โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“สีหศักดิ์” เยือนฮาวายพบ ผบ.USPACOM แลกเปลี่ยนความเห็นสถานการณ์โลก

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“สีหศักดิ์” เยือนฮาวาย ตามคำเชิญ “ผบ.USPACOM

วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.35 น. ตามเวลาท้องถิ่นของเมืองโฮโนลูลู ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 17 ชั่วโมง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงภารกิจในการเดินทางเยือนรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 5-7 กรกฎาคม 2569 ว่า การมาเยือนฮาวายในครั้งนี้เป็นไปตามคำเชิญของ พลเรือเอก ซามูเอล เจ ปาปาโร (Samuel J. Paparo) ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแปซิฟิก (U.S. Pacific Command : USPACOM) เราจึงอยากจะพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคว่าทั้งสหรัฐฯและไทยว่ามีมุมมองอย่างไร เพราะในขณะนี้สถานการณ์โลกมีความผันแปรและมีความขัดแย้งต่างๆ ขณะเดียวกันประเทศไทยก็เห็นความสำคัญของการป้องกันประเทศและการเตรียมความพร้อมด้านการทหาร จึงอยากให้ทุกฝ่ายได้ช่วยกันรักษาสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค เพราะอินโด-แปซิฟิก ถือเป็นภูมิภาคที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจโลก ฉะนั้นเราจึงต้องพยายามรักษาสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค ด้วยเหตุนี้ บทบาทของสหรัฐฯ รวมถึงจีน และอาเซียนจึงมีความสำคัญในการรักษาดุลยอำนาจในภูมิภาค

พร้อมมองว่า สหรัฐฯ เห็นความสำคัญของไทย เนื่องจากประเทศไทยเป็นพันธมิตรทางความมั่นคงที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เพราะในอดีตเคยสกัดกั้นการแผ่อิทธิพลของคอมมิวนิสต์ในช่วงสงครามเย็น แต่ด้วยปัจจุบันสถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ประเทศไทยจึงอยากจะรักษาระเบียบโลกที่เน้นกติการะหว่างประเทศ โดยเน้นไปที่ระบบพหุพาคีและความร่วมมือระหว่างประเทศ ขณะเดียวกัน ไทย-สหรัฐฯ ก็มีความร่วมมืออื่นๆ อย่างภัยความมั่นคงรูปแบบใหม่ๆที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน อาทิ อาชญากรรมข้ามชาติ ออนไลน์สแกม และ ความมั่นคงทางไซเบอร์ เป็นต้น จึงอยากที่จะร่วมมือกันมากยิ่งขึ้น

ส่วนสาเหตุที่อยากจะมาพูดคุยกับสหรัฐฯ นั้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่าเป็นเพราะเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์มีความสำคัญ อีกทั้งสหรัฐฯเองก็มีการแข่งขันกับจีนมากยิ่งขึ้น เราจึงอยากเห็นการแข่งขันเป็นไปอย่างสันติ รวมถึงอยากให้จีนและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นมหาอำนาจที่มีความสำคัญต่อการรักษาความมั่นคงในภูมิภาคและโลกมีความสัมพันธ์ที่มีเสถียรภาพ และมีความสมดุล ถึงแม้จะมีการแข่งขันกัน แต่ก็ต้องมีความร่วมมือต่อกันด้วย ซึ่งประเทศไทยมีจุดยืนคือไม่เข้าข้างใคร เราจึงพยายามสร้างความเข้มแข็งของไทยและภูมิภาคอาเซียนให้สามารถยืนอยู่ในสถานการณ์ที่มีการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ รวมถึงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกขั้วอำนาจ

ขณะที่ เรื่องของกองทัพ นายสีหศักดิ์ ระบุว่า กองทัพไทยไม่ได้ไปรุกรานใคร มีไว้เพื่อป้องกันประเทศและป้องกันอธิปไตย แต่แน่นอนว่าเราจะต้องเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันประเทศ ซึ่งสหรัฐฯถือเป็นแหล่งสำคัญของอาวุธ ยุทโธปกรณ์ทั้งหลาย เราจึงอยากจะทำให้ขีดความสามารถในการป้องกันประเทศมีความพร้อม มีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย ขณะเดียวกันเราก็มีแผนที่จะจัดซื้อยุทโธปกรณ์ต่างๆด้วยไม่ว่าจะเป็นของกองทัพบก กองทัพอากาศ หรือ กองทัพเรือ จึงอยากจะให้สหรัฐฯสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถในการป้องกันประเทศของไทย

นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ ยังเปิดเผยว่าในช่วงบ่ายวันนี้ตนจะได้พบหารือกับ นางเซเลสต์คอนเนอร์ส (Celeste Connors) ประธานสถาบัน East-West Center ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาและวิจัยที่สำคัญ เนื่องจากทำให้ทุกภาคส่วนของสหรัฐฯมีความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับภูมิภาคเอเชีย และอินโด-แปซิฟิก โดยประเด็นที่ตนอยากจะพูดคุยคือเรื่องของความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯทั้งในอดีตและในอนาคตว่าเสาหลักจะมีอะไรบ้าง เพราะต้องยอมรับว่าช่วงหนึ่งที่ไทยมีเหตุการณ์ทางการเมือง อาจทำให้ความสัมพันธ์ห่างไปบ้าง แต่ตนคิดว่ามียังมีหลายประเด็นที่เกี่ยวกับความมั่นคงที่ไทย-สหรัฐฯ สามารถร่วมมือกันได้ ตนจึงอยากให้สหรัฐฯเห็นบทบาทที่สำคัญของไทยต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ

ก่อนย้ำว่า ขณะนี้ประเทศไทยกลับมาแล้ว เชื่อว่าเสถียรภาพทางการเมืองน่าจะดีขึ้น ซึ่งเรากำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขณะที่การต่างประเทศนั้น เราก็กำลังขับเคลื่อนบทบาทของไทยในระดับภูมิภาคและระดับโลก จึงน่าจะมาดูว่าความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯในบริบทของโลกปัจจุบันจะทำอย่างไรให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นและกลับไปแน่นแฟ้น เข้มแข็งเหมือนอย่างที่เคยเป็น ดังนั้นไทยจะเสนอให้มีการสัมมนาร่วมกันระหว่างผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ และความมั่นคง ทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัย อดีตข้าราชการ และข้าราชการปัจจุบัน ให้มาพูดคุยกัน เพื่อมองไปข้างหน้า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...