โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

กสศ. เดินหน้าจัดสรร “ทุนเสมอภาค” ปีการศึกษา 69 ช่วยนักเรียนยากจนพิเศษกว่า 1.3 ล้านคน ลดภาระค่าใช้จ่าย

เดลินิวส์

อัพเดต 28 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.32 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เดินหน้าจัดสรร “เงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข” หรือ “ทุนเสมอภาค” ปีการศึกษา 2569 เพื่อช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนต้น ไม่น้อยกว่า 1.3 ล้านคนทั่วประเทศ ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา และป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา ท่ามกลางสถานการณ์ค่าครองชีพที่ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อครัวเรือนเปราะบาง

นางสาวกนิษฐา คุณาวิศรุต ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาหลักประกันโอกาสทางการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า ครัวเรือนยากจนพิเศษยังต้องแบกรับ “ต้นทุนแฝง” ทางการศึกษาจำนวนมาก ทั้งค่าเดินทาง ค่าอาหารเช้า ค่าอุปกรณ์การเรียน และค่าใช้จ่ายรายวันในช่วงเปิดเทอม ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เด็กจำนวนไม่น้อยเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา

ข้อมูลล่าสุดจากการคัดกรองนักเรียนยากจนพิเศษพบว่า ปัจจุบันครัวเรือนยากจนพิเศษมีรายได้เฉลี่ยเพียง 1,236 บาทต่อคนต่อเดือน ขณะเดียวกัน ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและค่าพลังงานปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าเดินทาง ซึ่งเป็นหนึ่งในภาระหลักของครัวเรือนนักเรียนยากจนพิเศษ

“เด็กจำนวนมากต้องเดินทางข้ามพื้นที่เพื่อไปโรงเรียน และในช่วงเพียง 2 เดือน ราคาน้ำมันทั้งดีเซลและเบนซินเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 37 ขณะที่ราคาสินค้าจำเป็นหลายรายการเพิ่มขึ้นร้อยละ 8–44 ทำให้ต้นทุนในการ ‘ไปโรงเรียน’ สูงขึ้นอย่างมากสำหรับครัวเรือนยากจน” นางสาวกนิษฐา กล่าว

กสศ. จึงใช้ข้อมูลจากการคัดกรองนักเรียนยากจนพิเศษจากการวัดรายได้ทางอ้อม (Proxy Means Test: PMT) ซึ่งดำเนินการร่วมกับสถานศึกษา 6 สังกัดทั่วประเทศ โดยมีครูกว่า 400,000 คน ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมบ้านและค้นหาเด็กกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ให้ได้รับจัดสรรเงินอุดหนุนทุนเสมอภาค เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและสนับสนุนให้นักเรียนสามารถมาเรียนได้อย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นค่าอาหารเช้า ค่าเดินทาง ซึ่งในปีการศึกษา 2569 ได้ปรับเพิ่มเงินอุดหนุนเป็น 4,200 บาทต่อคนต่อปี จากเดิมครั้งแรก 1,600 บาทในช่วงเริ่มต้นของโครงการ และปรับขึ้นครั้งที่สองเป็น 3,000 บาทต่อคนปี โดยตลอดระยะเวลา 8 ปีของการดำเนิน “ทุนเสมอภาค” กสศ. ได้ปรับอัตราเงินอุดหนุนมาแล้ว 3 ครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนการศึกษาที่เพิ่มสูงขึ้น

นางสาวกนิษฐา กล่าวว่า สำหรับปฏิทินการดำเนินงานทุนเสมอภาค ปีการศึกษา 2569 กสศ. กำหนดให้วันที่ 7 พฤษภาคม – 25 มิถุนายน 2569 เป็นช่วงตรวจสอบและยืนยันข้อมูลนักเรียนกลุ่มต่อเนื่อง รวมถึงการปรับปรุงข้อมูลผู้ปกครอง การเปิดบัญชีพร้อมเพย์ และการแก้ไขช่องทางรับเงินอุดหนุน จากนั้นวันที่ 16–21 กรกฎาคม 2569 กสศ. จะดำเนินการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข รอบที่ 1 สำหรับนักเรียนกลุ่มต่อเนื่อง ขณะที่ช่วงวันที่ 7–24 กรกฎาคม 2569 จะเปิดระบบบันทึกข้อมูลนักเรียนยากจนกลุ่มใหม่ และในวันที่ 31 สิงหาคม – 3 กันยายน 2569 จะดำเนินการจัดสรรเงินอุดหนุนรอบที่ 2 สำหรับนักเรียนกลุ่มใหม่ รวมถึงกลุ่มที่มีการแก้ไขข้อมูล

