โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องแท็กติก เซฟ ‘อนุทิน’ จาก‘ฮั้ว สว.’ ถึง‘โกงสอบขรก.’

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงยากลำบากของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่ต้องเร่งสางปัญหาเน่าเฟะในกระทรวงคลองหลอด กับกรณีสุดฉาวโฉ่ ทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น

ผลสอบเบื้องต้นของกระทรวงมหาดไทย หมายหัว 5 ข้าราชการในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พร้อมเดินหน้าสอบวินัยร้ายแรง และคดีอาญาตามลำดับ

แม้จะมีคำถามจากสังคมว่า ขบวนการโกงสอบที่มีเครือข่ายกว้างขวาง เหมือนแบ่งงานกันทำ เม็ดเงินผลประโยชน์ 4-5 พันล้าน ถ้าไม่นับคนร่วมก๊วนนอกมหาดไทย คนในหน่วยงานราชการ มีแค่ 5 คนเท่านั้นจริงหรือ

เรื่องนี้จึงน่าจะเป็นอีกคดีมหากาพย์ แต่หากจะไล่เส้นเรื่องกันจริงๆ ที่มาที่ไปของโควตาแต่ละคน อาจจะไปไม่สุด เจอตอการเมืองเข้าหรือไม่

ว่ากันว่า การเปิดสอบครั้งปลายปี 68 ที่เป็นปัญหา มีการเปิดตำแหน่งมากกว่ารอบก่อนๆ จากเดิมการปฏิบัติการมักอยู่ในส่วนของผู้บริหารท้องถิ่นตามจังหวัดต่างๆ พอบางคนในฝ่ายการเมืองมีอำนาจ ก็สบช่องเข้ามาจับชิ้นปลามันตรงนี้ จนกลายเป็นสเกลที่ใหญ่ ขยายวงกว้างมีตัวละครเข้ามาเกี่ยวข้องเต็มไปหมดจากทุกสารทิศ

มีการพูดกันอย่างกว้างขวางว่า รายชื่อคนเข้าสอบที่พร้อมจ่ายเงินเป็นหลักหลายแสนบาท มีช่องทางสำหรับคนที่รู้เท่านั้นว่า “ตั๋ว” หรือ“โควตา”ใคร ใช่หรือไม่ใช่ แล้วคนที่ได้โควตาจากผู้ใหญ่ ไปหาคนสอบ ก็รู้ว่าต้องส่งรายชื่อผ่านใคร ถึงจะได้รับการการันตี

ประโยคจากปากอนุทิน ที่ว่า “เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดทุจริตกล่าวหาผู้คน น่าจะมีผู้คนที่มีชื่อชั้น มีความสำคัญ มีตำแหน่งสูง”

อนุทิน กำลังหมายถึงแค่ข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทย ที่เคยผ่านเก้าอี้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือกำลังหมายถึงทั้งบิ๊กข้าราชการ ที่มีบิ๊กการเมืองสนับสนุน พร้อมเครือข่ายในแต่ละท้องที่ บริหารจัดการอย่างเป็นระบบ

การสั่งยกเลิกการสอบไปประมาณ 3 ปี ตามที่อนุทิน อธิบายกับสังคม จนอั้นไม่ไหว สุดท้ายต้องเปิดรอบที่เกิดฝีแตก เท่ากับว่า อนุทิน รู้อยู่แล้วใช่หรือไม่ว่า มันมีขบวนการที่จ้องจะโกงในยุคที่นายกฯ และรมว.มหาดไทย ชื่อหนู

ตรงนี้จึงเป็นที่มาที่อนุทิน ผลักดันให้เกิดการลงนาม MOU ร่วมกับ 7 หน่วยงานเพื่อป้องกันการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น

มุมหนึ่งก็พอเข้าใจได้ว่า อนุทินทำเพื่อกันตัวเองออกจากขบวนการ กรณีถูกจับกุมเปิดโปงแผนร้าย แต่ถ้าเลยตามเลย เรื่องไม่แดงก็ไม่เป็นไร

MOU ฉบับนี้จึงเป็นหลังพิงให้คนเป็นนายกฯ ว่าพยายามหามาตรการป้องกันทุจริตแล้ว จะได้มีน้ำหนักหากถูกร้องละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือปล่อยละละเลย ไม่ระงับยับยั้ง แบบกรณีจำนำข้าว สมัยยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

การเดินเกมแบบนี้ของอนุทิน จะเรียกว่าแท็กติกข้อกฎหมาย หรือแท็กติกการเมือง เพื่อเอาตัวรอดก็คงไม่ผิด

เหมือนเมื่อกว่า 2 ปีที่แล้ว ก่อนเลือก สว.ระดับประเทศ อนุทินอาจระแคะระคายว่า มีคนใกล้ตัวกำลังพยายามบริหารจัดการให้คนของตัวเองได้เป็น สว. หรือไม่

จนเป็นที่มาของการลงนามประกาศพรรคภูมิใจไทย เรื่อง ห้ามกระทำการโดยวิธีการใดๆ ในการเลือก สว. สาระสำคัญระบุว่า เพื่อให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภาเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม กำหนดข้อห้าม มิให้กรรมการบริหารพรรค หรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นใดในพรรค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกระทำการโดยวิธีการใดๆ อันเป็นการช่วยเหลือให้ผู้สมัครผู้ใดได้รับเลือกเป็น สว. หรือทำให้ผู้สมัครผู้ใดไม่ได้รับเลือก

พรรคภูมิใจไทยจึงประกาศให้ ถือปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อย่าได้กระทำการใดๆ อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง อันจะนำมาซึ่งความเสียหายต่อพรรคภูมิใจไทยได้

จะเห็นได้ว่า วิธีการป้องกันตัวเองของอนุทินคือ การต้องมีแอ็กชั่นผ่านรูปแบบใดก็แล้วแต่ที่สาธารณะจะได้รับรู้ เพื่อทำให้เห็นว่า ตัวเองพยายามปิดช่องทางความไม่ชอบมาพากลต่างๆ ไว้หมดแล้ว

2 กรณีที่ชัดเจนคือ เลือก สว. สุดท้ายกลายเป็น“คดีฮั้ว สว.” และสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น สุดท้ายความแตกมีการโกงแก้คำตอบ จ่ายเงินกันมโหฬาร ซึ่งทั้ง 2 เรื่องอยู่ระหว่างดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สถานะของอนุทิน ในคดีฮั้ว สว.ขณะนี้ เป็นหนึ่งในผู้ถูกร้องในชั้น กกต. พร้อมกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย และสส.บางส่วน ที่ยังต้องลุ้นว่าจะโดนส่งเรื่องให้ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้งหรือไม่ แต่จุดหนึ่งที่ยังไม่เห็นคือ ไม่เห็นพรรคภูมิใจไทยตั้งกรรมการภายในสอบสวนคนที่อยู่ในข่ายถูกล่าวหาฮั้ว สว. เพื่อพิสูจน์ตัวเองอีกมุมหนึ่งต่อสังคม

การบริหารของอนุทินทั้งในบทบาทหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และบทบาทนายกฯ จึงเป็นเรื่องยากรับมือในหลายโอกาส การประคองตัวให้บาลานซ์ความต้องการเจ้าของพรรคตัวจริง และความต้องการของกลุ่มก๊วนบ้านใหญ่ และองคาพยพต่างๆ จึงต้องอาศัยความพลิ้วเฉพาะตัว

ในเมื่อแต่ละกลุ่มก้อนที่มารวมกันในภูมิใจไทย ต่างมีวาระที่ต้องขับเคลื่อนทางการเมืองด้วยกันทั้งสิ้น มีเครือข่าย มีองคาพยพต้องบริหารจัดการดูแล หากอะไรที่ไม่สุ่มเสี่ยง หรือน่าหวาดเสียวจนเกินไป คนเป็นนายกฯ อาจทำเป็นมองไม่เห็นหรือไม่ อะไรที่คาบลูกคาบดอก ก็ต้องมีวิธีเอาตัวรอดให้ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...