โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บาทอ่อนแตะ 32.94 บาท/ดอลลาร์ จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชี้ทิศทางเฟด-สงครามตะวันออกกลาง

The Better

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER
ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ 32.94 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่า หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาร้อนแรง หนุนดอลลาร์แข็ง ขณะที่ทั่วโลกจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ กำหนดทิศทางดอกเบี้ยเฟด

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.94 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.83 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าหลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมามีความไม่แน่นอนสูง ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าและราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น

ความกังวลต่อความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกเข้าสู่โหมดปิดรับความเสี่ยง นักลงทุนทยอยขายหุ้น โดยดัชนี S&P500 ปิดลดลง 0.26% และ Nasdaq ปรับตัวลง 0.97% ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลดลงเช่นกัน

ด้านตลาดพันธบัตร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี เคลื่อนไหวบริเวณ 4.53% ท่ามกลางการรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ โดยเฉพาะดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะประกาศในคืนนี้ และอาจส่งผลต่อมุมมองของตลาดต่อทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า หากอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าคาด โดยเฉพาะเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) อาจทำให้ตลาดเพิ่มโอกาสที่เฟดจะดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้น พร้อมกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าทะลุระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีแนวต้านถัดไปบริเวณ 33.15-33.25 บาทต่อดอลลาร์

ในทางกลับกัน หาก CPI ต่ำกว่าคาด ตลาดอาจลดความกังวลต่อทิศทางดอกเบี้ยเฟด ส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงและเงินบาทมีโอกาสแข็งค่ากลับมาทดสอบระดับ 32.75 บาทต่อดอลลาร์ หรืออาจแข็งค่าต่อเนื่องสู่โซน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ได้

ทั้งนี้ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าไว้ที่ 32.75-33.15 บาทต่อดอลลาร์ โดยยังคงมองว่าค่าเงินบาทเผชิญความเสี่ยงผันผวนได้ทั้งสองทิศทางตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางและข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะทยอยประกาศออกมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...