โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สภากาชาดไทยเผยที่มา ‘เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)’ จากพระดำรัสสั้นๆ ที่คนไทยจดจำ

ไทยโพสต์

อัพเดต 13 มิถุนายน 2569 เวลา 16.38 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สภากาชาดไทยเผยแพร่เรื่องราวจุดกำเนิดโครงการอาสา “เพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก” พร้อมน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ โดยย้อนเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2538 ที่นำไปสู่การก่อกำเนิดโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ภายหลังพระองค์มีรับสั่งด้วยความห่วงใยประชาชนว่า “ฉันอยากไปช่วยหรือชี้แจงให้พวกเขาเข้าใจ แต่กลัวคนอื่นจะว่าฉันซ่า”

13 มิถุนายน 2569 - สภากาชาดไทย เผยแพร่ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวจุดกำเนิดของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งเกิดขึ้นจากพระเมตตาและความห่วงใยต่อประชาชนผู้ประสบอุทกภัย จนพัฒนาเป็นองค์กรสำคัญในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั่วประเทศตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา

สภากาชาดไทยระบุว่า “ฉันอยากไปช่วยหรือชี้แจงให้พวกเขาเข้าใจ แต่กลัวคนอื่นจะว่าฉันซ่า”
ในยามที่บ้านเมืองต้องเผชิญกับอุทกภัยและภัยพิบัติครั้งใหญ่ ภาพของถุงยังชีพพระราชทานและเจ้าหน้าที่อาสาที่หลั่งไหลเข้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชน คงเป็นภาพที่พวกเราคุ้นตากันเป็นอย่างดีภายใต้ชื่อ “มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย”
แต่รู้หรือไม่ว่า… จุดเริ่มต้นของความช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่นี้ เกิดขึ้นจากน้ำพระทัยและพระวิริยอุตสาหะของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในฐานะองค์ประธานมูลนิธิฯ ตั้งแต่ครั้งที่พระองค์ยังทรงพระเยาว์
ย้อนกลับไปในเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2538 อิทธิพลของพายุโอลิสทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาหนุนสูงถึง 2.27 เมตร ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและถนนสายสำคัญในกรุงเทพมหานครยาวนานถึง 2 เดือน ปัญหาการจราจรที่เป็นอัมพาตทำให้ภาครัฐต้องนำกระสอบทรายมาทำคันกั้นน้ำ
แต่การกั้นน้ำในครั้งนั้น กลับกลายเป็นการกักน้ำซ้ำเติมให้ผู้ประสบภัยริมแม่น้ำต้องจมน้ำสูงขึ้นและใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก ในขณะที่พื้นที่ถัดไปกลับใช้ชีวิตได้ตามปกติ ความเครียดและรู้สึกขาดที่พึ่งทำให้ประชาชนเกิดการปะทะ ยื้อแย่งกระสอบทราย และทะเลาะวิวาทกันจนกลายเป็นข่าวดังผ่านหน้าจอโทรทัศน์ในค่ำคืนวันที่ 28 ตุลาคม 2538
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ฯ (ในขณะดำรงพระอิสริยยศเป็น พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา) ทอดพระเนตรข่าวด้วยความห่วงใยราษฎร ทรงมีรับสั่งว่าอยากเสด็จไปช่วยอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ “ฉันอยากไปช่วยหรือชี้แจงให้พวกเขาเข้าใจ แต่กลัวคนอื่นจะว่าฉันซ่า”
และในคืนวันนั้นเอง พระองค์ทรงตัดสินพระทัยเสด็จเป็นการส่วนพระองค์ไปเฝ้าพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เพื่อกราบบังคมทูลขอพระราชทานคำแนะนำและพระบรมราโชบายในการปฏิบัติพระองค์และการเจรจากับราษฎรที่กำลังเครียด
วันที่ 29 ตุลาคม 2538 รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์เสด็จแทนพระองค์ไปทรงเยี่ยมราษฎรที่ประสบภัยน้ำท่วมทันที พระองค์ทรงทำหน้าที่เป็นสะพานบุญ รับน้ำใจและสิ่งของจากประชาชนในพื้นที่ที่ไม่ถูกน้ำท่วม เพื่อนำไปส่งต่อและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วม เป็นการเกื้อกูลกันแบบ “เพื่อนพึ่งพาซึ่งกันและกัน” ส่งผลให้เหตุการณ์ที่ตึงเครียดในวันนั้นสงบลงได้ด้วยความละมุนละม่อม
นั่นคือจุดกำเนิดของ โครงการอาสา “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก” ที่พระองค์ทรงร่วมกับ #สำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย ขับเคลื่อนต่อเนื่องมา จนกระทั่งจัดตั้งเป็นมูลนิธิอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2544 โดยมี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงเป็นองค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ
มูลนิธิฯ ดำเนินงานภายใต้แนวคิด “แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน” ไม่เพียงแต่บรรเทาทุกข์เฉพาะหน้าด้วยถุงยังชีพหรือข้าวกล่องพระราชทานในยามเกิดภัยพิบัติเท่านั้น แต่ยังเน้นการระดมองค์ความรู้ นวัตกรรม และจิตสาธารณะ เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ การพัฒนาอาชีพ และคุณภาพชีวิตของผู้ประสบภัยอย่างครบวงจร ให้ชุมชนสามารถกลับมายืนหยัดได้อย่างยั่งยืน
แม้ในวันนี้ องค์ประธานผู้ทรงเป็นที่รักจะเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่น้ำพระทัยและแนวพระดำริที่ทรงสร้างไว้ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จะยังคงทำหน้าที่เป็นเสมือน “เพื่อน” ที่คอยโอบอุ้มและอยู่เคียงข้างประชาชนชาวไทยในยามทุกข์ยากตลอดไป
#สภากาชาดไทย ขอน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...