โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

3 เต็งผู้ว่าฯ กทม. โชว์วิสัยทัศน์ ผ่าแผนแก้โกง-ฝุ่น-น้ำท่วม-จราจร

สยามรัฐ

อัพเดต 7 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รายการพิเศษ "เกมคุมเมือง" เกมท้าชิงวิสัยทัศน์ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จัดโดยไทยรัฐทีวีร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า วันที่ 8 มิถุนายน 2569 เป็นการโคจรมาพบกันของ 3 ผู้สมัครตัวเต็ง ได้แก่ นายอนุชา บูรพชัยศรี หรือ คุณเจมส์ หมายเลข 5 จากพรรคประชาธิปัตย์, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หมายเลข 9 ผู้สมัครอิสระ และ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ ดร.โจ หมายเลข 10 จากพรรคประชาชน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักด้วยกลุ่มผู้สนับสนุนที่มาร่วมให้กำลังใจ และรับฟังแนวทางการแก้ปัญหาเมืองกรุงในมิติต่าง ๆ ก่อนการเลือกตั้งวันที่ 28 มิถุนายน 2569

ทำไมคนกรุงเทพฯ ต้องเลือก

นายอนุชา บูรพชัยศรี (หมายเลข 5) นำเสนอภายใต้แนวคิด "5 นโยบาย" ประกอบด้วย เดินทางสะดวก เมืองสะอาด ชีวิตสบาย รายได้ดีขึ้น และตรวจสอบได้ทุกเมื่อ โดยเน้นการเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชน ราง-เรือ-รถ เข้าด้วยกันผ่าน "บัตรใบเดียว" และยกเว้นค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนเพื่อให้ราคาถูกลง รวมถึงการนำ ขสมก. และเรือไฟฟ้าเข้ามาอยู่ภายใต้การดูแลของ กทม. ส่วนเรื่องความสะอาดจะเน้นการจัดการขยะ กลิ่น และน้ำเสียอย่างรวดเร็ว

"ผมมีนโยบาย 5 ข้อ ที่จะมานำเสนอคนกรุงเทพมหานคร คือ เดินทางสะดวก เมืองสะอาด ชีวิตสบาย รายได้ดีขึ้น และตรวจสอบได้ทุกเมื่อ ทั้ง 5 เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผมได้ไปเจรจาพูดคุยกับหลายส่วนแล้ว และสามารถทำได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะการนำรถเมล์ ขสมก. มาอยู่ในความดูแลของ กทม. และการใช้ตั๋วร่วมใบเดียวเดินทางได้ทุกโหมดในราคาที่ถูกลง" นายอนุชา กล่าว

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (หมายเลข 9) ชูวิสัยทัศน์การสร้างเมืองแห่ง "โอกาสและความหวัง" ผ่าน 4 มิติหลัก คือ 1. ด้านคน (ดูแลการศึกษาคุณภาพสากลและสาธารณสุขครบวงจร) 2. ด้านเมือง (โครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย แสงสว่าง และการจัดการขยะ) 3. ด้านระบบ (บริการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส กระจายอำนาจ) และ 4. ด้านเศรษฐกิจ (ดูแลทั้งบริษัทใหญ่ SMEs และผู้ค้าแผงลอย)

"เรามองใน 4 มิติ คือ คน เมือง ระบบ และเศรษฐกิจ โดยทีมงานของเราได้เสนอแผนงานทั้งหมด 251 แผนงาน มีรายละเอียดและตัวชี้วัดที่ชัดเจนอยู่ในเว็บไซต์ เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ว่าจะทำงานไหนก่อนหลัง และจะดำเนินการอย่างไรบ้าง ผมเชื่อว่าผลงานที่ผ่านมาจะทำให้พวกเราไว้ใจ และแผนงานเหล่านี้จะทำให้ท่านวางใจในการเลือกชัชชาติกลับมาบริหาร กทม. ต่อไป" นายชัชชาติ กล่าว

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (หมายเลข 10) นำเสนอตัวตนในฐานะ "คนกรุงเทพฯ โดยเฉลี่ย" ที่เข้าใจความยากลำบากจากการใช้ชีวิตจริง ทั้งการขึ้นรถเมล์ ต่อเรือ และดูแลพ่อที่ป่วยติดเตียง โดยมีเป้าหมายสร้างกรุงเทพฯ ที่ดูแลคนส่วนใหญ่ 99% ให้เข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดีได้โดยไม่ต้องรวย หรือมีเส้นสาย