ทั้งนี้ กสศ. ขอความร่วมมือให้โรงเรียนดำเนินการกรอกข้อมูลและยืนยันตัวตนนักเรียนภายในวันที่ 10 มิถุนายน 2569 เพื่อให้อัปเดตข้อมูลจากต้นสังกัดได้ทันก่อนปิดระบบคัดกรองทุนเสมอภาค และป้องกันไม่ให้นักเรียนเสียสิทธิ์รับทุนจากกรณีข้อมูลไม่ถูกดึงเข้าสู่ระบบพิจารณาในภาคเรียนนี้

“กสศ. ได้รับฟังเสียงสะท้อนจากคุณครูทั่วประเทศกว่า 1.2 หมื่นคน เพื่อปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานให้สะดวก รวดเร็ว และลดภาระงานของครูมากยิ่งขึ้นในปีการศึกษานี้ เช่น เพิ่มมาตรการความปลอดภัยป้องป้องข้อมูลครูและเด็กด้วย 2FA ลดการบันทึกภาพถ่ายการรับเงินเพื่อลดภาระการทำงานครู เป็นต้น นอกจากนี้ยังรณรงค์เพิ่มสัดส่วนการโอนเงินอุดหนุนตรงถึงนักเรียนผ่านระบบพร้อมเพย์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ การทำความเข้าใจกับผู้ปกครองหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดสรรทุนให้ประสานมายัง กสศ. โดยตรง”

ขณะเดียวกัน กสศ. ยังเปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนในกรณีพบความไม่โปร่งใสในการดำเนินงานในพื้นที่ เพื่อให้มั่นใจว่า ‘ทุนเสมอภาค’ จะถูกส่งต่อถึงนักเรียนยากจนพิเศษอย่างตรงกลุ่มเป้าหมายและเป็นธรรมมากที่สุด ผ่านทางเว็บไซต์ www.eef.or.th/contact/complaints/ หรือ โทร 02-079-5475 กด 1

ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของทุนเสมอภาค พบว่า นักเรียนที่ได้รับทุนเสมอภาคมีอัตราการคงอยู่ในระบบการศึกษาสูงถึงร้อยละ 98.27 อีกทั้งการได้รับเงินอุดหนุนอย่างต่อเนื่องยังส่งผลเชิงบวกต่อพัฒนาการทางร่างกายและอัตราการมาเรียน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเสี่ยงหลุดออกจากระบบ ซึ่งมีจำนวนวันมาเรียนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7–12 วันต่อภาคเรียน

นอกจากนี้โอกาสการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ข้อมูลติดตามนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษที่สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในปีการศึกษา 2564 จำนวน 167,989 คน พบว่า มีผู้สามารถเข้าสู่การศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยและยืนยันสิทธิ์ผ่านระบบ TCAS ได้ถึง 21,079 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 12.5 แม้ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศถึง 2.5 เท่า แต่สะท้อนให้เห็นว่า การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องสามารถช่วยสร้างโอกาสทางการศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำได้จริง

รวมทั้งในปีนี้เป็นปีแรกที่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ใช้ฐานข้อมูลจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ในการจัดทำลำดับการกู้ยืมเงินรายใหม่ โดยนักเรียนที่เคยได้รับทุนเสมอภาคจะได้รับการพิจารณาเป็นลำดับต้นด้วย ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนมีโอกาสเรียนต่อในระดับที่สูงกว่าภาคบังคับ และสามารถพัฒนาตนเองได้เต็มศักยภาพ

“ทุนเสมอภาคไม่ใช่เพียงเงินช่วยเหลือรายบุคคล แต่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษาของประเทศ ที่ช่วยส่งต่อให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถมองเห็นเด็กกลุ่มเปราะบางและเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด เพื่อไม่ให้ความยากจนเป็นเหตุผลที่ทำให้เด็กต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา” นางสาวกนิษฐา กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...