โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หรือ‘จีน’คือผู้ชนะใน‘สงครามอิหร่าน’โดยที่ไม่ต้องยิงปืนสักนัด

Manager Online

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/06/china-wins-the-iran-war-without-firing-a-shot/)

China wins the Iran war without firing a shot

by Hriday Sarma

19/06/2026

เวลาหลายปีในการเดินงานการทูตที่อ่าวเปอร์เซีย, ข้อตกลงด้านพลังานฉบับแล้วฉบับเล่า, และการลงทุนตามแผนการริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง เหล่านี้ทำให้ประเทศจีนอยู่ในสภาพสมบูรณ์แบบที่จะได้รับผลกำไรงามๆ จากสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน

“ณ ขั้นตอนที่สำคัญยิ่งยวดนี้ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอิสราเอลด้วย จำเป็นที่จะต้องเดินตามแนวโน้มแห่งสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค ซึ่งเป็นสิ่งที่กำลังมีพลังโดดเด่นแรงกล้า” นี่เป็นคำกล่าวของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน หลิน เจี้ยน (Lin Jian) [1] ภายหลังมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (memorandum of understanding) ขั้นแรกระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน

การให้ความเห็นของเจ้าหน้าที่จีนผู้นี้ เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นอะไรยิ่งกว่าเพียงแค่การมองโลกแง่ดีทางการทูตมากมายนัก คำพูดเหล่านี้เน้นย้ำถึงความเป็นจริงทางยุทธศาสตร์ประการหนึ่ง กล่าวคือ ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านครั้งนี้เป็นเรื่องของทำให้พลังงานทั่วโลกกลับฟื้นชีพสามารถไหลเวียนขึ้นมาใหม่อีกครั้ง มากพอๆ กับเป็นเรื่องของการยุติการสู้รบขัดแย้งระดับภูมิภาค

การอภิปรายถกเถียงกันในระดับระหว่างประเทศจำนวนมากเวลานี้มุ่งโฟกัสไปที่ประเด็นเรื่องการผ่อนคลายมาตรการแซงก์ชั่นลงโทษอิหร่าน, พันธกรณีเรื่องนิวเคลียร์ของอิหร่าน, ตลอดจนเรื่องที่ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยอมอ่อนข้อให้แก่เตหะรานมากเกินไปหรือเปล่า คำถามเหล่านี้ย่อมมีความสำคัญเช่นกัน ทว่าเรื่องที่ใหญ่โตกว่านั้นอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ ระเบียงแห่งการลำเลียงขนส่งพลังงานที่ทรงความสำคัญยิ่งยวดที่สุดในโลก และก็เป็นเส้นชีวิตทางเศรษฐกิจของเอเชียด้วย

ตามตัวเลขข้อมูลของทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency หรือ IEA) ในปี 2025 น้ำมันดิบเกือบๆ 15 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเท่ากับราวๆ 34% ของการค้าน้ำมันที่ขนส่งทางทะเลของทั่วโลกทีเดียว เป็นการลำเลียงผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ

เส้นทางน้ำเส้นนี้ยังเป็นทางขนส่งของการค้าก๊าซธรรมชาติเหลว (liquefied natural gas หรือ LNG) ถึงประมาณ 1 ใน 5 ของทั่วโลก โดยจุดสำคัญที่สุดคือการลำเลียงขนถ่ายจากกาตาร์ และเกือบๆ 83% มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ตลาดต่างๆ ในแถบเอเชีย จากการที่การค้าน้ำมันขนส่งทางทะเลของทั่วโลกราวๆ 1 ใน 4 ต้องผ่านช่องแคบแห่งนี้ ทำให้มันกลายเป็นสิ่งที่ขาดหายไปไม่ได้สำหรับพวกผู้นำเข้าพลังงานรายใหญ่ที่สุดของโลกทั้งหลาย

