นายกฯ ปลื้มเอกชนฝรั่งเศสสนใจลงทุนไทยเพิ่มในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้หารือกับ นายฟรองซัวส์ กอร์แบง (Mr. François Corbin) รองประธานสภานายจ้างฝรั่งเศสในต่างประเทศ (MEDEF International: MEDEFi) และประธานสภาธุรกิจฝรั่งเศส-ไทย พร้อมด้วยนายฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ (H.E. Mr. Jean-Claude Poimboeuf) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และคณะนักธุรกิจ MEDEFi จำนวน 16 บริษัท ใน 5 สาขาสำคัญ
ได้แก่ การบิน อวกาศ และการป้องกันประเทศ วิศวกรรมและการให้คำปรึกษา การก่อสร้างและการขนส่ง ดิจิทัลและเทคโนโลยี และการผลิตและการบริหารจัดการพลังงาน โดยเป็นการสานต่อผลสำเร็จจากการเยือนกรุงปารีสของนายกรัฐมนตรีและคณะ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
การหารือครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญ เพื่อดึงการลงทุนใหม่เข้าสู่ประเทศไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น การบินและอวกาศ พลังงานสะอาด เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีควอนตัม ซึ่งจะช่วยสร้างงานที่มีคุณภาพ เพิ่มรายได้ ยกระดับทักษะแรงงานไทย ผลักดันให้เกิดการลงทุนและความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นในประเทศไทย
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไทยกำลังเดินหน้าปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมมูลค่าสูง ซึ่งสอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของภาคธุรกิจฝรั่งเศส จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยดึงการลงทุน เทคโนโลยี และองค์ความรู้ใหม่ ๆ เข้ามาสู่ประเทศไทย
ภาคธุรกิจฝรั่งเศสแสดงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของไทย พร้อมสนใจลงทุนเพิ่มเติมในหลายโครงการสำคัญ อาทิ ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน การผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน ระบบพลังงานสะอาด และเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่ โดยไม่เพียงนำเงินลงทุนเข้ามา แต่ยังพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีและพัฒนาบุคลากรไทยไปพร้อมกัน
ในการหารือครั้งนี้ บริษัทชั้นนำของฝรั่งเศสหลายแห่งแสดงความสนใจขยายความร่วมมือกับไทยอย่างชัดเจน โดย Airbus มองเห็นศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการบินของภูมิภาค และสนใจร่วมพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) รวมถึงการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ซึ่งจะช่วยสร้างงานที่มีทักษะสูง เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย และยกระดับอุตสาหกรรมการบินของประเทศ
ด้าน EDF ซึ่งเป็นผู้นำด้านพลังงานของฝรั่งเศส เห็นโอกาสในการร่วมพัฒนาพลังงานสะอาด ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงข่ายไฟฟ้าสมัยใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมและการใช้พลังงานในอนาคต ช่วยเสริมความมั่นคงทางพลังงานและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวของไทย
ขณะที่ Dassault Systèmes เสนอความร่วมมือด้านเทคโนโลยี Digital Twin ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการวางผังเมือง การบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน การคาดการณ์และรับมือภัยพิบัติ รวมถึงการพัฒนาทักษะบุคลากร ช่วยให้ภาครัฐและภาคเอกชนสามารถวางแผนและบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ส่วน Pasqal บริษัทเทคโนโลยีควอนตัมชั้นนำของฝรั่งเศส เห็นว่าไทยมีศักยภาพในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีควอนตัมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพร้อมร่วมมือในการพัฒนาระบบนิเวศด้าน Quantum Computing ซึ่งจะช่วยสร้างบุคลากรทักษะสูง รองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคต และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
นอกจากการลงทุนแล้ว ภาคธุรกิจฝรั่งเศสยังย้ำถึงความพร้อมในการถ่ายทอดเทคโนโลยี พัฒนาทักษะแรงงาน และทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาของไทย เพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมอนาคต ซึ่งจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อคนไทยทั้งในด้านการศึกษา การจ้างงาน และรายได้
ช่วงท้ายของการหารือ นายกรัฐมนตรียังยืนยันความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน พร้อมเดินหน้าผลักดันความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป (FTA) และการเข้าเป็นสมาชิก OECD เพื่อยกระดับมาตรฐานเศรษฐกิจไทย เปิดโอกาสทางการค้าใหม่ ๆ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั่วโลก
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีแจ้งข่าวดีถึงตลาดหุ้นทำผลงานระหว่างวันทะลุ 1,600 จุด อีกครั้งในรอบสามปีสองเดือน แสดงถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน พร้อมระบุว่า การพูดคุยที่กรุงเทพฯ วันนี้ แสดงให้เห็นว่าความร่วมมือที่เริ่มจากปารีสกำลังถูกต่อยอดเป็นแนวคิด โอกาส และหุ้นส่วนที่เป็นรูปธรรม โดยไทยพร้อมทำงานใกล้ชิดกับภาคเอกชนฝรั่งเศสเพื่อเปลี่ยนความสนใจให้เป็นผลลัพธ์จริงในระยะต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- นายกฯ เตรียมเยือนเวียดนาม 8-9 มิ.ย. ร่วมประชุม AFF 2026
- นายกฯ ยืนยันทบทวนสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย
- ฝรั่งเศส-อังกฤษ ร่วมสกัดเรือรัสเซียใช้ธงปลอม หลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร
- จีนไล่บี้ยุโรป สินค้าฝรั่งเศสเริ่มเหนื่อย
- นายกฯ หารือปธน. ฝรั่งเศส เดินหน้ายกระดับความสัมพันธ์-ขยายความร่วมมือเศรษฐกิจ