โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ศาลนัดไกล่เกลี่ยรอบ 2 คดี “ทราย สก๊อต” ด้าน “ปานเทพ” จี้สอบปมละเมิดอำนาจศาล ซัด หลักฐาน 71 ล้านของ “ทนายตั้ม” ไม่ใช่ของใหม่

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

ศาลนัดไกล่เกลี่ยรอบ 2 คดี “ทราย สก๊อต” ด้าน “ปานเทพ” จี้สอบปมละเมิดอำนาจศาล พร้อมซัดหลักฐาน 71 ล้านของ “ทนายตั้ม” ไม่ใช่ของใหม่ ลั่นศาลวินิจฉัยหมดแล้ว

วันที่ 16 มิ.ย. 2569 ที่ศาลแพ่งพระโขนง ศาลนัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีหมายเลขดำ พ.101/2569 ระหว่าง นางจีรานุช ภิรมย์ภักดี โจทก์ และ นายสิรณัฐ สก๊อต หรือ “ทราย สก๊อต” จำเลย ในคดีเพิกถอนการให้ หลังจากก่อนหน้านี้ศาลได้นัดไกล่เกลี่ยครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่ยังไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ จึงกำหนดนัดไกล่เกลี่ยอีกครั้งในวันนี้

ก่อนเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ น.ส.อัจฉรา แสงขาว หรือ ทนายปุย และนายคมสัน โพธิ์คง หนึ่งในทีมทนายความของนายสิรณัฐ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนถึงความคืบหน้าของคดี

นายปานเทพ เปิดเผยว่า วันนี้ฝ่ายจำเลยจะติดตามประเด็นการละเมิดอำนาจศาลของบุคคลหนึ่งที่เคยออกมาแถลงข่าวและเปิดเผยรายละเอียดการไกล่เกลี่ยภายหลังการนัดครั้งก่อน ทั้งที่ศาลได้กำชับหลายประเด็นไม่ให้เปิดเผยต่อสาธารณะ โดยเตรียมนำคลิปวิดีโอการให้สัมภาษณ์และการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวเสนอต่อศาล เพื่อให้พิจารณาว่าเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาลหรือไม่

การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวส่งผลให้ทราย แสดงออกด้วยความไม่เหมาะสมถึงขั้นฉีกเอกสารข้อตกลงที่เคยเจรจากับนางจีรานุช อีกทั้งบุคคลดังกล่าวยังอ้างตัวว่าเป็นทนายฝ่ายโจทก์ ซึ่งหากเป็นจริงก็ต้องมีการตรวจสอบความสัมพันธ์และบทบาทว่าเกี่ยวข้องกับฝ่ายโจทก์ในลักษณะใด เนื่องจากบุคคลดังกล่าวได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมรับฟังการเจรจาหลายครั้ง จนสามารถรับรู้ข้อมูลภายในของทั้งสองฝ่ายได้

สำหรับแนวทางการไกล่เกลี่ย เป็นข้อเสนอที่ศาลพยายามผลักดันให้เกิดขึ้น โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการประชุมร่วมกับทรายและทีมทนาย เพื่อนำข้อคิดเห็นของศาลมาพิจารณาอย่างรอบด้าน พร้อมยืนยันว่าทีมกฎหมายเตรียมพร้อมรับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะจบลงด้วยการไกล่เกลี่ยหรือการดำเนินคดีต่อไป

เมื่อถูกถามถึงความคืบหน้าของการเจรจานั้น การพูดคุยครั้งล่าสุดเป็นไปในบรรยากาศที่เปิดใจมากขึ้น โดยคำนึงถึงความสุขในการดำเนินชีวิตของทุกฝ่ายในอนาคตเป็นสำคัญ แม้การไกล่เกลี่ยครั้งแรกจะยังไม่สำเร็จ แต่การที่ศาลยังนัดเจรจาต่อเนื่องสะท้อนว่ามีช่องทางในการหาข้อยุติร่วมกันอยู่ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับตัวของทรายเป็นหลัก

ด้าน น.ส.อัจฉรา กล่าวว่า ในการไกล่เกลี่ยครั้งก่อน ฝ่ายโจทก์บางส่วนได้ขอเวลานำข้อเสนอไปหารือกับผู้เกี่ยวข้อง โดยศาลได้กำชับว่าการไกล่เกลี่ยครั้งนี้ควรมีผู้มีอำนาจตัดสินใจเข้าร่วมโดยตรง เพราะหากไม่มีผู้ตัดสินใจ กระบวนการเจรจาก็อาจไม่บรรลุผล ทั้งนี้ คดีดังกล่าวมีกำหนดนัดสืบพยานในวันที่ 8-9 กรกฎาคม 2569 แต่ยังมีโอกาสที่ทั้งสองฝ่ายจะสามารถตกลงกันได้ก่อนถึงวันนัดสืบพยาน

นอกจากนี้ นายปานเทพ ยังกล่าวถึงกรณี นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” ซึ่งได้รับการประกันตัวและออกมาเคลื่อนไหวต่อสื่อมวลชน โดยอ้างว่ามีหลักฐานสำคัญในคดีเงิน 71 ล้านบาท พร้อมยื่นเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้ตรวจสอบโครงการฮั้วประมูลของ AOT และพาดพิงถึง “บ้านพระอาทิตย์”

นายปานเทพ ยืนยันว่า หลักฐานที่ทนายตั้มกล่าวอ้างไม่ใช่หลักฐานใหม่ แต่เป็นพยานหลักฐานที่ถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของศาลชั้นต้นและได้รับการวินิจฉัยอย่างครบถ้วนแล้วก่อนมีคำพิพากษา พร้อมย้ำว่าไม่มีความกังวลต่อการร้องเรียนดังกล่าว เนื่องจากข้อเท็จจริงทั้งหมดผ่านการซักค้านและพิสูจน์ในศาลมาแล้ว

“บ้านพระอาทิตย์ไม่เคยได้รับประโยชน์หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการใด เพราะเราไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ประเด็นเหล่านี้ถูกหักล้างไปหมดแล้วในศาล” นายปานเทพกล่าว พร้อมเตือนสื่อมวลชนให้ใช้ความระมัดระวังในการนำเสนอข้อมูลและไม่ตกเป็นเครื่องมือของการสร้างกระแสเพียงฝ่ายเดียว

เมื่อถูกถามถึงคำท้าเดิมเรื่องการดื่มปัสสาวะ 71 แก้วนั้น เป็นคำท้าที่ทนายตั้มเสนอขึ้นเอง และไม่มีผู้ใดรับคำท้าดังกล่าว พร้อมเปรียบเปรยว่าเหมือนคนเล่นพนันที่แพ้แล้วไม่ยอมจ่าย แต่กลับขอไปเล่นตาใหม่แทน

ขณะที่ น.ส.อัจฉรา ยืนยันว่า พยานหลักฐานทั้งพยานบุคคลและพยานทางวิทยาศาสตร์ที่ทนายตั้มอ้างถึงนั้น ศาลได้นำมาพิจารณาและวิเคราะห์ไว้ในคำพิพากษาอย่างละเอียดแล้ว หากต้องการโต้แย้งคำพิพากษา ควรดำเนินการผ่านกระบวนการอุทธรณ์ตามกฎหมาย ไม่ใช่การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน

นอกจากนี้ ยังปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าพยานบุคคลสำคัญ 2 ปากมีแรงจูงใจทางการเงินในการให้การ โดยระบุว่าศาลได้วินิจฉัยแล้วว่าพยานทั้งสองไม่มีส่วนได้เสียและสามารถรับฟังเป็นพยานได้ตามกฎหมาย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...