การสู้รบขัดแย้งคราวนี้สาธิตให้เห็นว่าเส้นชีวิตนี้สามารถที่จะเกิดการสะดุดติดขัดและส่งผลกระทบได้อย่างรวดเร็วขนาดไหน การจราจรของพวกเรือบรรทุกน้ำมันล่าช้าลง, ค่าธรรมเนียมประกันภัยทางทะเลพุ่งพรวด, และค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งทางทะเลไต่ขึ้นสูง ขับดันให้เกิดความผันผวนหนักตลอดทั่วทั้งตลาดน้ำมัน และกำลังคุกคามที่จะก่อให้เกิดภาวะนำเข้าเฟ้อขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง ผลต่างๆ ที่เกิดตามมากำลังแผ่ลามไปไกลเกินกว่าแค่ภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียเท่านั้น รวมทั้งยังกำลังเพิ่มแรงบีบคั้นต่อบรรดาธนาคารกลางซึ่งต้องต่อสู้ดิ้นรนหนักหน่วงอยู่แล้วในความพยายามที่จะฟื้นฟูเสถียรภาพด้านราคา

ภูมิภาคที่มีส่วนได้ส่วนเสียสูงที่สุด ย่อมไม่มีที่ไหนเกินเอเชียไปได้ ไม่ว่าจีน, อินเดีย, ญี่ปุ่น, หรือเกาหลีใต้ ต่างต้องพึ่งพาอาศัยน้ำมันดิบอ่าวเปอร์เซียและก๊าซ LNG กาตาร์อย่างมหาศาล ทั้งเพื่อประคับประคองการผลิตทางอุตสาหกรรม, การลำเลียงขนส่ง, และการผลิตกระแสไฟฟ้า ประมาณ 50% ของน้ำมันดิบนำเข้าของจีนทีเดียวผ่านมาทางช่องแคบฮอร์มุซในปี 2025 นี่เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าปักกิ่งมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากภาวะสะดุดติดขัดในเส้นทางน้ำเส้นนี้มากมายขนาดไหน

ขณะที่ปักกิ่งมีการกระจายแหล่งที่มาของพลังงานนำเข้าของตน ด้วยการซื้อหาน้ำมันดิบและก๊าซจากรัสเซียและภูมิภาคเอเชียกลาง รวมทั้งขยายการสำรองปิโตรเลียมทางยุทธศาสตร์ของตน ทว่าไม่มีเครือข่ายสายท่อส่งใดๆ สามารถแทนที่ปริมาณน้ำมันและก๊าซที่กำลังขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ การเดินเรือผ่านระเบียงแห่งการลำเลียงขนส่งนี้ได้อย่างมีเสถียรภาพยังคงมีความสำคัญระดับพื้นฐานต่อความมั่นคงทางพลังงานของเอเชีย

นี่เป็นการอธิบายว่าทำไมปักกิ่งจึงแสดงปฏิกิริยาตอบรับอย่างระมัดระวังแต่เป็นไปในเชิงบวก จีนนั้นมองเสถียรภาพของตะวันออกกลางโดยผ่านแว่นของความมั่นคงทางพลังงานและการพาณิชย์ แทนที่จะมองแต่จากมุมของการแข่งขันทางการทหาร

ตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แดนมังกรมุ่งขยายการสำรองปิโตรเลียมทางยุทธศาสตร์ของตน, กระชับความเข้มแข็งของความเป็นหุ้นส่วนทางพลังงานระยะยาวกับชาติต่างๆ ตลอดทั่วทั้งอ่าวเปอรฺเซีย, รวมทั้งทำการลงทุนในเรื่องท่าเรือ, นิคมอุตสาหกรรม, และระเบียงทางโลจิสติกส์ ภายใต้แผนการริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative)

