โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“บ้านมือสอง” โตแรงแซง “บ้านใหม่” โอนพุ่ง 67% ทำเลดี-ราคาเร้าใจ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 30 พ.ค. เวลา 09.42 น.

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ตลอดปี 2569 ยังคงปรับตัวลดลง แต่หากเทียบกับปี 2568 ถือว่าน้อยลง โดยได้แรงสนับสนุนจาก 2 มาตรการรัฐ ทำให้เริ่มเห็นการฟื้นตัว “ด้านอุปสงค์” มียอดโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น ทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า สะท้อนความต้องการที่อยู่อาศัยของคนไทย ยังมีอยู่ต่อเนื่อง แต่ปรับระดับราคา ขนาด รูปแบบที่อยู่อาศัยลง ตามความสามารถในการซื้อมากขึ้น

“ณรงค์พล ประภานิรินธน์” รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ฉายภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยไตรมาส 1/2569 ดีมานด์มีทิศทางเพิ่มขึ้นสะท้อนผ่านตัวเลขการโอนที่ 72,583 หน่วย เพิ่มขึ้น 11.2% เทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน แต่โตเล็กน้อยเชิงมูลค่าที่ 187,182 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.1% เนื่องจากอานิสงส์มาตรการลดค่าโอน-จดจำนอง ผ่อนเกณฑ์ LTV

กทม.-เมืองท่องเที่ยวท็อปฟอร์ม

เมื่อแบ่งตามจังหวัดพบว่า“กรุงเทพฯ” ยังคงครองส่วนแบ่งสูงสุดด้วยจำนวน 17,746 หน่วย เพิ่มขึ้น 11.1% แต่มูลค่าลดลง 4.5% ส่วน “ปริมณฑล” ยังขยายตัวและรักษาระดับเป็นบวกได้ทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า ประกอบด้วย “นนทบุรี” มีจำนวน 3,961 หน่วย เพิ่มขึ้น 15.3% มูลค่า 11,718 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.5% และ “ปทุมธานี” มีจำนวน 4,915 หน่วย เพิ่มขึ้น 6.7% และมูลค่า 10,491 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7%

ความน่าสนใจอยู่ที่การขยายตัวของดีมานด์ในกลุ่มจังหวัดตามภูมิภาคต่าง ๆ โดยเฉพาะ 3 จังหวัดยุทธศาสตร์ อย่าง “ขอนแก่น” มีจำนวน 1,646 หน่วย เพิ่มขึ้น 30.3% และมูลค่า 3,145 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.0% “ระยอง” มีจำนวน 2,691 หน่วย เพิ่มขึ้น 24.0% และมูลค่า 5,745 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.2% และ “ภูเก็ต” ที่มูลค่าโอนขยายตัวมากสุดในประเทศ โดยมีจำนวนหน่วย 2,548 หน่วย เพิ่มขึ้น 17.9% มูลค่า 10,365 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.9% สะท้อนถึงการโอนในกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับลักเซอรี่

บ้านมือสอง

บ้านมือสองโตแซงบ้านใหม่

อีกปรากฏการณ์ที่เห็น สัดส่วนการโอน “ตลาดบ้านมือสอง” แซงหน้า “บ้านใหม่” โดยมีจำนวนหน่วยมากกว่าบ้านสร้างใหม่อยู่ที่ 67% ซึ่งกลุ่มราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ขยายตัวได้ดี และเป็นตัวหลักขับเคลื่อนตลาดไตรมาสนี้ มีจำนวนหน่วยรวม 69,447 หน่วย เพิ่มขึ้น 12.7% มูลค่ารวม 141,242 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.5% แบ่งเป็นการโอนบ้านสร้างใหม่ 21,990 หน่วย เพิ่มขึ้น 8.7% มูลค่า 61,716 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% บ้านมือสอง 47,457 หน่วย เพิ่มขึ้น 14.7% มูลค่า 79,526 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.5%

ส่วนราคามากกว่า 7 ล้านบาทขึ้นไป ประสบ “ภาวะหดตัว” ด้านจำนวนหน่วยอย่างชัดเจน ทั้งบ้านสร้างใหม่และบ้านมือสอง มีการโอนรวม 3,136 หน่วย ลดลง 14.8% มูลค่ารวมลดเหลือ 45,940 ล้านบาท คิดเป็นการลดลง 16.3%

“เป็นอีกหนึ่งผลพวงจากมาตรการรัฐ เนื่องจากคนไทยหันไปซื้อที่อยู่อาศัยในระดับราคาที่เหมาะสมกับศักยภาพทางการเงินแทนการซื้อที่อยู่อาศัยที่หรูหราหรือเกินจำเป็น ประกอบกับเสน่ห์บ้านมือสองที่ผู้ซื้อเลือกจากข้อได้เปรียบทางด้านทำเล และราคาที่ถูกกว่าบ้านสร้างใหม่ในทำเลเดียวกัน จึงทำให้ตลาดบ้านมือสองโต” ณรงค์พลอธิบาย

แบงก์เข้มลูกค้าบ้านใหม่

ด้าน“สินเชื่อที่อยู่อาศัย” เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวเป็นบวก หลังจากเผชิญภาวะหดตัวมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ไตรมาส 4/2566 โดยไตรมาส 1/2569 มีมูลค่าสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลปล่อยใหม่ทั่วประเทศรวม 121,557 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.1% ส่งผลให้ภาพรวมยอดสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลคงค้างรวมทั้งระบบอยู่ที่ 5,137,832 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4%

