสริมเพื่อมาจุนเจือภาระหนี้สินที่มีอยู่

ข้อชี้แจงจากท่าอากาศยาน

เกิดคำถามตามมาว่าเหตุใดยาเสพติดจำนวนกว่า 1 กิโลกรัมจึงรอดพ้นการตรวจค้นจากประเทศไทยไปได้ นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชี้แจงว่า ระบบการตรวจสัมภาระขาออกเน้นไปที่การค้นหาวัตถุระเบิดและสิ่งของที่เป็นภัยต่อความปลอดภัยทางการบินตามมาตรฐาน ICAO เป็นหลัก ในขณะที่การตรวจค้นยาเสพติดมักจะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานเฉพาะทางและการตรวจค้นฝั่งขาเข้าของประเทศปลายทาง

ทางด้านสายการบินไทยได้สั่งพักงานพนักงานรายนี้ทันที และตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงภายใน 7 วัน โดยหากพบความผิดจริงจะมีบทลงโทษสูงสุดคือไล่ออก ทั้งนี้ผู้บริหารยอมรับว่าเหตุการณ์นี้สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของสายการบินอย่างมาก

ปัจจุบันผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหา 2 กระทง คือ นำเข้าและครอบครองยาเสพติดในปริมาณเพื่อการค้า ซึ่งตามกฎหมายออสเตรเลียมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 25 ปี ขณะนี้เธอถูกคุมขังโดยไม่ได้รับประกันตัว และมีกำหนดขึ้นศาลเมลเบิร์นอีกครั้งในวันที่ 14 กันยายน 2026 โดยสถานเอกอัครราชทูตไทยได้เข้าให้ความช่วยเหลือตามสิทธิขั้นพื้นฐานแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...