ข้อตกลงความร่วมมืออย่างรอบด้านระยะเวลา 25 ปีที่จีนทำกับอิหร่าน, การขยายความผูกพันทางพลังงานและการลงทุนกับซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, และบทบาทของแดนมังกรในการอำนวยความสะดวกให้แก่การทำความตกลงรอมชอมระหว่างซาอุดีอาระเบียกับอิหร่านปี 2023 ล้วนเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงยุทธศาสตร์ในขอบเขตกว้างขวางออกไปซึ่งมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่การสร้างความมั่นคงให้แก่ซัปพลายพลังงานและอิทธิพลทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่เรื่องการคาดการณ์วางแผนทางทหาร

บันทึกความเข้าใจระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านฉบับนี้ เป็นการผลักดันให้วัตถุประสงค์ต่างๆ เหล่านี้คืบหน้าไปได้ทีเดียว การผ่อนคลายการแซงก์ชั่นย่อมเปิดทางให้อิหร่านสามารถฟื้นคืนการส่งออกน้ำมันซึ่งจะเป็นการเพิ่มซัปพลายของทั่วโลกเวลาเดียวกับที่ลดทอนความแปรปรวนของตลาด สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ก็คือการที่มีรายงานว่า ข้อตกลงกรอบโครงฉบับนี้มีการเสนอภาพการจัดตั้งกองทุนการฟื้นฟูบูรณะและการพัฒนา (Reconstruction and Development Fund) ภาคเอกชนมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ [2] ขึ้นมา โดยที่กว่าครึ่งหนึ่งของการเสนอกันออกมานี้ ได้มีการตกลงให้คำมั่นสัญญากันแล้วโดยบริษัทต่างๆ ทั่วทั้งอ่าวเปอร์เซีย, เอเชีย, แอฟริกา, และอเมริกาใต้

กองทุนนี้จัดโครงสร้างในแบบเป็นพาหะเพื่อการลงทุนในภาคเอกชน แทนที่จะเป็นโปรแกรมการฟื้นฟูบูรณะที่ได้รับเงินทุนจากภาครัฐบาล และได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นช่องทางให้มีการลงทุนหลั่งไหลเข้าไปในภาคพลังงาน, โลจิสติกส์, อุตสาหกรรมการผลิต, และการคมนาคมขนส่งของอิหร่าน ในทันทีที่สามารถบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายกันได้ มันเป็นการสร้างแรงจูงใจเชิงพาณิชย์เพื่อประคับประคองเสถียรภาพเอาไว้ในเวลาที่การเจรจาดำเนินอยู่

สำหรับจีนแล้ว เรื่องนี้มีความหมายความสำคัญที่ขยายกว้างไกลเกินกว่าเพียงแค่เรื่องการเข้าถึงน้ำมันดิบอิหร่านเท่านั้น ทั้งนี้ ถ้าหากอ่าวเปอร์เซียมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น ย่อมส่งผลในทางลดค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งทางเรือให้ต่ำลง, ลดค่าเบี้ยประกันภัยทางทะเล, และปรับปรุงยกระดับห่วงโซ่อุปทานตลอดทั่วเอเชียให้มีความน่าเชื่อถือไว้ใจได้ยิ่งขึ้น นอกจากนั้นมันยังเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่สภาพแวดล้อมเชิงพาณิชย์สำหรับบรรดากิจการของจีนที่ได้เข้าไปฝังตัวดำเนินกิจการอยู่ในภาคโครงสร้างพื้นฐานและภาคพลังงานของภูมิภาคแถบนี้อยู่ก่อนแล้ว