“ณรงค์พล” กล่าวว่า ภาพรวมปล่อยสินเชื่อในครั้งนี้ ที่เติบโตเพียง 2.4% มาจากการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินในปัจจุบันที่ไม่กล้าปล่อยสินเชื่อบ้านใหม่มากนัก เน้นปล่อยที่อยู่อาศัยที่มีหลักประกัน ความเสี่ยงต่ำ โดยเฉพาะลูกค้าที่ผ่อนอยู่แล้ว ทำให้เกิดการปล่อยสินเชื่อกับลูกค้าที่รีไฟแนนซ์เพิ่มขึ้นเป็น 14% เติบโตขึ้นกว่า 2 เท่าจากปี 2561 ที่มีการปล่อยสินเชื่อลูกค้ารีไฟแนนซ์เพียง 6% ส่วนลูกค้าที่ยื่นสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยใหม่มีสัดส่วนอยู่ที่ 86% ในปัจจุบัน

“จากการเติบโตของตัวเลขการปล่อยสินเชื่อลูกค้ารีไฟแนนซ์กว่า 2 เท่าในรอบ 8 ปีสะท้อนให้เห็นว่า สถานการณ์แข่งขันของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อค่อนข้างรุนแรง และมีการโหมโปรโมชั่นกันหนักมาก ขณะที่ไตรมาส 1/2569 ของ ธอส. มีปล่อยสินเชื่อไปแล้ว 30% จากเป้าหรือประมาณ 80,000 กว่าล้านบาท เป็นการเติบโต 5.6% โดยที่แบ่งเป็น New Loan แค่ 40%”

ลุ้นรัฐเคาะมาตรการดันจีดีพี

“ณรงค์พล” ยอมรับว่า สถานการณ์ที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่หายใจไม่ทั่วท้อง แนวโน้มจีดีพีประเทศมีทิศทางปรับตัวลงจากวิกฤตสงครามที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันและเงินเฟ้อของไทย ยังไม่มีวี่แววจะจบลงและเป็นปัจจัยน่ากังวล รวมถึงสงครามการค้าสหรัฐที่ยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจน หากสองปัจจัยนี้ยังไม่คลี่คลาย จีดีพีประเทศอาจขยายตัวทั้งปีเพียง 1.5%

“ความหวังตกไปอยู่ที่นโยบายการคลังของรัฐและเสถียรภาพของรัฐบาล ที่มีผลต่อการสานต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่คาดว่าจะดำเนินไปอย่างราบรื่น อาทิ พ.ร.บ.เงินกู้ 4 แสนล้าน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่คาดว่าทั้งปีจะทำให้จีดีพีขยายตัวได้ใน Best Case ถึง 2.5%”

ด้วยปัจจัยสนับสนุนดังกล่าว REIC จึงปรับประมาณการใหม่ทั้งปีนี้ จะมีจำนวนหน่วยโอน 312,814 หน่วย ลดลง 1.1% และมีมูลค่า 845,235 ล้านบาท ลดลง 2.3% ปัจจัยที่ส่งผลต่อตลาด คือ การยืดอายุผ่อนเกณฑ์ LTV อีก 1 ปี และคาดว่าจะมีการต่ออายุมาตรการลดค่าโอน-จดจำนองอีก 1 ปีเช่นกัน เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อและหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ประกอบกับพฤติกรรมการซื้อบ้านของคนไทยที่ลดความฟุ่มเฟือยลง ส่วนผู้ประกอบการชะลอการเพิ่มซัพพลายในตลาด ทำให้หน่วยเหลือขายลดลง อัตราการดูดซับลดลง ทำให้ตลาดอสังหาฯเข้าใกล้คำว่า “จุดสมดุล” เพิ่มมากขึ้น

3 เทรนด์อสังหาฯมาแรง

ยังเล็งเห็น 3 เทรนด์เติบโตของอสังหาฯ 1.การสนับสนุน Green Living จากการที่รัฐบาลที่ให้ลดการใช้พลังงาน เป็นตัวกำหนดทิศทางอสังหาฯซื้อบ้านประหยัดพลังงานและนโยบายโซลาร์รูฟท็อป ซึ่ง ธอส.พร้อมปล่อยสินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป 32,000 ล้านบาทในเดือนมิถุนายนนี้

2.บ้านมือสอง ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยเสน่ห์ด้านทำเลและราคา การตกแต่งตามความต้องการ และสามารถเลือกซื้อได้ตามแบรนด์ที่เชื่อมั่นและถูกใจ ทำให้บ้านมือสองมีแนวโน้มเติบโตขึ้นไปอีก และ 3.Safe Haven Zone เป็นเทรนด์ใหม่ที่ประเทศไทยเพิ่งได้รับการจัดอันดับประเทศน่าอยู่ที่สุดในลำดับที่ 18 เนื่องจากอสังหาฯราคาถูก สิ่งแวดล้อมดี มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน และขึ้นชื่อในเรื่องของการเป็น Medical Hub ของเอเชีย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “บ้านมือสอง” โตแรงแซง “บ้านใหม่” โอนพุ่ง 67% ทำเลดี-ราคาเร้าใจ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...