โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

KKPS กางแผน PDP ฉบับใหม่ ปลดล็อกลงทุนโรงไฟฟ้า 1 ล้านลบ. ชู GULF - STECON - KTB โดดเด่น

efinanceThai

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

KKPS กางแผน PDP ฉบับใหม่ ปลดล็อกลงทุนโรงไฟฟ้า 1 ล้านลบ. ชู GULF - STECON - KTB โดดเด่น

KKPS ประเมินแผน PDP เปิดทางการลงทุนภาคพลังงาน คาดมีเม็ดเงินลงทุนขยายกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่กว่า 1 ล้านล้านบาท หนุนหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค นิคมอุตสาหกรรม รับเหมาก่อสร้าง และธนาคาร ชู GULF - STECON - KTB โดดเด่น

บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) (KKPS) คาดว่าแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ของไทย (Power Development Plan: PDP) ที่น่าจะได้รับการสรุปในเร็ว ๆ นี้ จะเปิดทางให้การลงทุนในภาคพลังงานที่รอคอยมานานสามารถเดินหน้าได้ โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าและดาต้าเซ็นเตอร์ ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 35GW ในปัจจุบัน สู่ 74GW ภายในปี 2050

KKPS ประเมินว่าการลงทุนในกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ ระบบโครงข่ายอัจฉริยะ (smart grid) และโซลาร์รูฟท็อป อาจมีมูลค่ารวมเกิน 1 ล้านล้านบาท เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของไทยในปี 2050 กำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ส่วนใหญ่ หรืออาจทั้งหมด คาดว่าจะมาจากพลังงานสะอาด ซึ่งอาจทำให้สัดส่วนพลังงานสะอาดในระบบเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากระดับปัจจุบันที่ 24% ทั้งนี้ ระบบพลังงานที่สะอาดขึ้นจะช่วยให้ไทยสามารถดึงดูดการลงทุนที่ให้ความสำคัญกับการลดคาร์บอน และลดการพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติได้มากขึ้น

โอกาสการลงทุนในโรงไฟฟ้า ระบบสายส่ง และโซลาร์รูฟท็อป

ประเมินว่าการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่เพียงอย่างเดียว อาจต้องใช้เงินลงทุนราว 994,000 ล้านบาท นอกจากนี้ เพื่อรองรับสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวนสูงขึ้น ไทยยังจำเป็นต้องยกระดับโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าให้เป็น smart grid ซึ่งอาจต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มเติมประมาณ 200,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ภาครัฐกำลังส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปผ่านมาตรการจูงใจต่าง ๆ และหากสัดส่วนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเพิ่มขึ้นถึง 10% มูลค่าการติดตั้งอาจสูงถึงประมาณ 200,000 ล้านบาท โดยยังไม่รวมระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่

การเปิดเสรีภาคพลังงานอย่างค่อยเป็นค่อยไป

PDP ฉบับใหม่นี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะยาวในการเพิ่มบทบาทของภาคเอกชนในธุรกิจพลังงาน แม้ว่าประเทศไทยยังคงใช้ระบบ Enhanced Single Buyer (ESB) อยู่ แต่หน่วยงานกำกับดูแลได้อนุมัติโครงการนำร่อง Direct PPA ขนาด 2GW ซึ่งมุ่งเน้นไปยังกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์และภาคการผลิตเป็นหลัก

นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น และกำลังการผลิตภายใต้ระบบ Direct PPA มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต อีกทั้งเมื่อการพัฒนา smart grid คืบหน้าอย่างต่อเนื่อง จึงตัดความเป็นไปได้ที่จะเห็นการเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในระยะยาว

เป็นบวกต่อกลุ่มสาธารณูปโภค นิคมอุตสาหกรรม รับเหมาก่อสร้าง และธนาคาร

การขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าและโครงการ Direct PPA จะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นของกลุ่มโรงไฟฟ้า ขณะที่ผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรม (IE) ก็อาจได้รับประโยชน์ หากนโยบายพลังงานสะอาดของไทยสามารถดึงดูดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ได้มากขึ้น

กลุ่มรับเหมาก่อสร้างมีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุน (capex cycle) ในการก่อสร้างสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาดและความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ส่วนกลุ่มธนาคารจะได้อานิสงส์จากการเติบโตของสินเชื่อ รวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการป้องกันความเสี่ยง เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจพลังงาน

KKPS มองว่าบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF โดดเด่นมากที่สุด จากสถานะผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ที่สุดของไทย ด้วยส่วนแบ่งกำลังการผลิตประมาณ 27% พร้อมโครงการในมือที่รองรับโอกาสจาก Direct PPA ในอนาคต และฐานะการเงินที่แข็งแกร่งเพียงพอสำหรับการขยายธุรกิจ

ด้านบริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON มีจุดแข็งจากประสบการณ์และผลงานด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงโรงไฟฟ้าและดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ hyperscale ขณะที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่น่าสนใจ จากการมีสัดส่วนสินเชื่อในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ก่อสร้าง สาธารณูปโภค และบริการรวมกันราว 30% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมด

ติดตามข่าวสารข้อมูลอื่นๆ จากสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news

เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...