โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทยพร้อมเต็มร้อย เจ้าภาพประชุม IMF-World Bank 2026 คาดผู้นำการเงินโลก-นักลงทุนร่วม 2 หมื่นคน ยืนหนึ่งศูนย์กลางอาเซียน

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 3.03 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง

วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดการประชุมเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ (Diplomatic Briefing) สำหรับเตรียมการการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ณ ห้องประชุมกำปั่นทอง ชั้น 21 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศ จัดประชุม Diplomatic Briefing ต้อนรับเอกอัครราชทูตและผู้แทนทางการทูตจากทั่วโลก เพื่อชี้แจงความพร้อมขั้นสูงสุดในการที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศประจำปี 2026 (AM2026) ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นายวินิจกล่าวว่า ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลกนี้เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งครั้งแรกมีขึ้นเมื่อปี 2534 หรือ เมื่อ 35 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นปีเปิดตัวศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์แห่งแรก ในปี 2569 นี้ ประเทศไทยจะใช้ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมดจนเหมือนเป็นสถานที่แห่งใหม่ ในการรองรับผู้เข้าร่วมประชุม

นายวินิจกล่าววว่า เมื่อ 35 ปีที่แล้ว ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ถูกใช้จัดงานฉลองครบรอบ 120 ปีการสถาปนากระทรวงการคลัง และล่าสุดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก็ใช้ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เป็นสถานที่จัดงานฉลองครบรอบ 150 ปีการสถาปนากระทรวงการคลังไปเช่นกัน

การประชุมนี้จะมุ่งเน้นการแบ่งปันประสบการณ์และการเรียนรู้ร่วมกันในหัวข้อ “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” เพื่อหาวิธีการสร้างความยืดหยุ่นและเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ประชาชนในการก้าวผ่านวิกฤติต่าง ๆ ที่โลกกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน

แม้ว่าเนื้อหาและการดำเนินงานหลักจะเป็นสิทธิ์ของ IMF และธนาคารโลก แต่ประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพ (Host Country) ได้ปฏิบัติตามคู่มือการจัดงานที่มีความหนากว่า 300 หน้าอย่างเคร่งครัด เพื่ออำนวยความสะดวกและประสานงานในทุกมิติให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งผลการประเมินความคืบหน้าที่ผ่านมาได้รับคะแนนในระดับยอดเยี่ยม (A Grade)

รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับงานนี้เป็นอย่างมาก โดยมีคณะกรรมการระดับชาติที่มี นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งจะมีการประชุมใหญ่ร่วมกันทุกเดือน และมีคณะอนุกรรมการที่มี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน คอยประชุมติดตามงานอย่างใกล้ชิดทุก ๆ 2 สัปดาห์ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน

ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการจัดงาน รัฐบาลได้ประกาศให้วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 เป็นวันหยุดราชการเนื่องจากเป็นวันประชุมใหญ่ (Plenary) และมีนโยบายให้ทำงานจากที่บ้าน ในวันที่ 12, 14 และ 15 ตุลาคม 2569 อีกด้วย และจะมีงานเลี้ยงรับรองโดยรัฐบาลไทย ณ One Bangkok

“การประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีระดับโลกของผู้นำด้านการเงิน ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจาก 191 ประเทศ และผู้ว่าการธนาคารกลางจาก 189 ประเทศ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานรวมคณะทำงานและนักลงทุนสถาบันจากทั่วโลกประมาณ 15,000 ถึง 20,000 คน” นายวินิจกล่าว

ด้านเนื้อหาประเทศไทยพร้อมนำเสนอแนวคิด “Empowering People” และ “Building Resilience” โดยจะมีการยกตัวอย่างความสำเร็จของไทยในเวทีโลก เช่น ระบบ “พร้อมเพย์” และแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เข้าถึงประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพและพร้อมรับกับวิกฤต

นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยในระดับมัธยมปลายและมหาวิทยาลัยเข้าร่วมแข่งขันออกแบบนโยบายผ่านโครงการ Young Fiscal Policy Designer เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานประวัติศาสตร์นี้ด้วย

ในมิติของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว กระทรวงการคลังเน้นย้ำว่าเป้าหมายหลักไม่ใช่เพียงรายได้จากการใช้จ่ายในสัปดาห์ที่จัดงาน แต่เป็นการปักหมุดสปอตไลท์และแสดงจุดยืนความพร้อมของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางของอาเซียนสู่สายตานักลงทุนและสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ทั่วโลก

โดยขณะนี้โรงแรมที่เป็นทางการ (Official Hotels) ทั้ง 21 แห่งถูกจองเต็มล่วงหน้าแล้ว ทางคณะผู้จัดงานได้เตรียมกิจกรรมรองรับความต้องการของผู้แทนประเทศต่าง ๆ ที่นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวก่อนและหลังการประชุม โดยเฉพาะในจังหวัดยอดนิยมอย่างเชียงใหม่และภูเก็ต พร้อมทั้งเตรียมนำเสนอวัฒนธรรมอาหารและโปรแกรมพิเศษ เช่น การเข้าชมพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน (Night Museum) เพื่อสร้างความประทับใจในฐานะเจ้าภาพแบบครบวงจร

สำหรับข้อมูลที่ชี้แจงในการประชุมเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ (Diplomatic Briefing) ต่อเตรียมการการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกของไทย ได้แก่

การดูแลแบบครบวงจร (Delegate Journey): ทีมงานไทยได้เตรียมพร้อมชี้แจงแนวทางปฏิบัติและระบบโลจิสติกส์ทั้งหมดเพื่อให้ความเข้าใจตรงกัน โดยครอบคลุมตั้งแต่ช่วงก่อนเริ่มงาน ระหว่างงาน จนถึงจบงาน ได้แก่:

  • ระบบการลงทะเบียน (Registration)
  • ขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและวีซ่า (Immigration & Visa)
  • การคมนาคมขนส่ง (Transportation) และระบบรถรับส่ง
  • การจัดสรรเจ้าหน้าที่ประสานงานส่วนตัว (Liaison Officers)
  • มาตรการรักษาความปลอดภัย (Security) และการบริการทางการแพทย์ (Medical)
  • การจัดตั้งโต๊ะช่วยเหลือ (Help Desk) ณ สนามบิน เพื่ออำนวยความสะดวกและส่งผู้แทนทุกท่านเดินทางกลับประเทศอย่างปลอดภัย

ภาพรวมและความสำคัญของการจัดประชุม

การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประจำปี 2026 (AM2026) จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร. การจัดงานในครั้งนี้ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิดหลักคือ “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานทั้งคณะผู้แทนและสภาผู้ว่าการกว่า 15,000 คนจากทั่วโลก รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจาก 189 ประเทศสมาชิกธนาคารโลก และผู้ว่าการธนาคารกลางจาก 191 ประเทศสมาชิก IMF และจะมีการประชุมในรอบที่เป็นทางการมากกว่า 1,000 รอบ

โดยภายในศูนย์ฯ สิริกิติ์ จะมีการปรับปรุงพื้นที่และสร้างห้องประชุมย่อยเพิ่มอีก 22 ห้อง รวมถึงสำนักงานขนาดเล็กอีกกว่า 750 ห้องเพื่อรองรับการประชุมคู่ขนานของกลุ่มธนาคารและองค์กรต่าง ๆ

ขั้นตอนการลงทะเบียนและการรับบัตรประจำตัว

ระบบลงทะเบียนออนไลน์จะเปิดตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2569 โดยการลงทะเบียนสำหรับองค์กรภาคประชาสังคม (CSO) และผู้ติดตาม (Guest) จะปิดในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ผู้เข้าร่วมงานทุกคนจะต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองสิทธิ์ก่อน จึงจะสามารถรับบัตรประจำตัว (Badge) ได้ โดยสามารถรับบัตรได้ตั้งแต่วันที่ 11–18 ตุลาคม 2569 ส่วนผู้ติดตาม ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชนไทย สามารถรับได้ล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 8–10 ตุลาคม 2569 ณ โรงงานผลิตยาสูบแห่งประเทศไทย โรงที่ 5 ซึ่งอยู่ห่างจากสถานที่จัดงานประมาณ 240 เมตร เมื่อลงทะเบียนสำเร็จ ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับจดหมายยืนยัน (Confirmation Letter) ทางอีเมล ซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการขอวีซ่าและใช้แสดงเพื่อขึ้นรถรับส่งอย่างเป็นทางการ