แน่นอนทีเดียวว่าวอชิงตันก็เช่นเดียวกัน มีเหตุผลทางเศรษฐกิจอันหนักแน่นที่จูงใจให้ปรารถนาจะบรรลุข้อตกลง อย่างไรก็ตาม วัตถุประสงค์ต่างๆ ทางทหารตั้งแต่ทีแรกซึ่งแสนทะเยอทะยานไปถึงได้ยากของพวกเขา อาจจะส่งผลทำให้เกิดการสะดุดติดขัดอย่างยืดเยื้อในฮอร์มุซ จนกระทั่งกลายเป็นการคุกคามหนึ่งในระเบียงทางพลังงานแห่งสำคัญยิ่งยวดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทั้งนี้ถ้าหากเกิดภาวะช็อกทางด้านน้ำมันที่ยืดเยื้อขึ้นมาอีกรอบหนึ่งแล้ว มันก็ย่อมเป็นความเสี่ยงที่จะเป็นตัวชะลอการลดลงของอัตราดอกเบี้ย, ทำให้อัตราเงินเฟ้อฟื้นคืนชีพ, และสร้างความอ่อนแอให้แก่อัตราเติบโตทางเศรษฐกิจของทั่วโลก

ลู่ทางความเป็นไปได้ที่การลงทุนภาคเอกชนจะไหลเข้าไปในภาคพลังงานและภาคคมนาคมขนส่งของอิหร่านอีกคำรบหนึ่ง กำลังเป็นตัวสร้างความแข็งแรงให้แก่หลักเหตุผลทางเศรษฐกิจเบื้องหลังข้อตกลงฉบับนี้ พวกตลาดการเงินนั้นตระหนักรับรู้ถึงการปรับเปลี่ยนครั้งนี้แทบจะในทันที ราคาน้ำมันจึงถอยลงมาเมื่อพวกเทรดเดอร์พากันคาดการณ์ว่าจะมีซัปพลลายจากอิหร่านเพิ่มเข้าสู่ตลาด, ความเสี่ยงด้านการขนส่งทางทะเลลดต่ำลง, และการพาณิชย์ของภูมิภาคเกิดการปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติอย่างช้าๆ

จีนย่อมไม่ใช่ประเทศที่จะได้รับผลประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้แต่เพียงผู้เดียว อินเดียก็มีหวังจะได้รับผลดีจากการที่ต้นทุนการนำเข้าพลังงานลดต่ำลงและภาวะเงินเฟ้อผ่อนคลายลง ขณะที่ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ก็มีความมั่นคงจากการได้รับซัปพลายก๊าซ LNG อย่างเชื่อถือได้มากยิ่งขึ้น เวลาเดียวกัน พวกอุตสาหกรรมการผลิตของยุโรปก็ย่อมยินดีต้อนรับต้นทุนพลังงานซึ่งลดต่ำลงภายหลังจากเกิดการผันผวนมาเป็นแรมปี

สำหรับบรรดาผู้ส่งออกในอ่าวเปอร์เซีย พวกเขาจะสามารถเข้าถึงตลาดทั่วโลกได้อีกคำรบหนึ่ง ส่วนบริษัทเดินเรือทะเลระหว่างประเทศทั้งหลายก็ได้ประโยชน์จากการที่สามารถเดินเรือผ่านหนึ่งในระเบียงการขนส่งทางทะเลที่การจราจรแออัดหนาแน่นที่สุดในโลกได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

แน่นอนทีเดียว บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ยังคงอยู่ในรูปของข้อตกลงทางการเมืองชั่วคราวเท่านั้น ไม่ใช่การตกลงรอมชอมเพื่อสันติภาพที่มีเนื้อหาครอบคลุมรอบด้าน นอกจากนั้นยังมีความเป็นไปได้ที่การเจรจาเรื่องนิวเคลียร์อิหร่านในอนาคตอาจจะโซซัดโซเซไปไม่ถึงไหน, มาตรการแซงก์ชั่นอาจถูกนำมาใช้กันใหม่, และความเป็นปรปักษ์กันในภูมิภาคยังคงไม่ได้รับการแก้ไขคลี่คลาย แรงจูงใจเชิงพาณิชย์เพียงอย่างเดียวโดยลำพัง อาจจะยังไม่สามารถกำจัดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ซึ่งดำรงอยู่มายาวนานแล้วก็เป็นได้