"ผมมาในวันนี้ในฐานะคนกรุงเทพฯ โดยเฉลี่ยที่เคยขายของแผงลอย นั่งรถเมล์ไปเรียน และเข้าใจดีว่าความยากของการใช้ชีวิตในเมืองนี้เป็นอย่างไร ผมอยากให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่คนส่วนใหญ่ 99% สามารถเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดีได้ ไม่จำเป็นต้องรวย ไม่จำเป็นต้องมีเส้นสาย ไม่จำเป็นต้องมีอำนาจ หากท่านเห็นด้วยกับผม วันที่ 28 มิถุนายนนี้ โอกาสเป็นของท่าน" นายชัยวัฒน์ กล่าว

จากอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟอโศก-ดินแดง หากเป็นผู้ว่าฯ กทม. จะแก้ปัญหาอย่างไร

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ระบุว่าปัญหาจุดตัดรถไฟเป็นความซับซ้อนที่มีหลายหน่วยงานเกี่ยวข้อง การแก้ปัญหาต้องอาศัยการประสานงานและนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการการจราจรให้สอดคล้องกันอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ เช่น แผนการติดตั้งระบบ AI ควบคุมสัญญาณไฟจราจร 200 จุดทั่วกรุง เพื่อลดความผิดพลาดจากมนุษย์และทำให้การเดินรถลื่นไหลขึ้น

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ชี้ว่านี่คือสัญลักษณ์ของความล้มเหลวในเชิงระบบ ระยะสั้นเสนอให้เชื่อมโยงระบบสัญญาณไฟจราจร AI ของ กทม. เข้ากับระบบของการรถไฟฯ เพื่อให้มีระบบเบรกอัตโนมัติเมื่อรถไฟเข้าใกล้จุดตัดโดยไม่ต้องพึ่งพามนุษย์ ส่วนระยะยาวต้องผลักดันโครงการ Missing Link เพื่อให้รถไฟลงใต้ดินหรือยกระดับเพื่อกำจัดจุดตัดให้หมดไป

นายอนุชา บูรพชัยศรี ระบุว่าจุดดังกล่าวมีการออกแบบอุโมงค์ไว้แล้วแต่รอเพียงงบประมาณ ระยะเร่งด่วนต้องใช้ระบบ AI ควบคุมสัญญาณไฟแทนมนุษย์ และกวดขันวินัยจราจรอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะบริเวณเส้นทแยงเหลืองซึ่งเป็นจุดห้ามจอด รวมถึงต้องปรับปรุงมาตรฐานไม้กั้นให้มีความปลอดภัยสูงสุด

การแก้น้ำท่วม

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ วิเคราะห์ว่าน้ำท่วมกรุงเทพฯ มาจาก 3 แหล่ง คือ น้ำฝน น้ำเหนือ และน้ำหนุน แนวทางคือการเร่งระบายน้ำฝนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาผ่านท่อระบายน้ำ คลอง และอุโมงค์ยักษ์ ปัจจุบันมีจุดเสี่ยง 737 จุด แก้ไขไปแล้วกว่า 70% ส่วนน้ำเหนือและน้ำหนุนต้องทำเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้ครบทุกจุดเพื่อปิดรอยรั่ว

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร มองว่าน้ำท่วมคือปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะในชุมชนแออัดริมทางรถไฟ นโยบายคือการตั้งงบลอกท่อให้ครบ 100% (จากเดิมประมาณ 55%) และอุดจุดฟันหลอตามคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะยาวต้องแยก "น้ำฝน" ออกจาก "น้ำเสีย" เพื่อให้การระบายน้ำมีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้น

นายอนุชา บูรพชัยศรี เสนอการจัดวางบุคลากรประจำจุดเสี่ยงทันทีเมื่อฝนตกเพื่ออำนวยความสะดวกกรณีรถเสียหรือจราจรติดขัด และใช้ AI จัดระเบียบจราจรประสานงานกันไม่ให้เกิดคอขวด เร่งผันน้ำเข้าสู่คูน้ำวิภาวดี คลองลาดพร้าว และอุโมงค์บางซื่อ พร้อมขยายเครือข่ายอุโมงค์ยักษ์ให้ครอบคลุมทั่วเมืองเพื่อเร่งสูบน้ำออกสู่อ่าวไทยให้เร็วที่สุด

แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร เปรียบฝุ่นเป็นปัญหาที่กระทบทุกคนอย่างเท่าเทียมและคร่าชีวิตคนจากมะเร็งปอดเฉลี่ยวันละ 41 คน แนวทางแก้ไขคือการติดกล้อง CCTV ตรวจสอบมาตรการป้องกันฝุ่นในไซต์ก่อสร้างแบบเรียลไทม์ และแก้ปัญหาการเผาโดยประสานจังหวัดรอบข้างเพื่อมอบ "คูปองไม่เผา" ให้นำเครื่องจักรไปใช้ทดแทนการเกษตรแบบเดิม

นายอนุชา บูรพชัยศรี เน้นการใช้อำนาจ กทม. เข้าไปควบคุมไซต์ก่อสร้างให้ได้มาตรฐาน หากพบฝุ่นต้องระงับการก่อสร้างทันที ประสานกรมการขนส่งทางบกคุมรถบรรทุกต้องมีผ้าใบคลุมมิดชิด พัฒนาระบบเตือนภัยผ่าน SMS แจ้งเตือนประชาชนตามระดับสีของค่าฝุ่น และลดการฝังกลบขยะเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาด

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยืนยันว่าสถานการณ์ฝุ่นปีนี้ดีขึ้น 45% จากการทำงานเชิงรุก โดยมีการปรับมาตรฐานควันดำให้เข้มข้นขึ้นจาก 30% เป็น 20% และประกาศเขต Low Emission Zone ห้ามรถควันดำเข้าพื้นที่ชั้นใน ใช้ระบบ Green List สำหรับรถที่ดูแลเครื่องดี ส่วนการเผาในพื้นที่เกษตร กทม. จัดหาเครื่องอัดฟางให้ชาวนายืมใช้จนการเผานาในกรุงเทพฯ เป็นศูนย์ และขยายความร่วมมือไปยังจังหวัดปริมณฑลเพื่อลดการเผาข้ามเขต

การแก้ปัญหาทุจริตซื้อขายตำแหน่งใน กทม.

นายอนุชา บูรพชัยศรี ให้ความสำคัญกับการเลือกคนจากความสามารถ ไม่ใช่วงเงินที่จ่าย โดยเสนอให้ใช้แพลตฟอร์ม "ส่องรัฐ" ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นระบบ AI ตรวจสอบความผิดปกติในการจัดซื้อจัดจ้างและการอนุมัติใบอนุญาต หากสำนักงานเขตใดล่าช้าหรือมีใครร่ำรวยผิดปกติ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนให้ตรวจสอบได้ทันทีโดยไม่ต้องรอร้องเรียน

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยืนยันว่าในสมัยของตนไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง และย้ำว่าการคอร์รัปชันคือต้นตอของความพินาศ กทม. ต้องใช้ระบบ Open Data เปิดเผยข้อมูลงบประมาณทุกบาท และใช้แอปพลิเคชันให้ประชาชนแจ้งเบาะแสคอร์รัปชันโดยปกปิดชื่อผู้แจ้ง ซึ่งที่ผ่านมาสามารถไล่ข้าราชการที่ทุจริตออกไปแล้วถึง 41 คน

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร เสนอระบบ "กรุงเทพฯ โปร่งใส AI จับโกง" (Red Flag AI) โดยกำหนดให้คำของบประมาณจากฝ่ายบริหารต้องอยู่ในรูปแบบ Machine Readable เพื่อให้ AI ตรวจสอบได้ว่ามีการล็อกสเปกหรือตั้งราคากลางสูงเกินจริงหรือไม่ นอกจากนี้ต้องมีบทลงโทษที่รุนแรงและคุ้มค่าที่จะป้องกัน ไม่ใช่เพียงการหักเงินเดือนหลักร้อยบาทในโครงการระดับร้อยล้าน เช่น การทุจริตโครงการเครื่องออกกำลังกาย

การดีเบตครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญที่ทำให้ประชาชนได้เห็นความชัดเจนในเชิงนโยบายและวิธีการแก้ปัญหาที่แตกต่างกันของทั้ง 3 แคนดิเดต เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนเข้าคูหาเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...