ข้อกำหนดด้านวีซ่าและการจัดเตรียมระบบตรวจคนเข้าเมือง ณ สนามบิน

การเดินทางเข้าประเทศไทยของผู้เข้าร่วมประชุมจะแบ่งตามประเภทหนังสือเดินทางและข้อตกลงทวิภาคี โดยผู้ที่ถือหนังสือเดินทางธรรมดา ข้าราชการ หรือทูต จากประเทศที่มีข้อตกลงยกเว้นวีซ่ากับไทย จะได้รับยกเว้นการขอวีซ่าตามเงื่อนไข สำหรับประเทศที่ไม่มีข้อตกลงยกเว้นวีซ่า ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาที่ได้รับเชิญจากหน่วยงานรัฐบาลไทยจะได้รับสิทธิ์ Courtesy Visa ส่วนผู้ถือหนังสือเดินทางทูตหรือราชการจะได้รับ Official Visa โดยไม่มีค่าธรรมเนียม และพำนักได้ไม่เกิน 90 วันผ่านระบบ e-Visa ในส่วนของการเดินทางมาถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมืองจะทำหน้าที่เป็นสนามบินหลักในการต้อนรับ โดยจะมีการจัดช่องทางตรวจคนเข้าเมืองพิเศษ (Dedicated Immigration Lanes) และมีทีมสนับสนุนส่วนกลางคอยดูแลความสะดวกในทุกขั้นตอน

การคมนาคมขนส่งและเจ้าหน้าที่ประสานงาน (Liaison Officers)

ผู้จัดงานได้จำแนกการดูแลการคมนาคมตามระดับของผู้เข้าร่วมประชุมอย่างเป็นระบบ โดยกลุ่มผู้นำระดับสูง เช่น ประธานธนาคารโลก และผู้อำนวยการจัดการ IMF จะได้รับการต้อนรับจากผู้บริหารกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมรถยนต์ประจำตำแหน่งและขบวนรถนำ ในขณะที่คณะผู้ว่าการ (Governors) แต่ละประเทศ จะได้รับการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ประสานงาน (Liaison Officers:LO) ประจำตัว 1 คน (กระทรวงการคลังดูแลธนาคารโลก และธนาคารแห่งประเทศไทยดูแล IMF) โดย LO จะไปรอต้อนรับ ณ ประตู 10 อาคารผู้โดยสารขาเข้า สนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมรถยนต์ซีดานที่จัดเตรียมไว้ให้ประเทศละ 1 คัน ส่วนผู้แทนทั่วไป (Delegates) สามารถใช้บริการรถรับส่งไฟฟ้า (EV Shuttle Bus) และรถตู้ที่กระจายตามจุดบริการต่าง ๆ ได้

การบริการทางการแพทย์และการรักษาความปลอดภัย

รัฐบาลไทยได้เตรียมพร้อมมาตรการดูแลสุขอนามัยและความปลอดภัยอย่างครบครัน นอกจากจะระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว 1,155 นายแล้ว ยังมีคลินิกแพทย์เปิดให้บริการภายในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างเวลา 07.30 – 17.30 น. ตั้งแต่วันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 และมีทีมแพทย์ฉุกเฉินสแตนบาย ณ One Bangkok Forum ในช่วงงานเลี้ยงอาหารค่ำ (Gala Dinner) วันที่ 16 ตุลาคม 2569 นอกจากนี้ ยังมีสายด่วนฉุกเฉินนอกเวลาทำการ และความร่วมมือกับโรงพยาบาลชั้นนำใกล้เคียง เช่น โรงพยาบาลเมดพาร์ค บำรุงราษฎร์ ตำรวจ และสมิติเวช สุขุมวิท อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่เกิดขึ้น ณ โรงพยาบาล ผู้เข้าร่วมงานจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเอง เอกสารจึงแนะนำให้ผู้แทนจากประเทศต่าง ๆ จัดทำประกันสุขภาพที่ครอบคลุมการรักษาระดับสากลไว้ล่วงหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...