กระนั้นก็ตาม มีข้อสรุปประการหนึ่งซึ่งดูหนักแน่นมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ และกลายเป็นเรื่องที่จะเพิกเฉยละเลยได้ยากลำบากขึ้นทุกที ก็คือว่า การแข่งขันแย่งชิงกันในอ่าวเปอร์เซียนั้น ไม่เคยเลยที่จะเป็นเพียงเรื่องเกี่ยวกับแสนยานุภาพทางทหารหรือการทูตนิวเคลียร์เท่านั้น หากแต่มันยังเป็นเรื่องเกี่ยวกับการพิทักษ์ป้องกันระเบียงทางพลังงานซึ่งเป็นรากฐานรองรับเศรษฐกิจของโลกเอาไว้อีกด้วย

วอชิงตันอาจจะลงนามในข้อตกลงนี้แล้ว ส่วนเตหะรานก็อาจจะได้รับการผ่อนคลายแรงกดดันทางเศรษฐกิจในเฉพาะหน้านี้โดยผ่านการส่งออกน้ำมันได้อีกครั้งหนึ่ง ตลอดจนจากลู่ทางความเป็นไปได้ที่จะได้การลงทุนภาคเอกชนในระดับใหญ่โต

กระนั้นก็ตาม ถ้าหากช่องแคบฮอร์มุซหวนกลับคืนสู่การดำเนินการได้อย่างมีเสถียรภาพอีกคำรบหนึ่งแล้ว ผลบวกเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวที่ใหญ่โตที่สุดน่าจะตกเป็นของเอเชีย โดยเป็นผลลัพธ์ชนิดสะสมเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ และในหมู่มหาอำนาจเอเชียนั้น จีนดูจะอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าชาติอื่นๆ ใดๆ ในเรื่องการเปลี่ยนซัปพลายพลังงานซึ่งกำลังมีความมั่นคงยิ่งขึ้นเช่นนี้ ให้กลายเป็นอิทธิพลทางเศรษฐกิจและทางภูมิรัฐศาสตร์ซึ่งคงทนถาวร

ด้วยเหตุนี้ ในท้ายที่สุดแล้วข้อตกลงนี้อาจจะได้รับการจดจำเอาไว้ในฐานะที่เป็นการสิ้นสุดของการสู้รบขัดแย้ง น้อยกว่าการทำให้ระเบียงพลังงานทรงความสำคัญที่สุดของโลก สามารถเปิดทำการขึ้นมาได้ใหม่ด้วยซ้ำ

แล้วถ้าหากสิ่งที่ว่านี้เกิดขึ้นมาจริงๆ การที่ปักกิ่งทำการลงทุนระยะยาวต่างๆ ในการจับมือเป็นหุ้นส่วนกับประเทศในอ่าวเปอร์เซีย, ในการทูตพลังงาน, และในการเชื่อมต่อโยงใยกับภูมิภาคนี้ ก็จะถูกมองน้อยลงในภาพของการดำเนินการเพื่อค้ำประกันความเสี่ยงแบบระมัดระวังตัว แต่จะได้รับการยอมรับมากขึ้นในฐานะเป็นการดำเนินยุทธศาสตร์ซึ่งกลายเป็นการจัดส่งเงินปันผลมาให้ โดยที่จีนไม่ได้ต้องเข้าเจรจาต่อรองทำข้อตกลงหรือเข้าสู้รบในสงครามอะไรเลย

ดร.หริเดย์ ซาร์มา เป็นทนายความที่ได้รับใบอนุญาตสามารถว่าความในศาลสูงสุดของอินเดีย และเป็นนักวิจัยอาวุโสอยู่ที่ South Asia Democratic Forum องค์การคลังสมองทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ซึ่งตั้งฐานอยู่ที่กรุงบรัสเซลส์

เชิงอรรถ

[1]https://www.fmprc.gov.cn/mfa_eng/xw/fyrbt/202606/t20260618_11948720.html

[2] https://www.cnbctv18.com/world/iran-deal-includes-usd-300-billion-fund-more-than-half-of-which-already-committed-19926792.htm

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...