โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

อยู่ไม่ไหว! สจ๊วต เผยเอง เคยรับหิ้วของ จากไทยไปออสเตรเลีย ล่าสุด โร่เข้าพบ ป.ป.ส. แล้ว

สยามนิวส์

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ทีมข่าวสยามนิวส์
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยความคืบหน้าการขยายผลเครือข่ายลักลอบลำเลียงเฮโรอีนข้ามชาติ

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยความคืบหน้าการขยายผลเครือข่ายลักลอบลำเลียงเฮโรอีนข้ามชาติ โดยระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องในขบวนการได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นทางในประเทศเพื่อนบ้าน เส้นทางลำเลียงผ่านประเทศไทย ผู้รับจ้างขนส่ง หรือ ผู้รับหิ้ว ไปจนถึงปลายทางในต่างประเทศ

พ.ต.ต.สุริยา ระบุว่า การสืบสวนพบความเชื่อมโยงระหว่าง 2 คดีสำคัญ ได้แก่ คดีตรวจยึดเฮโรอีน 4 จุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเตรียมลักลอบส่งออกไปยังประเทศออสเตรเลียและไต้หวัน และคดีของแอร์โฮสเตสหญิง มีนา โดยพยานหลักฐานชี้ว่า ทั้งสองคดีมีความเกี่ยวข้องกันอย่างชัดเจน ทั้งในส่วนของต้นทางยาเสพติดจาก สปป.ลาว และปลายทางที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งดำเนินการในลักษณะเป็นเครือข่ายเดียวกัน

จากการสืบสวนยังพบว่า ขบวนการดังกล่าวเลือกใช้บุคคลในกลุ่มอาชีพที่ต้องเดินทางระหว่างประเทศเป็นประจำ เช่น สจ๊วตและแอร์โฮสเตส ทำหน้าที่เป็นผู้รับหิ้วลำเลียงยาเสพติด ขณะที่บุคคลที่ทำหน้าที่ในช่วงกลางของกระบวนการมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียน ไม่ได้มีเพียง มีนา เท่านั้น แต่ยังรวมถึงบุคคลอื่นและประชาชนทั่วไปที่ถูกว่าจ้างให้ขนสัมภาระ

ส่วนความคืบหน้าการติดตามผู้บงการที่ใช้บัญชีโซเชียลมีเดียอวตาร ภายใต้ชื่อ โรส และ รินริน ซึ่งมีบทบาทในการสั่งการและจัดหาผู้รับหิ้วนั้น พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบตัวบุคคล เนื่องจากมีข้อจำกัดในการตรวจสอบบัญชีอวตาร และยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า โรส และ รินริน เป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ แต่ข้อมูลทั้งหมดอยู่ระหว่างนำไปสู่การติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในเครือข่าย

สำหรับแนวทางดำเนินคดี พ.ต.ต.สุริยา เปิดเผยว่า ในวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2569 คณะพนักงานสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะประชุมร่วมกับ ป.ป.ส. เพื่อกำหนดแนวทางดำเนินคดี โดยคาดว่าในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนในการขอศาลออกหมายจับผู้บงการรายสำคัญฝั่ง สปป.ลาว อย่างน้อย 2 คน ซึ่งมีบทบาททั้งเป็นผู้โอนเงินและเจ้าของยาเสพติดในระดับพื้นที่

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างประสานความร่วมมือกับตำรวจออสเตรเลีย เพื่อขยายผลติดตามกลุ่มคนไทยอีก 2-3 คนที่มีหน้าที่รอรับพัสดุปลายทางในประเทศออสเตรเลีย โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า สจ๊วตของสายการบินแห่งหนึ่ง ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เพื่อให้ข้อมูลแสดงความบริสุทธิ์ โดยยอมรับว่า เคยรับจ้างขนกระเป๋าและเสื้อผ้าจากนายอาทิตย์และนางสาวทัดสะพอน ผ่านนายอุทัย จากจังหวัดภูเก็ตไปยังประเทศออสเตรเลียหลายครั้ง

สจ๊วตรายดังกล่าวให้การว่า สิ่งของที่รับขนเป็นเสื้อผ้าที่มีลักษณะผิดสังเกต เนื่องจากมีการเย็บตะเข็บซ้ำหลายชั้น แต่ในขณะนั้นตนไม่ทราบว่าภายในมีการซุกซ่อนยาเสพติดด้วยหรือไม่ กระทั่งภายหลังทราบข่าวการจับกุม จึงตัดสินใจเข้าพบเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เพื่อให้ข้อมูลและยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำดังกล่าวและเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของตน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...