ทำไม ‘นาอูรู’ ถึงอยากเปลี่ยนชื่อประเทศใหม่เป็น ‘เนาเอโร’
สาธารณรัฐนาอูรู (Nauru) กำลังเตรียมการเปลี่ยนชื่อประเทศอย่างเป็นทางการเป็น ‘เนาเอโร’ (Naoero) ซึ่งเป็นชื่อที่ชาวนาอูรูใช้เรียกในภาษาของตนเอง โดยรัฐสภาของนาอูรูได้ผ่านข้อเสนอนี้แล้วโดยไม่มีผู้คัดค้าน และขั้นตอนต่อไปคือ การจัดทำประชามติเพื่อให้ประชาชนราว 13,000 คนบนเกาะเป็นผู้ตัดสินใจว่า จะใช้ชื่อนี้อย่างเป็นทางการหรือไม่
ประเด็นสำคัญ
- รู้จักประเทศ ‘นาอูรู’ 101
- เหตุผลหลักที่ ‘นาอูรู’ ต้องการเปลี่ยนชื่อประเทศ
รู้จักประเทศ ‘นาอูรู’ 101
นาอูรูเป็นประเทศหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยอยู่ห่างจากออสเตรเลียไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 3,000 กิโลเมตร ประเทศนี้เป็นเกาะที่ห่างไกลและได้ชื่อว่าเป็นสาธารณรัฐที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก โดยมีพื้นที่เพียง 21 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับเขตเวสต์มินสเตอร์ในกรุงลอนดอน
ในปี ค.ศ. 1798 นักเดินเรือชาวอังกฤษเคยตั้งชื่อเกาะนี้ว่า ‘Pleasant Island’ (เกาะรื่นรมย์) เพราะประทับใจในความสวยงามและความมีน้ำใจของผู้คน จนกระทั่งเยอรมนีเข้ามาผนวกดินแดนในปี 1888 ชื่อ ‘Nauru’ จึงเริ่มปรากฏในบันทึกทางการ รวมถึงเคยมีบันทึกการใช้ชื่อ Nawodo หรือ Navoda Onawero ด้วย
เหตุผลหลักที่ ‘นาอูรู’ ต้องการเปลี่ยนชื่อประเทศ
เดวิด อาเดอัง ประธานาธิบดีนาอูรู กล่าวว่าการเปลี่ยนชื่อประเทศใหม่ครั้งนี้ จะเป็นการให้เกียรติแก่มรดก ภาษา และอัตลักษณ์ของชาติอย่างแท้จริง โดย ‘Naoero’ ออกเสียงว่า เนาเอโร หรือ นาเวโร (Now-ero) ในลักษณะรวบเสียง
อีกทั้งคนในสังคมมองว่า ชื่อ ‘นาอูรู’ เกิดขึ้นเพียงเพราะชาวต่างชาติในอดีตไม่สามารถออกเสียงชื่อดั้งเดิมได้ถูกต้อง รัฐบาลระบุว่า ชื่อนี้ถูกเปลี่ยนเพื่อ ‘ความสะดวก’ ของชาวต่างชาติ ไม่ใช่ด้วยความต้องการของคนในพื้นที่ โดยชื่อเดิมอย่าง ‘นาอูรู’ นี้ยังมักถูกชาวต่างชาติออกเสียงว่า นาว-รู (Now-roo) อีกด้วย
ขณะที่นักวิชาการจำนวนหนึ่งชี้ว่า การเปลี่ยนชื่อสถานที่คือเครื่องมือหนึ่งของเจ้าอาณานิคมในการลบตัวตนของชนพื้นเมือง ดังนั้น การนำชื่อพื้นเมืองกลับมาใช้จึงเป็น ‘สัญลักษณ์ของการปลดแอก’ และเป็นการแสดงสิทธิในการกำหนดชะตากรรมของตนเอง (Self-Determination)
องค์การยูเนสโก (UNESCO) จัดให้ภาษานาอูรู (Dorerin Naoero) อยู่ในสถานะ ‘ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง’ (Severely Endangered) และไม่มีการสอนในโรงเรียนอีกต่อไป การเปลี่ยนชื่อประเทศใหม่ในครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูและปกป้องภาษาดั้งเดิมให้คงอยู่สู่คนรุ่นหลัง
แม้จะต้องรอผลประชามติเพื่อให้ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ แต่ปัจจุบันหน่วยงานหลายแห่ง เช่น บริการไปรษณีย์ ระบบสาธารณสุขแห่งชาติ และหน่วยงานสาธารณูปโภค ได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อ ‘เนาเอโร’ แล้ว
รัฐบาลนาอูรูยังได้ยกตัวอย่างประเทศที่เปลี่ยนชื่อ เพื่อสะท้อนภาษาท้องถิ่นของตนเองได้สำเร็จมาแล้ว เช่น ตุรกีที่เปลี่ยนเป็น Türkiye (ทูร์เคีย) และ สวาซิแลนด์ที่เปลี่ยนเป็น Eswatini (เอสวาตินี)
สำหรับรัฐอธิปไตยหลังได้รับเอกราชในศตวรรษที่ผ่านมา มรดกยุคอาณานิคมได้ฝังรากลึกอยู่ในระบบการเมืองและแม้กระทั่งสัญลักษณ์ประจำชาติทั่วทั้งภูมิภาคแปซิฟิก ลัทธิล่าอาณานิคมไม่เพียงแต่ปรับเปลี่ยนพรมแดนและระบบการเมืองเท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนแม้กระทั่งชื่อที่โลกใช้รับรู้และรู้จักเกาะเหล่านี้อีกด้วย
อ้างอิง: